MOTO MASH UP @ Curve
Posted on Friday, October 24, 2008 at 9:31 amCategory: News and Event, จิกกะบาลเสนอหน้า
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
MotoMashUp : Roadshow 8 Pub
Mon, 29-Sep-2008 @ Inch Pub DJ Spyda Monkey /นุ้ย / Groove Riders + Joey Boy
Fri, 3-Oct-2008 @ แรด @ Khonkaen
DJ Dragon / Monotone+พี่เล็ก / Slot Machine+DJ.Dragon
Thu, 9-Oct-2008 @ Route
DJ Dragon นุ้ย / Apartment Khunpa / Scrubb / Slot Machine+DJ.Dragon
Wed, 15-Oct-2008 @ Muse
DJ Dragon Sqweez Animal+Nara / Scrubb / Slot Machine+DJ.Dragon
Fri, 17-Oct-2008 - Hi4 @ Hun Hin
นุ้ย / Sqweez Animal+Nara / Slot Machine
Tue, 21-Oct-2008 @ Curve
DJ Spyda Monkey /นุ้ย / Sqweez Animal+Nara / บี-พีรพัฒน์ / ETC.
Thu, 23-Oct-2008 @ Monkey Club @ Chiangmai
DJ Spyda Monkey / นุ้ย / Groove Riders + Joey Boy
Thu, 30-Oct-2008 @ Easy Conner @ พัทยา
DJ Spyda Monkey /นุ้ย / Monotone+พี่เล็ก / Sqweez Animal+Nara
เกาะติดเทรนด์ดนตรี “แมชอัพ” ก่อนใครกับ MOTOMASHUP
หมดยุคแล้วที่กระแสนิยมของดนตรีจะถูกจำกัดอยู่เฉพาะแนวใดแนวหนึ่ง จากฮิปฮอป ป็อป มาสู่ร็อก หรือจะเป็นแนวเฮาส์ โกธ ไปจนถึงแทรนซ์ ดนตรีในทุกวันนี้ก็ไม่ต่างจากเทรนด์โลกอื่น ๆ ที่ผสมผสานทุกอย่างเข้าด้วยกันจนแยกไม่ออก ไม่มีเส้นแบ่งประเภทดนตรีอีกต่อไป การนำเพลงต่างแนวหรือต่างศิลปินมาผสมผสานกันจนเกิดเป็นซาวด์ใหม่ ๆ ถือเป็นเรื่องธรรมดา ก่อกำเนิดเป็นแนวเพลงใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในชื่อที่เรียกกันว่า “แมชอัพ”
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะได้ยินเพลงที่มิกซ์มาดอนน่าและโคลด์เพลย์เข้าด้วยกัน หรือแอฟริว ลาวีนมาร้องเพลงคู่กับริฮานน่า หรือเฟอร์กี้กับดนตรีประสานเสียงในโบสถ์ ขณะที่แมชอัพคือการปรากฏการณ์ครั้งใหม่ของวงการดนตรีโลก โมโตโรล่าคือสื่อกลางที่จะนำแนวทางดนตรีใหม่นี้มาสู่ คอเพลงชาวไทย
MOTOMASHUP คือแคมเปญดนตรีใหม่จากโมโตโรล่าซึ่งเกิดจากความร่วมมือของ 6 สุดยอดศิลปินและดีเจชาวไทยที่มาสร้างสรรค์ดนตรีใหม่ๆ ที่โดดเด่นด้วยรูปแบบที่ฉีกไปจากเดิมเป็น 3 บทเพลง 3 สไตล์ เริ่มจากวงคู่หูป็อปร็อก สครับบ และดีเจ สไปด้ามังกี้ ตามด้วยป็อปสตาร์สาว มิ้นท์ อรรถวดี จิรมณีกุล กับดีเจ สุหฤท สยามวาลา และสุดท้าย วงร็อกขวัญใจเด็กแนว สลอต แมชีน กับดีเจ ดราก้อน
เช่นเดียวกับสองสุดยอดมิวสิคโฟนใหม่ล่าสุดดีไซน์โฉบเฉี่ยว มีสไตล์จากโมโตโรล่า คือ ROKR EM30 และ ROKR E8 ที่ผสานคุณสมบัติด้านการสื่อสารและดนตรีในรูปแบบที่ทั้งผู้เกาะติดกระแสการ สื่อสารและผู้รักเสียงเพลงตัวจริงต้องการได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ROKR EM30
สุดยอดโทรศัพท์และเครื่องเล่นเพลงในหนึ่งเดียว โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี ModeShift สุดล้ำ แสดงปุ่มกดต่างสีในการใช้งานต่างโหมด ด้วยสีแดงในโหมดเล่นเพลง และสีฟ้าในโหมดโทรศัพท์ เพื่อให้ผู้ใช้สังเกตได้ง่าย ๆ ว่ากำลังใช้งานในโหมดไหน สลับโหมดการใช้งานระหว่างคุยสาย รับส่งข้อความ และเล่นเพลงง่าย ๆ เพียงกดปุ่มเดียว เพลินกับเสียงดนตรีได้ทุกเวลาไม่มีพลาด
นอกจากคุณสมบัติการใช้งานโทรศัพท์และรับส่งข้อความ ROKR EM30 ยังอัดแน่นไปด้วยฟังก์ชันด้านดนตรี ทั้งระบบเสียงที่คมชัด สามารถดาวน์โหลดเพลงได้ด้วยความเร็วสูง พร้อมวิทยุเอฟเอ็มในตัวที่รองรับระบบ Radio Data System (RDS) สามารถแสดงชื่อเพลงและศิลปินที่กำลังฟังผ่านวิทยุได้ทันที หัวเสียบแจ็คขนาด 3.5 มม. จึงสามารถใช้งานร่วมกับหูฟังมาตรฐานอื่น ๆ พร้อมด้วยโปรแกรม Windows Media® Player 11 ในตัวเพื่ออิสระในการดาวน์โหลดเพลงจากผู้จัดจำหน่ายเพลงออนไลน์กว่า 200 รายทั่วโลก
ROKR E8
สุดยอดมิวสิคโฟนที่พร้อมจะเขย่าหัวใจคุณให้เต้นระทึกด้วยเสียงดนตรี ด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยว เรียบเท่ พร้อมเทคโนโลยี ModeShift อันล้ำสมัย สลับโหมดการใช้งานระหว่างโทรศัพท์ ฟังเพลง และถ่ายภาพได้ง่าย ๆ เพียงกดปุ่มเดียว พร้อมวงแหวน FastScroll สำหรับเลือกรายชื่อเพลง หมายเลขโทรศัพท์ ปฏิทินนัดหมาย และมัลติมีเดียต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วเพียงปลายนิ้วสัมผัส ดาวน์โหลดเพลงง่าย ๆ ผ่านโปรแกรม Windows Media Player 11 พร้อมวิทยุเอฟเอ็ม ฟังก์ชัน SongID ซึ่งสามารถแสดงชื่อและศิลปินของเพลงที่ได้ยินได้
การันตีคุณสมบัติอันโดดเด่นด้วยรางวัลต่าง ๆ จากทั่วโลก ทั้งรางวัล CNET Best of CES ประเภทโทรศัพท์เคลื่อนที่และสมาร์ทโฟน ในงานแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ประจำปี 2008 ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา รางวัล CNET People’s Voice รางวัลสุดยอด 20 ผลิตภัณฑ์ CES จากนิตยสาร Popular Mechanics และรางวัล Best of CES ประเภทโทรศัพท์เคลื่อนที่จากนิตยสาร Laptop
ทั้ง ROKR EM30 และ ROKR E8 จึงเป็นมิวสิคโฟนตัวเด่นที่มาพร้อมการเปิดตัวของแคมเปญ MOTO MASHUP ที่จะมาร่วมสร้างมิติใหม่ในแวดวงเพลงด้วย 3 บทเพลงใหม่ในแนวแมชอัพโดยฝีมือคนไทย ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MOTO MASHUP ได้ที่เว็บไซต์ www.Hellomoto.com/th
ข้อมูลเกี่ยวกับโมโตโรล่า
โมโตโรล่า เป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมและการสื่อสารชั้นนำของโลก มุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และบริการที่อำนวยความสะดวกสบายในทุกการติดต่อสื่อสาร ด้วยกลุ่มธุรกิจที่ประกอบด้วย โครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร โซลูชันสำหรับระบบสื่อสารไร้สายขององค์กร อุปกรณ์รับสัญญาณดิจิตอล โมเด็ม อุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ และอุปกรณ์บลูทูธ เพื่อประสบการณ์แห่งการสื่อสารที่ไร้ขีดจำกัด สำหรับผู้บริโภค องค์กรธุรกิจ ตลอดจนหน่วยงานราชการ
โมโตโรล่า ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 บริษัทที่มีชื่อจัดอยู่ใน ‘Fortune 100 company’ ของนิตยสาร Fortune ซึ่งเป็นทำเนียบของ 100 บริษัทที่มีรายได้ประจำปีสูงที่สุดในสหรัฐอเมริกา โดยโมโตโรล่า มียอดการจำหน่ายในปี 2550 สูงถึง 36.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโมโตโรล่า คลิกไปที่ www.motorola.com และสำหรับประเทศไทย คลิกไปที่ www.Hellomoto.com/th
Nui Wiriyapa (นุ้ย วิริยาภา)
“อย่าทำเป็นไม่รู้” เพลง R&B ของ Nui wiriyapa ถูกนำมา Mashup คู่กับเพลง ……… ของ Suburbian ออกมาเป็นเพลงใหม่ชื่อเก๋ไก๋ว่า เพลงหมดแรงไม่รู้นะ
ครั้งหนึ่ง เพลง “วอน”เคยสร้างปรากฏการณ์ทางวงการเพลง ให้คนทั้งประเทศรู้จักเพลงนี้ และร้องตามกันได้และรู้จักเธอในนามของ นุ้ย เดอะ พีชแบนด์ มาวันนี้ นุ้ย ขอลุญเดี่ยว เดินเข้าสังกัด สไปร์ซซี่ดิสก์ ในนามของ วิริยาภา จันทร์สุวงศ์ ที่พกความมั่นใจ เปี่ยมด้วยเสียงร้องอันทรงพลัง ในฐานะศิลปินหญิงรุ่นใหม่ พร้อมแล้วกับอัลบั้ม “Nui Wiriyapa” (นุ้ย วิริยาภา) ภายใต้การดูแลของ ณฐพล ศรีจอมขวัญหรือที่รู้จักกันดีในนาม “ก้อ กรู๊ฟไรเดอร์”ทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ให้
“นุ้ย วิริยาภา”แนวเพลง Soul,R&B ที่โชว์พลังเสียงและเทคนิคการร้องอย่างเต็มที่ รวมไปถึงความสามารถของนุ้ยในด้านการเขียนเนื้อร้อง ทำนองเพลงในอัลบั้มนี้อีกด้วย นอกจากนี้ อัลบั้ม นุ้ย วิริยาภา ยังมีแขกรับเชิญพิเศษมาช่วยแต่งเนื้อร้องในอัลบั้มด้วย อาทิ โต้ง save da last piece ,โตน โซฟา
Nara ศิลปินรับเชิญมา Mashup Rap ในเพลง อีกครึ่งสายตา ของ Sqweez Animal
(นาร่า) นาราพรรณ ชมพูนิต
เกิด 13/08/79 ที่ Texas สหรัฐอเมริกา อายุ 27 ปี เชื้อชาติ ไทย
การศึกษา ปี 4 University of Houston ด้านสถาปัตยกรรม
ความสามารถ กีตาร์, เปียโน, แต่งเพลง, extreme sport, skateboard
ประสบการณ์ - 1 ใน 60 American Idol
- แต่งแร็พ ให้ศิลปิน เบิร์ด ธงไชย, ทาทา ยัง, กอล์ฟ-ไมค์
Sqweez Animal คือ สองหนุ่มนักเรียนอังกฤษที่เล่นดนตรีด้วยกันมาตั้งแต่ตอนอยู่ที่ต่างแดน ก่อนจะกลับมาสานฝันในการมีอัลบั้มของตัวเองในบ้านเกิดในวันนี้
(วิน) วิน ศิริวงศ์ - ร้องนำ
แม้จะไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมาเป็นนักร้องอาชีพในทุกวันนี้ แต่วินก็เป็นชายหนุ่มที่บอกใครๆ ได้เต็มปากว่า รักการร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจ วินเริ่มต้นร้องเพลงด้วยการชักชวนจากเพื่อน จากนั้นเขาก็เริ่มแต่งเพลงและเริ่มสนุกจนหลงรักการแต่งเพลงไปในที่สุด
(สิงห์) ประชาธิป มุสิกพงศ์ - กีตาร์
หนุ่มท่าทางเงียบๆ ที่กำลังศึกษาด้านกราฟิกดีไซน์คนเติบโตมาในบ้านที่รักเสียงดนตรี เขาฝึกเล่นดนตรีมาตั้งแต่ 12 ขวบ และเคยเล่นมาแล้วทั้งกีตาร์ เบส กลอง สิงห์ชอบฟังเพลงเป็นชีวิตจิตใจ ใฝ่ฝันอยากทำเพลงของตัวเอง อยากมีอัลบั้มเหมือนศิลปินที่เป็นฮีโร่ของตัวเอง และการได้ทำเพลงออกมาให้คนได้ฟังวันนี้ก็ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของ เขา
เรื่องของวงดนตรีวงนี้เริ่มต้นเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่วินเริ่มเล่นดนตรีกับเพื่อนๆ ที่เมืองนอกมาตั้งแต่เข้าวัยรุ่น เขาเริ่มตั้งวงดนตรีของตัวเองตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ที่อังกฤษ เวลามีงานของคนไทยในอังกฤษก็จะเป็นวงขาประจำที่ได้ไปแสดงโชว์
จนภาย หลังเมื่อได้รู้จักกับสิงห์ซึ่งเป็นน้องของเพื่อนและรู้ว่าเป็นมือกีตาร์ ฝีมือดี ก็รู้สึกชอบพอในฝีไม้ลายมือจนกลายมาเป็นเพื่อนร่วมวงกัน
วันเวลาผ่านไป ด้วยภาระในชีวิตจริงที่เพิ่มขึ้น สมาชิกในวงดนตรีก็เริ่มแยกย้าย จนเหลือเพียงวินและสิงห์ที่ยังเล่นดนตรีอยู่และมีความฝันจะเอาจริงด้านนี้ ต่อไป แล้วพวกเขาก็กลายเป็นวงดูโอ “Sqweez Animal” โดยได้ชื่อวงมาจากการเอาคำสองคำที่โปรดปรานมารวมกัน คำว่า Animal มาจากการที่วินและสิงห์เปรียบตัวเองเหมือน ‘ลิงกลางคืน’ ที่จะคึกคักเมื่อตะวันตกดิน คำว่า Animal ก็ให้อารมณ์สนุกสนานประมาณนั้น
ส่วนคำว่า Sqweez นั้นพวกเขาได้จากชื่อโปรแกรมคอมพิวเตอร์โปรแกรมหนึ่ง เป็นคำเท่ๆ ที่มีความหมายว่า ‘บีบ’ ซึ่งคำนี้ปกติจะสะกดว่า Squeeze แต่พวกเขาก็นำมาเขียนในแบบตัวเอง เหมือนที่ใครๆ บอกว่าวินชอบร้องเพลงด้วยเสียงบีบๆ …แต่ก็เป็นวิธีการร้องที่เค้นอารมณ์และฟังดูดีในแบบของเขาเองอยู่ดี
ก้าวแรก : ในบ้านเกิด
เมื่อกลับมาใช้ชีวิตที่เมืองไทย เสียงร้องของวินก็กลายเป็นที่รู้จักกันในวงกว้างมากขึ้นเมื่อเขาร้องเพลง “ไม่มีความหมาย” ในอัลบั้ม Singing in the Playground ให้ค่าย Playground Record เมื่อ 4 ปีก่อน เพลงนี้ได้รับรางวัล Virgin Hit Award จากการติดอันดับอยู่ในชาร์ตนานถึง 28 อาทิตย์ติดกัน วินยังได้สร้างเครดิตที่หลากหลายให้กับตัวเองต่อๆ มาอีกด้วย ตั้งแต่การไปร้องประสานให้กับ โยคีเพลย์บอย ไปร้องให้กับอัลบั้มของ Jerry และ Sleeper 1 และและยังไปร้องเพลงในอัลบั้มป๊อปๆ อย่าง Behind The Songs ของ เอิ้น พิยะดา ,และ ยังไปร่วมร้องให้กับวง HIPHOPย่างวง ดูจาดา เพลงจูบ 2 และสุดท้ายเขายัง เขียนเพลงและร้อง ให้กับวง BK 1 เพลงหนีไม่พ้น จากอัลบั้ม T-HOP
รวมถึงการได้รับเลือกให้เป็นหนุ่มโสดที่น่าสนใจ จากนิตยสารผู้หญิงอันดับหนึ่งอย่างคลีโอมาแล้ว แต่เขากับสิงห์ยังคงเกาะกลุ่มเล่นดนตรีกันอย่างเหนียวแน่น ในระหว่างนั้นสิงห์ก็ยังเล่นดนตรีและทำเพลงของวงตลอดเวลา
ก้าวต่อๆ มาของวินและสิงห์ก็เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาทำเพลง “อาจยังไม่สาย และ ฉันไม่เหงา” ในนามวง “Sqweez Animal” ออกวางขายในงาน Fat Festival #4 ตอนปลายปี 2547 ปรากฏว่าได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีทั้งเรื่องยอดขาย และอันดับในชาร์ตเพลงที่เข้าไปถึง Top 5 ของแฟตชาร์ตได้ทั้ง 2 เพลง
และหลังจากตระเวนแสดงดนตรีตามที่ต่างๆ ตั้งแต่งานเล็กไปถึงงานใหญ่ ตั้งแต่กรุงเทพฯ ไปถึงเชียงใหม่ แคมปัสทัวร์ในมหาวิทยาลัยอีกหลายต่อหลายแห่ง จนวันนี้ที่ฝีมือและความมั่นใจเต็มเปี่ยม ก็ถึงเวลาของอัลบั้มเพลงเต็มรูปแบบจากวง Sqweez Animal ในสังกัด Spicy Disc แล้ว
อัลบั้ม : อาจยังไม่สาย
“อาจยังไม่สาย” คืออัลบั้มเพลงที่วินและสิงห์ตั้งใจทำเต็มที่ให้สมกับเป็นงานชุดแรกในชีวิต วินรับหน้าที่แต่งเพลงและร้อง ส่วนสิงห์ ก็โชว์ฝีมือทางดนตรีโดยเป็นผู้เรียบเรียงดนตรีแทบจะทั้งหมด โดยมี “มณเฑียร แก้วกำเนิด หรือ โต้ง Save The Last Piece” คอยทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ให้
หากมีใครมาถามพวกเขาว่างานชุดนี้มีคอนเซ็ปต์หรือคำจำกัดความแนว ดนตรีอะไรเท่ๆ หรือไม่ ทั้งสองหนุ่มก็คงส่ายหน้าแล้วบอกด้วยความภูมิใจว่ามันเป็นเพียงอัลบั้มที่ พวกเขาทำในสิ่งที่ชอบเท่านั้น มันอาจจะมีกลิ่นของดิสโก้ ร็อก โซล หรือ อาร์แอนด์บี หรือแม้แต่อารมณ์ชิล์เอาต์แบบที่กำลังฮิตกันอยู่บ้าง เนื้อเพลงก็มีความเป็นป๊อปแบบที่มีวุฒิภาวะ แต่โดยสรุปแล้ว ทุกๆ เพลงในอัลบั้มนี้ก็คืองานเพลงที่นำเสนอในแบบของ Sqweez Animal เท่านั้น
15 เพลงจาก Sqweez Animal
1. Intro ฟังสบายๆ เพราะๆ จาก Sqweez Animal ก่อนที่จะนำเข้าสู่อีก 14 เพลงของเขา 2 คน
2. ครึ่งสายตา เปิดอัลบั้มด้วยเพลงสนุกๆ กับกีตาร์คอร์ดแบบฟังก์ และกีตาร์ไฟฟ้าเป็นสีสันอยู่ฉากหลัง สื่อสารอารมณ์คึกคักของการตกหลุมรักแบบแรกพบ ชวนให้ขยับเท้าและร้องตามเสียงร้องที่สนุกสนานของวิน เพลงนี้เป็นเพลงแรกๆ ในชีวิตที่ วินแต่งเอาไว้
3. รักกันดีไหม อีกเพลงรักสนุกๆ คราวนี้เปลี่ยนมาเป็นจังหวะดิสโก้บ้าง แต่ก็เป็นดิสโก้ในแบบร่วมสมัย มีเสียงอิเล็กทรอนิกส์อย่างเบสซินธ์ ที่ให้จังหวะหนักแน่นถึงขนาดที่อาจจะไปเปิดเป็นเพลงเต้นรำในคลับต่างๆ ได้เลยทีเดียว
4. ฉันไม่เหงา เพลงเบาๆ เพราะๆ ที่เคยดังมาแล้วในแฟตชาร์ต ถูกนำมามิกซ์ใหม่ในอัลบั้มนี้ เพลงนี้เป็นเพลงที่มีส่วนผสมของป๊อป บอสซาโนวา และ แจ๊ส มีเครื่องดนตรีอย่างเปียโนและดับเบิ้ลเบสมาเพิ่มความนุ่มนวล รับกับเสียงร้องของวินที่ทั้งตัดพ้อและออดอ้อนคนรักอยู่ในที ทั้งที่ปากก็พร่ำบอกว่าไมมีเธอก็คงไม่เหงาสักเท่าไหร่
5. รักไม่หลอก เพลงเท่ๆ ที่คล้ายการเดินทางไกลไปพบเจออารมณ์หลากหลาย เริ่มต้นด้วยการประสานกันระหว่างกีตาร์โปร่งกับกีตาร์ไฟฟ้า พร้อมด้วย Groove ของกลอง และความหนักแน่นของเบส นำพาไปสู่ท่อนฮุกที่จะกลายเป็นดิสโก้ ก่อนจะถึงดิสโก้พร้อมด้วยช่วงเบรกที่จะเป็นซาวที่ล่องลอยอยู่ก่อนท้ายเพลง
6. ไม่มองกลับหลัง เพลงที่เป็นป๊อปร็อกชัดเจนเพลงเดียวในอัลบั้ม ขึ้นต้นด้วยซาวด์เอฟเฟกต์ กับกีตาร์ไฟฟ้าซึ่งเป็นตัวคุมจังหวะของเพลง ก่อนจะมาระเบิดเป็นร็อกในท่อนฮุก กลายเป็นเพลงสนุกๆ น่าโยกหัวตาม
7. ทำไงดี เพลงจากการแต่งเนื้อ และร้องโดย สิงห์ ในแนวโซลที่ฟังแล้วรู้สึกได้ว่าพลิ้วล่องลอย มืดหม่น แต่ก็ไพเราะและสวยงาม เป็นอีก 1 เพลงที่บอกเล่าอีกแง่มุมในดนตรีของ Sqweez Animal ได้เป็นอย่างดี
8. นางในฝัน เพลงช้าที่ซาวน์จะไปทางฝั่งอังกฤษตามถิ่นฐานที่ทั้งวินและสิงห์เคยใช้ชีวิต อยู่ ในแนวที่เรียกว่า บริตป๊อป นั่นเอง เพลงรักเพลงนี้ดนตรีจะปูพื้นด้วยกีตาร์โปร่ง เปียโน และเบส มีซาวล่องลอยคล้ายหลุดลอยออกไปนอกห้วงอวการอยู่ข้างหลัง ดนตรีเล่นง่ายๆ แต่เนื้อหานั้นช่างเป็นเพลงเศร้าที่ทำใจได้ไม่ง่ายเลย
9. อีกสักครั้ง เพลงนี้ใช้กีตาร์ไฟฟ้า 12 สาย เป็นสีสันเฉพาะบทเพลง ด้วยลีลาแบบโซลและป๊อป มีสีสันกรู๊ฟของกลอง กีตาร์แบบฟังก์ และเสียงไพเราะของเปียโน เป็นเพลงรักลาจากที่ร้องขอให้คนรักที่กำลังจะไปช่วยอยู่ด้วยกันอีกสักครั้ง คล้ายจะเข้าอกเข้าใจ แต่ก็ยังทำใจไม่ได้เสียที
10. อาจยังไม่สาย เพลงจากอีพีอีกเพลงที่นำมาปรับแต่งใหม่ เพลงเท่ๆ เพลงนี้เริ่มต้นช้าๆ ก่อนจะเข้าจังหวะชวนโยกหัวน้อยๆ กีตาร์ไฟฟ้าโชว์ลีลาง่ายๆ แต่งดงาม เบสไลน์แอบชวนให้คึกคัก กลองก็พร้อมจะส่งอารมณ์ให้เสียงร้องของวินระเบิดอารมณ์ได้ทุกเมื่อ ลองตั้งใจฟังกันดู แล้วจะพบว่ายังไม่สายที่พวกเขาจะสื่อความหมายในใจใช่ไหม?
11. Materialistic เพลงดิสโก้อีกเพลง แต่เป็นดิสโก้แบบหนืดหน่วง ชวนเต้นแต่ไม่ถึงกับชวนดิ้น เป็นการโยกย้ายแบบสบายๆ ไปกับเนื้อหาว่าด้วยวัตถุนิยม บวกกับเมโลดี้ที่ชวนวาบหวิว ฟังไปเต้นไป และคิดตามไปด้วย ก็จะได้ความบันเทิงในหลายมิติหลากมุม
12. Let’s cry เป็นเพลงช้าซึ้งๆ ทางเดินคอร์ดติดหู เป็นเพลงที่น่าจะถูกใจใครๆ ได้ไม่ยาก ที่สำคัญคือเป็นการผสมผสานระหว่างความเก่าและใหม่ได้ดังใจของ Sqweez Animal ทั้งท่วงทำนองแบบเก่าๆ แต่การเรียบเรียงกีตาร์แบบสมัยใหม่ ในขณะที่เบสก็เป็นดับเบิ้ลเบสแบบโบราณเพื่อให้ได้เสียงที่ใหญ่โตลึกซึ้ง
13. เริ่มใหม่ เพลงโปรโมตเพลงแรกของอัลบั้มนี้ ซาวนด์ทั้งกีตาร์ เบส กลอง จะย้อนยุคไปถึงช่วงทศวรรษที่ 70 เมโลดี้ติดหู เสียงร้องเท่ขาดใจ แต่ที่เท่ที่สุดก็คือท่อนฮุกที่ร้องว่า “เพียงเรายอมรับวันใหม่ เพียงเรายอมรับวันเก่าๆ ให้ผ่านไป” เป็นคำคมๆ ง่ายๆ ที่อาจจะเป็นปรัชญาในการค้นพบความรักที่มีความสุขก็เป็นได้
14. อาย เพลงชิล์เอาต์แสนสบายอีก 1 เพลงที่ สิงห์ ได้ร้องไว้ในอัลบั้มนี้ ซึ่งอินโทรจะเป็นการเล่นประสานกันระหว่างกีตาร์ไฟฟ้าและกีตาร์โปร่งในสไตล์ ของสิงห์ ผสมด้วยเปียโนไฟฟ้าบางๆ แต้มสีสัน ท่วงทำนองจังหวะผ่อนคลาย รอให้ถึงท่อนฮุกจึงจะมีความสดใสมามอบให้
15. Suffocate เพลงนี้เป็นโซลแบบเต็มตัวของ Sqweez Animal ซาวด์ที่หม่นแต่ค่อนข้างจะหรูหราซับซ้อน กีตาร์ไฟฟ้าใช้เอฟเฟกต์เป็นหลัก ซาวนด์ค่อนข้างทุ้ม จึงเป็นเพลงปิดอัลบั้มที่ได้อารมณ์แตกต่างออกไปอีกแบบ
Sqweez Animal
ชื่อ-สกุล : วิน ศิริวงศ์ (วิน)
ปัจจุบัน : 1. ทำงานกิจการของที่บ้านบริษัท
Flowco Systems Limited เป็น บริษัทที่ Support ด้านระบบ retail automation ให้ ปั้มนำมันทั่ว ประเทศเช่น ระบบหัวจ่ายน้ำมัน ระบบวางสายใต้ดิน ระบบเก็บเงิน ตำแหน่ง : MD
2. นักร้องวง Sqweez Animal
ตำแหน่ง : Vocalist, Song writer, Acoustic guitar
การศึกษา : Bachelor of Science degree in Engineering
จาก Kingston University (London, England)
ประสบการณ์งาน :
• ได้รับรางวัล Cleo’s 50 Most Eligible Bachelors 2005
• 1998 ร้องเพลงให้ Jingle คลื่นวิทยุ 103.5 Modern Love โดยติดต่อผ่านค่าย Bakery Music
• 2001 เล่น concert back up ให้ โป้ Yokee Playboy ที่ประเทศอังกฤษ งานสามัคคีสมาคม
• 2003 ร้องเพลง “ไม่มีความหมาย” ใน album Singing in the Playground ให้ค่าย Playground Record และได้รับรางวัล Virgin Hit Award จากการติดอันดับอยู่ในchartนาน ถึง 28 อาทิตย์ ติดกันจากเพลงนี้
• 2003 ร้องเพลง “เมื่อฉันพบเธอ” ให้กับ อัลบั้มแรก ของ “Jerry” ศศิศ มิลินทวณิช
• 2003 เริ่มเป็น Back up vocalist ให้วง Yokee Playboy และปัจจุบันยังคงทำอยู่
• 2004 เขียนเนื้อร้อง และร้องเพลง “หนีไม่พ้น” ให้กับวง BK1 ในอัลบั้ม T-HOP ของค่าย Bakery Music และออกทัวร์คอนเสิร์ตกับวงนี้
• 2007 คลอดผลงานอัลบั้มเต็มชุดแรกเป็นของตัวเองในนามวง Sqweez Animal (สควีซ แอนนิมอล) อัลบั้ม อาจยังไม่สาย
• 2008 แสดงโฆษณา CDMA Cat Telecom
• Concert ใหญ่ของตัวเองครั้งแรก “Home Sqweez Home” ที่ Zen Gallery ชั้น 8
ชื่อ-สกุล : ประชาธิป มุสิกพงศ์ (สิงห์) ปัจจุบัน : นักร้องวง : Sqweez Animal ตำแหน่ง : Guitar
การศึกษา : กำลังศึกษา ชั้นปีที่ 2 Middlesex University (London, England)
ประสบการณ์งาน :
• 2004 เล่นกีตาร์ “หนีไม่พ้น” ให้กับวง BK1 ในอัลบั้ม T-HOP ของค่าย Bakery Music และออกทัวร์คอนเสิร์ตกับวงนี้
• 2007 คลอดผลงานอัลบั้มเต็มชุดแรกเป็นของตัวเองในนามวง Sqweez Animal (สควีซ แอนนิมอล) อัลบั้ม อาจยังไม่สาย
• 2007 ได้รับรางวัล Cleo’s 50 Most Eligible Bachelors 2007 สาขา Scream
• 2007 ทำอัลบั้มเดี่ยวโปรเจคพิเศษในนาม “INVERSOUL” อินเวอร์โซล และเพลงของเขาได้ขึ้นอันดับ 1 ที่คลื่น Fat Radio อีกด้วย
• Concert ใหญ่ของตัวเองครั้งแรก “Home Sqweez Home” ที่ Zen Gallery ชั้น 8
Cyndi Seui (ซินดี้ ซุย)
อัลบั้ม : MICRO BITZ LIFE (ไมโคร บิทซ์ ไลฟ์) แนวเพลง : เฟรนช อิเลคโทร สังกัด : Smallroom
สมอลล์รูม ห้องดนตรีเล็กๆ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพของงานเพลง พร้อมที่จะสร้างสรรค์งานดนตรีในรูปแบบที่ หลากหลาย ล่าสุดส่งแนวดนตรีอิเลคโทรนิคในรูปแบบของบทเพลงบรรเลงของ Cyndi Seui (ซินดี้ ซุย) กับอัลบั้มแรกของเค้าในชื่อ MICRO BITZ LIFE (ไมโคร บิทซ์ ไลฟ์) ที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของเค้าได้เป็นอย่างดี
Cyndi Seui หนุ่มผมยาวชาวฟิลิปปิน ผู้มีใจรักด้านดนตรีมาตั้งแต่อายุ 17 ปี กับ “ของเล่น” ชิ้นแรกที่ทำให้เค้ารู้สึกหลงใหลในเสียงเพลงคือ เครื่องให้จังหวะ(Drum machine) จากความหลงใหลก็นำไปสู่การสะสม และ ความอยากที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับ “ของเล่น”ต่างๆให้มากขึ้น หลังจากสั่งสมความรู้มาพอสมควร เค้าและเพื่อนสนิทผู้หลงใหล”ของเล่น”เช่นเดียวกับเค้าที่ชื่อ มณฑล จิราได้ไปร่วมทำงานเพลงให้กับศิลปินอย่างโมเดิร์นด็อก หลังจากนั้นในปี2003 Cyndi Seui และ มณฑล จิรา ได้ทำเพลงร่วมกันอีกครั้งในนาม General Montonn and Cyndi Seui ผลิตงานเพลงแนวอิเลคโทรนิค ให้กับอัลบั้ม สมอลล์รูม 003 และอีกหลายๆบทเพลงทั้งในงานโฆษณา และ งานCompilation ที่ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นมาจาก”ของเล่น”ต่างๆที่เค้าสะสม ความหลงใหลใน”ของเล่น”นี้เองที่กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้ Cyndi Seui ได้ทำอัลบั้มชุดแรกของเค้าในรูปแบบงานเพลงบรรเลงที่ใช้เครื่องมืออิเลคโทรนิ คทำให้เกิดจังหวะทำนอง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการสื่อสารแทนเนื้อร้อง
Cyndi Seui ได้ให้คำจำกัดความ ไว้ว่า
MICRO BITZ: คือสิ่งเล็กๆน้อยๆที่ใช้เรียกแทน“ของเล่น” หรือเครื่องมือที่เค้าใช้ในการแต่งเพลง
LIFE: คือชีวิตในการทำงานดนตรีของเค้า ที่ต้องใช้การสัมผัส จับต้อง กับ“ของเล่น”ของเค้าทำให้เกิดผลงาน ในอัลบั้มนี้ ดังนั้น MICRO BITZ LIFE ก็คือ การนำเอา“ของเล่น”ทั้งหมดของ Cyndi Seui ที่เค้าเคยสัมผัสในชีวิตของการทำงานเพลง มาใช้เพื่อ ก่อให้เกิดแนวดนตรีรูปแบบใหม่ ภาพรวมของอัลบั้ม MICRO BITZ LIFE เป็นการเล่าเรื่องราวของชีวิตคนในเมืองใหญ่ ผ่านมุมมองของ Cyndi Seui
POP CIRCUIT : โดดเด่นด้วยงานดนตรีแนว เฟรนช อิเลคโทร กับรูปแบบของงานเพลงที่เน้นจังหวะสนุกๆ ฟังแล้วอยากลองโยกไปตามจังหวะได้ไม่ว่ากัน ด้วยเนื้อหาของเพลงที่บอกให้เห็นถึง ชีวิตคนในเมืองหลวง กับรูปแบบของการทำงานที่ต้องวนๆ ซ้ำๆ กับชีวิตของการทำงานในทุกๆ วัน ลองฟังดูแล้วจะรู้ว่ามันเข้ากับชีวิตการทำงานของคุณรึเปล่า
Credit: ปี 1999 ทำเพลงแฟชั่นโชว์ให้กับห้องเสื้อ KOOKAI ที่ประเทศญี่ปุ่น
ปี 2001 Opening act ร่วมกับ เจ-มณฑล จิรา ให้กับ Modern Dog ในอัลบั้มชุด Love Me Love My Life
ปี 2005 -ทำเพลง theme Green Carpet (going up) ให้กับ Heineken
- Produce เพลง พารานอย ให้กับศิลปิน “โดม-ปกรณ์ ลัม” ในอัลบั้ม nologo
จิกกะบาลเสนอหน้า– Etc.
MotoMashUp @ Curve
Etc GrooveRider@Inch
ETC Bring it Back Concert
เบื้องหลังการเตรียมตัว Concert ETC Bring it back @ indoor stadium
Etc @ Route 66 by FEDERBRAU 11-09-08
Etc @ Yes indeed 03-09-08
Max Stage Mobile
ETC @ 2สลึง
ETC @ Route66
ETC_Overtone
RockOnTheMoon
ETC @ St. Moritz
ETC @ JET
เปิดอัลบั้ม Bring It Back
ETC @ Inch ศุกร์ 13
ETC @ Slim
ETC @ กระฉ่อน 89
ETC @ B Zeen
ETC Yes Indeed 24-5-08 # 2
ETC Yes Indeed 24-5-08 # 1
ETC Hotwave Show Pow
MAX Day # 2
Seed Awards ครั้งที่ 3 โชว์ 3
Seed Awards ครั้งที่ 3 โชว์ 2
Seed Awards ครั้งที่ 3 โชว์ 1
Seed Awards ครั้งที่ 3 สัมภาษณ์
Money EXPO 2008 - ETC
Etc. @ บางรัก รัชดา ซอย4 #2
Etc. @ บางรัก รัชดา ซอย4 #1
Etc. @ River bar #2
Etc. @ River bar #1
“Love Maker by AMPM” หัวหิน #9
“Love Maker by AMPM” หัวหิน #8
“Love Maker by AMPM” หัวหิน #7
“Love Maker by AMPM” หัวหิน #6
“Love Maker by AMPM” หัวหิน #5
“Love Maker by AMPM” หัวหิน #4
“Love Maker by AMPM” หัวหิน #3
“Love Maker by AMPM” หัวหิน #2
“Love Maker by AMPM” หัวหิน #1
เบื้องหลัง “Love Maker by AMPM” หัวหิน
San Miquel Vol.7 - Etc
Chivas Music Terminal - Etc # 2
Chivas Music Terminal - Etc #1
Etc. - KTC Wedding Fair
ETC@Paragon2
ETC@Paragon1
Etc.@inch onValentine’s day
Etc.@inch onValentine’s day
ETC @ Centralworld
Countdown with Etc.@ Santika 4
Countdown with Etc.@ Santika 3
Countdown with Etc.@ Santika 2
Countdown with Etc.@ Santika
Etc@SeasonChange Hilight
CenterPoint InfinityParty
CenterPoint InfinityParty
Bangkok City Music Fest 1/12/2007
บรรยากาศการซ้อม“Bangkok City Music Fest 2007”
Concert จากงาน Fat Festival ครั้งที่ 7 #1
ช่วยกันร้องเพื่อน้องที่ห่างไกล Charity Concert # 8 (โก้ Mr.Saxman และ อื่นๆ)
ช่วยกันร้องเพื่อน้องที่ห่างไกล Charity Concert # 7 (โรส + M อรรถพล)
ช่วยกันร้องเพื่อน้องที่ห่างไกล Charity Concert # 6 (Jetseter + Lipta)
ช่วยกันร้องเพื่อน้องที่ห่างไกล Charity Concert # 5 (ฟอร์ด + ลูกหว้า + ลูกปัด)
ช่วยกันร้องเพื่อน้องที่ห่างไกล Charity Concert # 4 (Ben + Etc.)
ช่วยกันร้องเพื่อน้องที่ห่างไกล Charity Concert # 3 (ประมูลฺ)
ช่วยกันร้องเพื่อน้องที่ห่างไกล Charity Concert # 2 (ประมูล)
ช่วยกันร้องเพื่อน้องที่ห่างไกล Charity Concert # 1 (Portrait)
Etc @ แจ่มบาร์ ตอนที่ 3
Etc @ แจ่มบาร์ ตอนที่ 2
Etc @ แจ่มบาร์ ตอนที่ 1
Etc @ We Za ตอนที่ 2
Etc @ We Za ตอนที่ 1
Etc @ ซูซี่ ข้าวสาร ตอนที่ 3
Etc @ ซูซี่ ข้าวสาร ตอนที่ 2
Etc @ ซูซี่ ข้าวสาร ตอนที่ 1
Hi-light Life is beautiful
ETC @ BOOZE ทองหล่อ ตอนที่ 2
ETC @ BOOZE ทองหล่อ ตอนที่ 1
Etc. @ Casino ตอนที่ 3
Etc. @ Casino ตอนที่ 2
Etc. @ Casino ตอนที่ 1
Etc. @ Number 9 ตอนที่ 3
Etc. @ Number 9 ตอนที่ 2
Etc. @ Number 9 ตอนที่ 1
Etc.@ ลีลาวดี # 3
Etc.@ ลีลาวดี # 2
Etc.@ ลีลาวดี # 1
Concert Etc. Me & My Girls เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม
Etc. ฟิดซ้อมเตรียมตัวขึ้นconcertกับ My Girls
Etc. @ ร้าน INDI # 2
Etc. @ ร้าน INDI # 1
Mini Concert งานแถลงข่าว Etc. Me & My Girls Concert
Etc @ Retro Live Cafe # 3
Etc @ Retro Live Cafe # 2
Etc @ Retro Live Cafe # 1
Etc. งานเปิดตัว Chevrolet
Etc. @ CLIQ ทองหล่อ ซอย 25
Etc. @ Motown รัชดา ซอย 8 part3
Etc. @ Motown รัชดา ซอย 8 part2
Etc. @ Motown รัชดา ซอย 8 part1
MAX Day – Etc.
Point 5 Point Live # 1 - Etc .
Hilight: CentralWorld Presents Melody of life - Moon , Sofa , Etc.
One-2-Call! Max Stage Mobile # 2 - Etc.
เปิดอัลบั้ม “เปลี่ยน” วง Etc .
จิกกะบาล – Etc.
ตอน 73 - ETC
ตอน 72 - ETC
1st Anniversary
Happy New Year 2008
ช่วยกันร้องเพื่อน้องที่ห่างไกล Charity Concert
ตอน 12 Etc. และ โชว์ จาก Etc.
MV – Etc.
Etc. MV สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าหัวใจ
Etc. MV อย่าถาม
Etc. MV เปลี่ยน
MV คนใกล้ตัว - หนึ่ง ETC (อภิวัฒน์ พงษ์วาท)
Etc. MV ผิดที่ฉันเอง (Complete Version)
Etc. MV ผิดที่ฉันเอง
Etc. MV เธอคือใคร
Etc. MV เจ้าชายนิทรา
Music – Etc.
Etc.
Gallery – etc
Cover night B & ETC
etc Hot Wave Show Pow
MAX Day
Money EXPO 2008 - ETC
“Love Maker by AMPM” หัวหิน
“Love Maker by AMPM” หัวหิน
Etc.
จิกกะบาลเสนอหน้า - บี Crescendo
MotoMashUp @ Curve
Max Stage Mobile Season 2 ตอน Delicious Concert
MAX Day # 4
MAX Day # 3
MAX Day # 2
MAX Day # 1
Seed Awards ครั้งที่ 3 สัมภาษณ์
KTC LOVEIS 2007- Nuvo
BBA Charity Concert - บี Crescendo
จิกกะบาล - บี Crescendo
ตอน 71 - บี พีระพัฒน์ เถรว่อง
ตอน 22 พี่ บี Crescendo
รูป– บี Crescendo
MAX Day
MOTO MASH UP @ Inch Pub


