ตอน 87 - นุ้ย วิริยาภา (บทสัมภาษณ์)
Posted on Sunday, October 19, 2008 at 2:00 pmCategory: บทสัมภาษณ์
ตอน 87 - นุ้ย วิริยาภา (บทสัมภาษณ์)
พี จิกกะบาล : สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกแล้วกับรายการ จิกกะบาล Talk show สบายๆ สไตล์จิกกะบาล แขกรับเชิญของเราวันนี้ นั่งอยู่ตรงนี้แล้ว พบเลยแล้วกัน นุ้ย The peach band
(ทุกคนเฮ)
พี จิกกะบาล : ต้องถามก่อนเลยว่า เป็นฝรั่งรึปล่าว ทำไมชื่อ The peach band
นุ้ย วิริยาภา : ไม่ใช่ค่ะ!!! นั่นมันชื่อวงเก่า
อ๊อฟ จิกกะบาล : รู้จักแต่นุ้ยอะ
นุ้ย วิริยาภา : อีกคนคือพี่พีทค่ะ
พี จิกกะบาล : ตกลง ชื่อจริงคือ
นุ้ย วิริยาภา : วิริยาภาค่ะ (อ่านจากสคริป)
พี จิกกะบาล : ต้องอ่านด้วยเหรอคับ
นุ้ย วิริยาภา : กลัวลืมค่ะ มีหลายชื่อ เปลี่ยนตามวัน
อ๊อฟ จิกกะบาล : พรุ่งนี้จะชื่ออะไรคะ
นุ้ย วิริยาภา : พรุ่งนี้ชื่อ กชกร
อ๊อฟ จิกกะบาล : พรุ่งนี้วันจันทร์ เลยไม่มีสระบนล่าง ไม่ได้ตั้งตามวันที่เกิด แต่ให้เปลี่ยนตามวันที่อยู่ เว้อ!!
อ๊อฟ จิกกะบาล : อายุเท่าไหร่แล้วคะ
นุ้ย วิริยาภา : 26 ค่ะ ปลายปีนี้
อ๊อฟ จิกกะบาล : ผ่านเบญเจสไปแล้ว
พี จิกกะบาล : เรามาสัมภาษณ์พอดี เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเบญจเพส
นุ้ย วิริยาภา : ใช่เป็นสิ่งที่ต้องจำไว้ว่ามันเกิดขึ้น
(ทุกคนหัวเราะ)
อ๊อฟ จิกกะบาล : แสดงว่าเป็นเบญจเพสที่ดี ดัง งานเยอะ
นุ้ย วิริยาภา : บางคนเค้าก็เบญจเพสตอน 21 22 นะ ต้องไปดูว่า เบญจเพสเมื่อไหร่ บางคน 25 รถชน 25 แต่งงาน
อ๊อฟ จิกกะบาล : นั่นน่ะซวยสุดละ
นุ้ย วิริยาภา : อ๋อ สมรสและภาระ
นุ้ย วิริยาภา : เรียนไรมาคะ
อ๊อฟ จิกกะบาล : โบราณ ศิลปากร ค่ะ
พี จิกกะบาล : วันนี้ก็เลยมาทำวิจัย กันที่สิ่งโบราณอันนี้(ชี้ไปที่อ๊อฟ)
อ๊อฟ จิกกะบาล : ยังงี้ไม่ได้โบราณ เค้าเรียกอยู่ยงคงกระพัน
พี จิกกะบาล : แล้วไปพบเจอกับการร้องเพลงแต่ใดมา
นุ้ย วิริยาภา : ตั้งแต่เด็กๆแล้วค่ะ ตอนเด็กชอบอัดเทป เราก็ชอบเอาคาราโอเกะที่อยู่ท้ายๆเทป มาร้อง แล้วก็มารวมเป็นอัลบั้มของเราเอง
นุ้ย วิริยาภา : ส่งเดโมบ้าง บางทีก็มีพากย์เสียง บางทีมี A cappella อันนี้เสียงต่ำ อันนี้เสียงสูง Soprano Alto
พี จิกกะบาล : ร้องอยู่คนเดียว
นุ้ย วิริยาภา : อยู่คนเดียว ไม่มีเพื่อน
พี จิกกะบาล : เว้
นุ้ย วิริยาภา : ตอนเด็กก็เล่นกับเพื่อนนี่ล่ะ แต่พอว่างๆก็ทำเดโม ชอบ
อ๊อฟ จิกกะบาล : ตอนนั้นคิดอะไร
นุ้ย วิริยาภา : คิดว่าน่าจะเป็นอะไรที่ยืนยันเราว่าเราร้องเพลงได้นะคะ อยากเป็นนักร้อง เอาไปเสนอตามค่าย แต่ไม่ไช่นักร้องประกวด ไม่ใช่พวกพ่อแม่ดัน
พี จิกกะบาล : แล้วผลเป็นไงคับ เดโม
นุ้ย วิริยาภา : ไม่ได้เลยค่ะ สมัยนั้นโครงการมันน้อย มันไม่เหมือน AF
พี จิกกะบาล : แล้วไงต่อคับ
นุ้ย วิริยาภา : ส่งเดโม ไม่ได้อะไรเลย ก็ชิว ก็เรียนกันไป พอเข้าปี 1 อยากจะทำอะไรซักอย่างนึง ก็ไปเรียนแต่งเพลงที่ GenX academy ใช้เงินแก้ปัญหา
นุ้ย วิริยาภา : ด้วยอารมณ์ที่แบบว่า สงสัยต้องทำเองว่ะ ก็เลย ทำยังไงเพลงจะเกิด ก็เลยต้องไปเรียนเขียนเพลง พอไปเรียนก็เจอพี่พีทเป็นผู้ช่วยสอน แต่ก็ไม่ได้อะไร
นุ้ย วิริยาภา : ก็ทำจนจบคอร์ส ได้ CD มาแผ่นนึง เป็นเพลงที่พี่พีทแต่ง เราก็อัดร้อง เพลงมันไม่ต้องอัดร้องเองหรอก แต่บังเอิญร้องได้ก็เลยอัด
นุ้ย วิริยาภา : เพลงนี้พี่พีทแต่งดนตรี เราแต่งเนื้อ แล้วเราก็อัดเอง แล้วเราก็เอาอันนี้ไปส่งเดโม มีคนแนะนำให้ไปส่งตามคลื่นวิทยุ
นุ้ย วิริยาภา : พี่ปุ๋ย ดีเจ แนะนำให้ไปที่แฟท ทุกอย่างเกินขึ้นเร็วมาก ตอนนั้นไปยื่น ไม่เจอใครเลย ให้พี่ยามเอาไว้
พี จิกกะบาล : เค้าก็เดินขึ้นไปเปิดเลย
นุ้ย วิริยาภา : เค้าเป็นดีเจ ปรากฏ ดีเจ ยามมี่
(ทุกคนหัวเราะ)
นุ้ย วิริยาภา : เราก็เข้าไปบอกว่าฝากเปิด ตอนนั้นยังไม่มี Bedroom กำลังจะมี มี Post it แปะไว้ นุ้ยวิริยาภา เบอร์โทร ปกก็ไม่มี กล่องแตกด้วย
อ๊อฟ จิกกะบาล : ได้ฟังตอนเค้าเปิดครั้งแรกมั้ย
นุ้ย วิริยาภา : เพื่อนบอกค่ะ เพื่อนถามว่าเพลงเรารึปล่าว แถมยังติดชาร์ทด้วย
อ๊อฟ จิกกะบาล : เอาไปนานมั้ย กว่าเค้าจะเปิด
นุ้ย วิริยาภา : เอาไปวันพฤหัส เข้าชาร์ทอาทิตย์ถัดมา ไต่ไปมา อันดับสองมั้ง เค้าก็โทรมาถามน้องชื่อวงชื่ออะไร
พี จิกกะบาล : เพลงอะไรเอ่ย
นุ้ย วิริยาภา : ท่องราตรี
อ๊อฟ จิกกะบาล : ขอนิดนึง
นุ้ย วิริยาภา : ตื๊อ ดือ ดือ ดือ ดือ
พี จิกกะบาล : เอาเนื้อสิ
นุ้ย วิริยาภา : ล๊า ลา ลา ในคืนนี้
อ๊อฟ จิกกะบาล : จำไม่ได้ก็บอกสิ
(ทุกคนหัวเราะ)
อ๊อฟ จิกกะบาล : ตอนที่เค้าโทรมาถามคุยกับพี่พีทไว้ก่อนรึยังคะ
นุ้ย วิริยาภา : ไม่ค่ะ คิดเอง
อ๊อฟ จิกกะบาล : ยังดีนะมีชื่อเค้าอยู่ด้วย ไม่บอกเป็นเดี่ยว
นุ้ย วิริยาภา : ก็เลยเป็นวงกันขึ้นมา ทำกันต่ออีก 2 – 3 เพลง มี เก็บรัก Let’s แล้วก็ขึ้นอันดับด้วย เราก็งงๆ แล้วก็ได้เจอพี่เต็ด แล้วก็เลยได้มาเซ็นสัญญา ทำ The peach band
นุ้ย วิริยาภา : ก็ 2 อัลบั้มเต็ม อัลบั้มพิเศษ 1
อ๊อฟ จิกกะบาล : สรุปว่าได้เรียนร้องเพลงบ้างมั้ย
นุ้ย วิริยาภา : ที่ผ่านมาไม่ได้เรียน แต่อัลบั้มนี้ไปเรียน เพราะว่า อัลบั้มที่แล้วเป็น Studio เล่นสดก็ได้แต่ก็ไม่ได้ดีมาก แต่คราวนี้อยาก Perform สดให้มันดีขึ้น เรียนเทคนิคการใช้เสียงมานิดหน่อยค่ะ
นุ้ย วิริยาภา : ก็ดีขึ้นในระดับที่ตัวเองพอใจ ก็เดี๋ยวก็เรียนอีกค่ะ หาความรู้เพิ่มเติม ที่เรียนมาก็เรียนครูโรจน์
อ๊อฟ จิกกะบาล : เรียนเต้นมาด้วยปะ
นุ้ย วิริยาภา : เรียนด้วย เพราะว่าพี่เต้ง อยากให้เต้น เพราะเพลงแรกเป็นเพลงเร็วด้วย พี่ๆเค้าอยากให้หลุดภาพเดิมด้วย
อ๊อฟ จิกกะบาล : แล้วทำไมสุดท้ายถึงมาทำคนเดียว พี่พีทหายไปไหน
นุ้ย วิริยาภา : พี่เค้าออกไปแล้ว ตั้งแต่ปีที่แล้ว ชื่อวง Anythin else
นุ้ย วิริยาภา : ก็หลังจากหมดสัญญา นุ้ยก็มีเพลงทำเอง พี่เค้าก็มีก็แยกย้ายกันไป ตอนนั้นนุ้ยก็ทำเพลงคนเดียว ส่งเพลงไปที่คลื่นวิทยุ ไปเรื่อย แล้วก็ได้มาเจอพี่ก้อ ตอนนั้นออกเดี่ยว “แล้วเธอจะเชื่อไหม”
นุ้ย วิริยาภา : ก็เลยเอา ไอพอดไปให้ฟัง พี่วิจารณ์หน่อย แย่มั้ย ให้กี่ดาว ฟันธงมาเลย ก็เลยกลายเป็นได้คุยกันมากขึ้น พี่เต้งก็เลยชวนมาอยู่ค่าย แล้วให้พี่ก้อมาเป็น Produce
อ๊อฟ จิกกะบาล : ตอนนั้นทำไปถึงไหนแล้วคะ
นุ้ย วิริยาภา : ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเลย ก็มีดนตรีจากคีบอร์ดกดๆ แบบง่ายๆ ก๊อปแปะ อัดร้อง mix นิดหน่อยพอสวยงาม เอาไปให้พี่ก้อฟังพี่เค้าก็ชอบ ก็เลยถือว่าเริ่มทำงานเมื่อตอนต้นปี 50 พอปี 51 ก็เสร็จแล้ว วางแผนการตลาดอย่างเดียว
อ๊อฟ จิกกะบาล : ได้ข่าวว่าทีมที่มาช่วยนี่รวมดาวทีเดียว
นุ้ย วิริยาภา : ค่ะ ก็มี พี่บอย ตรัย แต่งเพลง อย่าทำเป็นไม่รู้ พี่โตน โซฟา มาทำเพลงที่สอง รู้ไว้ ซึ่งรู้ไว้ เป็นเพลงที่แรกที่ทำ นุ้ยทำดนตรี พี่โต้ง Save da last piece ก็มา เพื่อนๆจาก Monotone พี่ พีท จาก Blissonic มา Mix ให้
อ๊อฟ จิกกะบาล : โมโนโทนมากี่คนคะ
นุ้ย วิริยาภา : มาเยอะมาก ออกเช็คที งงเลย
อ๊อฟ จิกกะบาล : เอ้ย เพื่อนกันไม่ต้องให้หรอก
นุ้ย วิริยาภา : ต้องให้สิ 200 บาทพอ
(ทุกคนหัวเราะ)
อ๊อฟ จิกกะบาล : ทำไมถึงเลือกคนกลุ่มนี้มาช่วย
นุ้ย วิริยาภา : จริงๆ ความชอบของ Producer ก็แตกต่างกันอยู่แล้ว แต่บางคนก็ชอบ Soul R&B อยู่แล้ว แต่ถ้าเผื่อว่ามันไกลกันเกินไป พี่ก้อเค้าก็จะมาช่วยดูอีกที แต่บังเอิญ ทุกอย่างมันได้
พี จิกกะบาล : ถ้ายังงั้น อัลบั้มนี้เป็นแนวไหนเอ่ย
นุ้ย วิริยาภา : ตอน The peach band จะเป็น ดนตรีแบบ Pop Asia รวมกับ เสียงร้องที่เป็น Pop R&B Soul ตอนนี้ เราร้องเหมือนเดิม แต่ดนตรีก็จะมาทางเรามากขึ้น ถ้าถามว่าอะไรเปลี่ยน คือดนตรี แต่หลักๆ แล้วคือ นุ้ยร้อง นุ้ยแต่งเหมือนเดิม
อ๊อฟ จิกกะบาล : รู้สึกยังไงที่ได้มารวมกับพี่ บอย ตรัย
นุ้ย วิริยาภา : เจอพี่ บอย บ่อยมาก เดินผ่านไปมา พอเค้าเรียบเรียงเพลงมาให้ แต่งมาให้ เราก็ เอ้ย เนี่ยเหรอ พี่บอย ตรัย เค้ามาทำอัลบั้มให้เรา พี่ก้อ Groove rider ยังเงี้ย เหมือนฝันเลยอะ
นุ้ย วิริยาภา : เมื่อก่อนเค้าก็ชอบเราในฐาณะที่เป้น The peach band แล้วตอนนี้ได้มาร่วมงานกัน โหย ดีใจ
อ๊อฟ จิกกะบาล : แฟนเพลงเป็นไง
นุ้ย วิริยาภา : เค้าก็จะรู้จักในนาม Peach band ออกเดี่ยวแล้วเหรอ เค้าก็จะบอกว่าเพลงแปลกดี เพลงใหม่เพราะดี ประมาณนี้
พี จิกกะบาล : สรุปว่า แฟนเพลงเก่าก็ยังอยู่ แฟนเพลงใหม่ก็มีเพิ่มขึ้น
นุ้ย วิริยาภา : ค่ะ
พี จิกกะบาล : แล้วแฟนจริงๆล่ะคับ
นุ้ย วิริยาภา : ไม่มีค่ะ โสด
อ๊อฟ จิกกะบาล : อันนี้เรารุ้อยู่แล้วแหละ เราเห็นตารางแล้ว งานยุ่งมาก เอาเวลาที่ไหน
นุ้ย วิริยาภา : คำตอบยอดฮิตนี่หว่า แต่จริงนะ
อ๊อฟ จิกกะบาล : คอนเสิร์ต Groove rider, Apartment ก็นุ้ย, อัลบั้มเดี่ยวก็มี เดี๋ยวมีอีกงานคอรัส งานเยอะจริงๆ
อ๊อฟ จิกกะบาล : ขึ้นเวทีมาเยอะมาก จำงานไหนได้บ้าง
นุ้ย วิริยาภา : จำงานใหญ่ๆ ได้ H.M. Blues, Groove Riders, ETC จริงๆไม่ใช่คอรัส
อ๊อฟ จิกกะบาล : จะถามว่าประทับใจที่ไหนสุด
นุ้ย วิริยาภา : จะบอกว่าทุกที่ก็ยังไง แต่เอาจริงๆ จำไม่ได้ ที่จำได้จะเป็นที่แย่ๆ
พี จิกกะบาล : เช่น
นุ้ย วิริยาภา : จะมีเวทีนึง รวมศิลปินหลายค่าย ร้องไปซักพักนึง มีเสียงปืนดัง ปัง ตอนนั้นก่อนเรา เป็น AB Normal หลังเป็น Potato ก็ได้เสียงปืนกันไป คนละนัดสองนัด นั่นคือไม่ลืมเลย
นุ้ย วิริยาภา : ที่ดีๆ ก็มีหลายที่ แคมปัสทัวร์ต่างๆ คอนเสิร์ตฟรีต่างๆ คนจะเยอะ
อ๊อฟ จิกกะบาล : มีงานประจำอย่างอื่นอีกมั้ยคะ
นุ้ย วิริยาภา : ก็พับถุงกระดาษ ปลูกผักตอนเช้า
พี จิกกะบาล : ไม่ใช่แล้ว
นุ้ย วิริยาภา : ไม่ได้ทำค่ะ ก็ปกติก็ทำงานในเวลาออฟฟิศอยู่แล้ว ก็ไม่ได้ทำ ร้องเพลง ซ้อมดนตรี อย่างเดียว
อ๊อฟ จิกกะบาล : ไปห้องซ้อมเล่นเครื่องดนตรีมั้ยคะ
นุ้ย วิริยาภา : ไม่เล่นค่ะ เล่นไม่เป็น
อ๊อฟ จิกกะบาล : แสดงว่าแต่งเพลงได้ ไม่ต้องเล่นดนตรีได้
นุ้ย วิริยาภา : อ้า มีหลายคนถาม ว่าจะแต่งเพลงจะเริ่มต้นจากอะไร มันไม่มีสูตรตายตัวค่ะ
พี จิกกะบาล : ถ้าเป็นนุ้ยล่ะคับ เริ่มจากอะไร
นุ้ย วิริยาภา : นุ้ยเป็นคนที่ฟังเพลงในหัวได้ คิดอย่างนี้ ทางคอร์ทยังงี๊ แล้วก็ไปร้องให้เพื่อนฟัง ให้เล่นยังงี๊
พี จิกกะบาล : ทำไมจะรู้ทางคอร์ทล่ะ จำเสียงมันได้เหรอ
นุ้ย วิริยาภา : ก็จะรู้ว่าเป็นประมาณนี้ ถ้าเจอเปียโน ก็จะกดได้ ว่า มีเสียงนี้ มีเสียงนี้
พี จิกกะบาล : ถ้าเรื่องเนื้อร้องล่ะคับ เรื่องราวเอามาจากไหน
นุ้ย วิริยาภา : เอามาจาก ประสบการณ์ส่วนตัว หรือ คนรอบข้างค่ะ
อ๊อฟ จิกกะบาล : เป็นนักร้องเสียงดี มีแต่คนชม Producer ก็ชม รู้สึกยังไงบ้าง
นุ้ย วิริยาภา : ก็รู้สึกดีค่ะ แต่ก็จะฝึกฝนไปเรื่อยๆ ค่ะ มีคนจำเราได้ในฐานะนักร้องเราก็ดีใจ ไม่ใช่แบบ อ๋อ นักร้องคนนี้พูดมาก
อ๊อฟ จิกกะบาล : เคยมีคนถามมั้ยคะ ว่าจะทำยังไงถึงจะร้องได้ยังงี๊บ้าง ทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่ได้เรียนมาจะตอบยังไง
นุ้ย วิริยาภา : ก็ต้องเรียนรู้เยอะๆค่ะ ตอนนี้ก็ยังเรียนอยู่ถ้าไม่ได้ไปโรงเรียนก็ อ่าน หรือ ดูคลิปของศิลปินคนอื่นๆ ร้องตามด้วย แล้วเดี๋ยวก็จะหาทางของตัวเองเจอ ฟังเพลงๆ
อ๊อฟ จิกกะบาล : Single ปล่อยไปกี่อันแล้ว
นุ้ย วิริยาภา : เพลงแรก อย่าทำเป็นไม่รู้ เพลงเร็ว เพลง 2 คือ รู้ไว้ ถ่าย MV ไปแล้ว ชิวมาก
อ๊อฟ จิกกะบาล : พูดถึงเพลงรู้ไว้
นุ้ย วิริยาภา : เวลาเรามีคนรักหรือคนมีครอบครัว แล้วเราอยากบอกรัก อยากให้เค้ารู้ว่าเรารู้สึกโชคดีแค่ไหนที่มีเธอมาอยู่ตรงนี้ สวยงาม มีตุ๊กตาหมีเข้าฉากด้วย
อ๊อฟ จิกกะบาล : ฝากอัลบั้มนี้หน่อยสิคะ แบบสั้นๆ
นุ้ย วิริยาภา : ฝากค่ะ
พี จิกกะบาล : เฮ้ย!!
นุ้ย วิริยาภา : อัลบั้มวางแล้ว ก็ตั้งใจทำเหมือนศิลปินทั่วไป พี่ก้อก็ทุ่มเท เป็นการทำงานรูปแบบใหม่ มีคนมาช่วยเรามากมาย ก็เลยเหมือนกับมีหลายคนอยู่ในนี้ แต่เช็คจะเข้าเราคนเดียว
นุ้ย วิริยาภา : ฝากไว้ด้วย นี่เป็นอัลบั้มแรก ใครชอบ The peach band ก็นุ้ยมาแล้ว ยังไงก็อยากร้องสดให้ฟัง มาเจอกันได้
พี จิกกะบาล : เดี๋ยวแอบล่ำลาก่อนเลย แต่จะให้ฝากเพลงที่อยากจะแนะนำ ร้องสดๆ ปิดรายการ
สวัสดีค่ะ/สวัสดีคับ
นุ้ย วิริยาภา : เพลงชื่อ Melody นะคะ (ร้องสดๆ)
เรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง


