ตอน 80 - นรเทพ มาแสง (บทสัมภาษณ์)
Posted on Monday, September 1, 2008 at 3:34 pmCategory: บทสัมภาษณ์
ตอน 80 - นรเทพ มาแสง
พี จิกกะบาล : สวัสดีคับ กลับมาพบกันอีกแล้วกับรายการจิกกะบาล Talk show สบายๆ สไตล์จิกกะบาล แขกรับเชิญของเราวันนี้พิเศษ เป็นมือเบสร้อยวง ตอนนี้อาจจะถึงสองร้อยแล้ว เค้ากลับมาแล้วพร้อมอัลบั้มเดี่ยวอันใหม่ แต่ก่อนอื่น เรามีพิธีกรใหม่ เย้ แนะนำตัวเองหน่อยคับ
น้อง ใหม่ : สวัสดีค่ะ
พี จิกกะบาล : แนะนำตัวเองหน่อยคับ
น้อง ใหม่ : ใหม่ค่ะ
พี จิกกะบาล : รู้แล้วคับ ว่าใหม่ หมายถึงชื่ออะคับ
น้อง ใหม่ : ชื่อใหม่ค่ะ
พี จิกกะบาล : อ๋อ แหมน่ารักสุดๆ ดีกว่าอ๊อฟล้านเท่า นั่นแก่แล้ว ผมเบื่อ แขกรับเชิญของเราพบเลย พี่ นอ นรเทพ มาแสง ตอนนี้ถึงสองร้อยวงยังคับ
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ตอนนี้ไปๆมาๆ ไม่เหลือซํกวงแล้วคับ เหลือ Crescendo วงเดียว แล้วก็อัลบั้มยังไม่ออก ก็เลยยังไม่มีเล่นตอนนี้
พี จิกกะบาล : การทำวงเนี่ยก็เหมือนแฟน จนบัดนี้มีวงมามากมาย จนหายไปหมดแล้ว แล้วแฟนพี่ล่ะคับ มีบ้างรึยัง
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ไม่ช่าย ตอบยากนิดนึงฮะ
น้อง ใหม่ : เพราะจริงๆ คือแก่แล้ว
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : เฮ้ย ยังงี้เค้าเรียกวัยรุ่นตอนปลาย ตอนนี้ก็ยังขาดความรับผิดชอบอยู่บางช่วง ต้องให้พ่อแม่คอยเตือน
พี จิกกะบาล : สรุปว่า ต่อให้มีวงมากมาย ไม่ได้แปลว่าหลายใจแต่อย่างใด
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ผมว่ามันคนละเรื่องกัน
น้อง ใหม่ : หรือยังงี๊จะเรียกว่า คนชุ่ย
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ยังงี้ไม่เรียกชุ่ย เล่นหลายวงเนี่ย สำหรับวงอาจจะนึกว่ามันดูไม่ดีรึปล่าว แต่จริงๆเนี่ย แต่ถ้าเป็นนักดนตรีแล้วเป็นนักดนตรีป๊อปเนี่ย จะค่อนข้างอยู่วงๆเดียว เหมือนวงร๊อค อย่าง Led Zeppelin มี 4 คน พอเสียไปคนนึง ก็แตกไปเลย แต่นักดนตรีแจ๊สเนี่ย ไม่มีวงด้วยซ้ำไป จะไปแจมกับเพื่อน วงนู้นวงนี้ ก็เลยคิดว่าไม่น่าจะเกี่ยว ตอนนี้ก็เล่นมาเยอะ ก็เลยเหมือนเริ่มจะเบื่อแล้ว
น้อง ใหม่ : เล่นมารักวงไหนสุด
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : เอาจุดอื่นก่อนนะ วงที่อยู่นานที่สุดคือ ทีโบน เกือบๆ 8 ปี ตั้งแต่ทำพอส โยคี เพลย์บอย ทำ Crescendo ก็ยังอยู่ทีโบนคาบมาตลอด วงพอส 4 ปี จนคุณโจ้เสีย โยคีเพลย์บอย ก็เลิกไปพร้อมๆกัน Crescendo นี่ก็ 5 – 6 ปี ก็ซ้อนๆกันอยู่
น้อง ใหม่ : มีชนกันบ้างมั้ยคะ
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ประจำครับ
น้อง ใหม่ : ต้องตบแย่งกัน
พี จิกกะบาล : อันนั้นผู้หญิงคับ เดี๋ยวเราจะกลับไปเรื่องนั้นอีกทียังเฉไฉอยู่
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : วงที่รักที่สุด ก็น่าจะเป็น Crescendo นี่ล่ะ เพราะว่า…
พี จิกกะบาล : เป็นวงที่ยังอยู่
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ไม่ใช่ วงอื่นผมไม่ได้ Build มา นอกจากวงพอส ถ้า Build มากับมือ อยู่ทุกขั้นตอน
พี จิกกะบาล : ก็เลยเทใจให้กับเครสเชนโด้ไป
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ไปก่อน นะฮะ
พี จิกกะบาล : ไปก่อนแสดงว่า อนาคตนั้นยังไม่แน่
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : อายุมากแล้วคงไม่มีแล้วแหละ
พี จิกกะบาล : อัลบั้มเดี่ยวชุดนี้ ชื่อชุดว่าอะไรคับ
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : 4 new coming คับ 4 ก็มาจาก For new coming ก็คือ หลานกำลังจะเกิดตุลา เป็นลูกน้องสาว
พี จิกกะบาล : เพื่อผู้มาใหม่ อัลบั้มนี้ให้น้องคนนี้เลย
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ใช่ มันมี Sign บอกหลายอย่าง ผมไปเยี่ยมเค้าตอน Christmas เค้าก็บอกว่า อยากจะมีลูก
พี จิกกะบาล : พี่ก็เลยบอกว่าจะช่วย
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : น้องสาว จะช่วยยังไง
พี จิกกะบาล : ช่วยเรื่องอาหารการกิน
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : อาหารเสริม
น้อง ใหม่ : เออ อะไรยังงี้
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ตัวเองนี่ก็ประสบการณ์ดีจังเลย
น้อง ใหม่ : ก็ไม่ให้น้องช่วยหามั่งเหรอ
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ใจเย็นไว้ก่อน เรื่องพรรค์นั้น ก็มี Sign บอก ตอนเช้าก็ไปผ่า อะโวคาโด ผมก็นึกไงไม่รู้เก็บเม็ดมา แล้วเค้าก็ซื้อตุ๊กตาให้ เป็นตุ๊กตาแขวน โมบาย ผมก็เอาเม็ดที่เก็บมายัดกระถางต้นไม้ แล้วก็เอาตุ๊กตาไปแขวน มันขึ้นน่ะ ปกติแล้วพืชเมืองหนาวมันไม่น่าขึ้น
พี จิกกะบาล : ตุ๊กตาเนี่ยเหรอคับ ขึ้น
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : อะโวคาโดสิคับขึ้น ต้นสูงแล้วตอนนี้
น้อง ใหม่ : มีผลให้กินยัง
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ต้นแค่นี้เองมันจะมีได้ยังไง อะโวคาโดนะ ไม่ใช่ผักชี หลังจากต้นไม้ขึ้นมาหน่อยนึง ประมาณ 2 – 3 วัน น้องสาวผมก็โทรมาบอกว่าเค้ามีน้อง อัลบั้มเราก็กำลังจะออก อะไรมันก็จะออกหมดเลย ทั้งหลาน อัลบั้ม ต้นไม้
น้อง ใหม่ : แล้วอัลบั้มนี้เป็นชุดที่เท่าไหร่คะ
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ประจวบเหมาะอีกเหมือนกัน ทั้งอัลบั้มผม กับ อัลบั้ม Crescendo ที่กะลังจะออก ต่างเป็นชุดที่ 7
น้อง ใหม่ : แล้วขายออกบ้างมั้ยคะ
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : อันนี้แล้วแต่บางชุดคับ
น้อง ใหม่ : ได้ข่าวมาว่า อัลบั้มนี้ท่าจะขายดี
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ขายไปบ้างแล้ว
น้อง ใหม่ : ปกก็สวยคนทำปกก็น่าจะเก่ง
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : อันนี้ไม่เกี่ยวนะ มันอยู่ที่ผลงานข้างในมากกว่า
น้อง ใหม่ : เอ้ย ไม่หรอก เค้าต้องดูปกนอกก่อน
พี จิกกะบาล : ปกมันยังไงเหรอคับ
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : มีเด็กอนาถามาขอทำ ก็เป็นน้องที่มีปัญหาด้านสมองนิดนึง ก็เลยให้มาช่วย
น้อง ใหม่ : ไม่ใช่ ถ้ามีปัญหามันไม่สวยยังงี๊หรอก
(น้องใหม่เป็นคนออกแบบปก)
น้อง ใหม่ : แล้วคิดยังไงกับอัลบั้มนี้
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ถ้าให้เล่าก็ค่อนข้างยาว
พี จิกกะบาล : งั้นไม่ต้องเล่าละกันคับ
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : เอ้า
พี จิกกะบาล : งั้นเอาเวอร์ชั่นย่อๆ
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ก็มีอยู่ช่วงนึง ที่น่าจะรู้ว่าที่ Crescendo มีปัญหา อยู่ประมาณ 2 ปี ตอนนั้นก็เลยสรุปกันว่า เลิก ไม่ทำแล้ว ต่างคนต่างแยกย้าย เราก็เลยไปทำอัลบั้มของเรา เดิมอัลบั้มเดี่ยวเป็นลักษณะของพาร์ทไทม์ ไม่ไดสนใจอะไรกับมันมาก พอเปลี่ยนไป main ไม่ทำแล้วเนี่ย ก็เลยต้องเอาอันนี้มาเป็นโครงสร้างของเราแทน เป็นอันหลัก เพราะคราวนี้ไม่มีวงแล้ว ก็เลยเริ่มลงมือทำ คุยกับค่าย เตรียมงานให้มันใหญ่กว่าเดิม จากที่เคยกั๊กไว้ให้มันเป็นโปรเจค Side คราวนี้ไม่ใช่ละ ทำไปทำมา member crescendo ที่เหลือ เริ่มไปไม่ได้ แชมป์จะทำ Crescendo แล้วมีคนเดียวมันไปไม่ได้ ก็เลยเริ่มคุยกันแล้วกลับมารวมกันใหม่ อันนี้ก็เลยโดนดันไปเป็น Side project เหมือนเดิม ก็เพลงหลายเพลงแต่งให้ตอนเป็น Crescendo ก็เอามาใช้เอง ทำเองเยอะ มากกว่าเมื่อก่อน เพราะคิดว่ามันจะเป็น Main ก็เลยคิดวั่นเต็มที่จังเลย กว่าชุดที่ผ่านๆมา
พี จิกกะบาล : ด้วยความที่ตัวเองเล่นเบสอย่างเดียว เวลาทำอัลบั้มต้องเอาคนมาช่วยมั้ย
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ผมเป็นคนเพื่อนเยอะ มือกีต้าร์ เพื่อนที่เรียกได้ โดยไม่ต้องจ่ายเงินมีหลาย แชมป์ เครสเชนโด้ อดุลย์ Friday หนึ่ง Sleeper one อาจจะรวมไปถึงคุณ เอ Pause ด้วยถ้าว่าง อย่างมือกลองเนี่ยก็เยอะแยะเลย เอก บอส มาส Groove riders ชุดนี้มีคุณ บอย ตรัย มาช่วยเขียนเนื้อด้วย Crescendo ก็มาทั้งวง คุณบอส คุณอดุลย์ พี่เต้ มาเล่นคีบอร์ด มีเยอะแยะเลย คุณวิทย์ บก. Happening ก็มาช่วยเขียนเนื้อเพลง คนนี้เค้าเป็นเพื่อนกับคุณ หนึ่ง
พี จิกกะบาล : ที่ไล่ๆ มาเนี่ยมีนักร้องมั่งรึยัง
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : มีคุณนัท Crescendo มีน้องป่าน Siam belt club
พี จิกกะบาล : สุดท้ายใครร้องคับ
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ร้องเองสิครับ อัลบั้มเดี่ยว ร้องเอง
น้อง ใหม่ : เสียงรู้สึกว่า จะทุ้มต่ำเหลือเกิน
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : เค้าเรียกว่า ทุ้ม ทู่ แหบ
(ทุกคนหัวเราะ)
พี จิกกะบาล : ทำไมฟังดูแล้วมันเหมือนไม่มีอะไรดีเลยล่ะ
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ถ้าพูดถึงเสียงร้อง มันไม่ดีอยู่แล้ว เพราะผมไม่ใช่นักร้อง
น้อง ใหม่ : ต้องร้องหลายเทคมั้ยคะ
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ประจำอยู่แล้ว เพราะไม่ใช่นักร้อง การเข้าไปทำงานในห้องอัดเนี่ย ไมโครโฟนมันไวมาก ก็ลอง ทั้งไมค์ Condenser ทั้งไมค์ Dynamic ว่าอันไหนมันเหมาะกับเรา เพราะเรามันไม่ได้มาตรฐาน เราร้องก็…
น้อง ใหม่ : ทุ้ม ทู่ แหบ
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ช่าย มันเป็นการอยากร้องเฉยๆ มากกว่าการร้องเก่ง ก็เราเขียน เราก็ทำต่อให้เสร็จ ที่ไม่ได้อยากได้นักร้องเพราะว่า ผมรู้อยู่แล้วว่า เราไม่ต้องร้องสด ไม่มีเล่นสดหรอก
พี จิกกะบาล : ใครจะรู้เกิดดังขึ้นมา
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : 6 ชุดผ่านมา ไม่เคยออกคอนเสิร์ตซักครั้ง อย่าว่าแต่ไอ้นี่เลย วงที่ผมทำมาทั้งหมดตั้งแต่ พอส จนถึง เครสเชนโด้ เนี่ย ไม่มีคอนเสิร์ตใหญ่ มันจะเฉี่ยวไปเล่นกับคนอื่นที แต่มันก็ไม่ใช่คอนเสิร์ตใหญ่ของเรา
พี จิกกะบาล : ไหนๆก็ร้องมาอัลบั้มนึงละ ต้องร้องสดโชว์ซะหน่อย
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ไม่มีทางครับ
(ทุกคนหัวเราะ)
พี จิกกะบาล : เต็มปากเต็มคำชะมัด
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ถ้าดันทะลึ่งร้องออกไปเนี่ย คนเค้าจะไม่ตื่นเต้นถ้าไม่ซื้อมาฟัง
น้อง ใหม่ : อ๋อ ต้องซื้อไปฟัง
พี จิกกะบาล : ให้มันเป็นปริศนาเอาไว้ แล้วถ้าคิดว่าตัวเองร้องไม่ดีขนาดนั้น ทำไมไม่ทำอัลบั้มแบบ ที่รวมนักร้องคนอื่นมาร้อง เพลงเราแต่ง
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ผมชอบ Sting
น้อง ใหม่ : G-String?
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : เอ้ย!!! มีเหรอ คือ ชอบ Sting ถ้าเราเป็นคนทำมาทุกอย่าง เราก็อยากจะเล่าเอง ไม่อยากให้มันเป็นการเอานักร้องมาร่วมงานแล้วกลายเป็น เราอาศัยเค้าไปดัง อะไรยังงี้ฮะ ก็เลยร้องเองให้มันไม่ดังยังงี้แหละ
น้อง ใหม่ : แล้วนักร้องคนใหม่ที่เลือกมา
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : Crescendo อะเหรอคับ ท่าทางโกงง่าย
(ทุกคนหัวเราะ)
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ดูท่าทางไม่น่ามีเล่ห์เหลี่ยมอะไร ไม่น่าจะทันเรา
พี จิกกะบาล : เท้าความนิดนึง เผื่อใครไม่รู้จัก Sting เค้าเป็นใครคับ
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : เป็นมือเบส เมื่อก่อนอยู่วง Police 3 คนวงอังกฤษ คุณสติงก็เลยไปออกอัลบั้มเดี่ยว ยาวมาจนถึงทุกวันนี้ เล่นเบส ร้องไปด้วย แต่ผมไม่ได้ชอบเค้าที่เสียงดี เล่นเบสเก่ง
พี จิกกะบาล : แล้วชอบเค้าตรงไหนคับ
น้อง ใหม่ : หล่อ ล่ำ
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ไม่ใช่ ทักษะทางด้านการเรียบเรียงดนตรี การสอดแทรกแง่มุมเข้าไปในเนื้อเพลง ผมก็ไม่ได้เก่งภาษาขนาดจะรู้ทุกเพลงที่เค้าเขียนมันก็ไม่ใช่ รู้จักความฉลาดของเขาในเรื่องของการ Performance การพูดคุย การ Manage คนในวง เค้าเจ๋งดี ถ้าเค้าเขียนเพลงมาดี ถ้าเอานักร้องมาก็คือการเอาคนเสียงดีมาพูดหนังสือเล่มนี้ให้ฟัง อย่างดนตรีของผมไม่ต้องการคนเสียงดีมาร้อง ผมต้องการเสียงตัวเอง ไม่ได้คิดว่าจะต้องเสียงดี ให้เพี้ยนบ้างนิดหน่อยพอเป็นกระสัย เน้นที่การอัดสดมากกว่า คิดว่ามันได้ มันสนองตัณหาเราแล้วล่ะ
น้อง ใหม่ : อยากทำอย่างเดียวไม่สนใจใคร
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : (หัวเราะ)
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ถ้าต้องการฟังงานเพอร์เฟค ให้ไปฟังชุดอื่น ไม่ว่าจะเป็น Crescendo ไม่ใช่ทำไม่ได้ ทำได้ เหมือนวง Pause
พี จิกกะบาล : ใครถ้าสนใจ อยากจะฟัง สติงก็ลองหาฟังดู แล้วจะรู้ว่า ร้องโคตรดี
น้อง ใหม่ : หาได้ที่ไหนคะ
พี จิกกะบาล : Bitttorrent ฮะ
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ซื้อดีมั้ยคับ
พี จิกกะบาล : ซื้อคับๆ
(ทุกคนหัวเราะ)
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ถึงว่ายอด CD พุ่งฮวบๆ
พี จิกกะบาล : ทั้งๆที่เป็นมือเบสมีอันดับของเมืองไทย ทำไมเล่นเบสอัลบั้มตัวเองแล้ว ไม่มีลีลาเหมือนเล่นงานอื่นๆ
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ผมไม่เคยเชื่อว่าผมเก่งนะ จริงๆนะ ผมไม่ใช่มือเบสมาตั้งแต่แรก มาจับครั้งแรกที่วงพอส ผมเล่นกีต้าร์มา ไม่มีพื้นฐาณแบบมือเบสเลย ผมเล่น กีต้าร์ กับ วิโอล่า มา ผมก็เลยจับเครื่องดนตรีนี้แต่คิดแบบเครื่องดนตรีอื่น ผมก็เลยมองคนเล่นเบสที่มีเบสิค ว่าเป็นคนเล่นเก่ง ไม่ว่าจะเป็นคุณ ปาเด คุณ ก้อ Groove riders คุณมินท์
น้อง ใหม่ : เพราะเป็นเครื่องดนตรีที่จับแล้วหล่อ
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ไม่ใช่หรอก มันเป็นเครื่องที่ไม่มีใครเค้าเล่นไง นั่นแหละ คือผมรู้ว่าผมเป็นคนเล่นแปลกกว่าคนอื่น แต่ไม่ใช่คนที่มีเบสิคแน่นๆ ก็เลยไม่ได้คิดว่าตัวเองเก่งอะไร แต่เวลาทำงานหลายๆวง ก็ค่อนข้างจะต่างกัน ตอนอยู่พอส ก็ไม่ได้เล่นแบบเครสเชนโด้ ตอนอยู่ทีโบน ก็ไม่ได้เล่นแบบพอส มันอยู่ที่การสื่อสารของคนภายในวง อย่างเครสเชนโด้เล่นแบบนั้น เพราะคุณเอกเค้าตีกลองแบบนั้น พอเจอคนอื่น ผมก็เล่นอีกแบบนึง อย่างพอทำอัลบั้มเดี่ยวของตัวเอง ผมไม่มองเรื่องเบสเลย เพราะรู้สึกว่าไม่ต้องกังวลอะไร เพราะเราเล่นอยู่แล้ว เหมือนอย่างที่พีบอกว่า คนส่วนใหญ่เค้าเชื่อว่าผมเล่นเบสค่อนข้างดีหรืออะไรก็แล้วแต่ ผมไม่อยากบอกตรงนั้นในงานตัวเอง เครสเชนโด้เป็นการร่วมสนุกกับเพื่อน แต่ตรงนี้คือเรามีเรื่องอยากเล่าอยากพูด ก็เลยพูดด้วยเนื้อเพลง
พี จิกกะบาล : ก็คืออัลบั้มนี้ไม่ได้จะโชว์เบส เน้นอย่างอื่นมากกว่า
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ผมเบื่อเรื่องโชว์เบสเหมือนกันนะ เมื่อก่อนไม่ได้คิดยังงี๊หรอก แต่มันอยู่ตรงนี้มานานมาก ไปไหนเค้าก็ให้โชว์เค้าก็ให้เล่น จนหลังๆ มันไม่รู้จะเล่นอะไรแล้ว
น้อง ใหม่ : เคาะเบสโชว์เลย
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ทุ่ม เผา เฮ้อ!!
น้อง ใหม่ : นอกจากจะเป็นนักดนตรีเนี่ย ตอนนี้ทำอะไรอยู่คะ
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ตอนนี้เป็นอาจารย์ที่ ม.พายัพ ผมเกิดที่เชียงใหม่ ไปทีไรก็ร็สึกว่ามันสบาย มันเหมาะจะเป็นบ้านมากกว่า
น้อง ใหม่ : ติดใจอะไรเป็นพอเศษรึปล่าวคะ
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ภูมิอากาศคับ เป็นทางการนิดนึง ก็มีบ้านเล็ก บ้านน้อยจริงๆ เพราะหลังเล็กๆ
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : ก็สอน 2 วิชา Music Business กับ Music Ensemble ก็เรื่องธุรกิจดนตรี กับ ทฤษฎีการรวมวง
พี จิกกะบาล : พี่เนี่ยนะ สอน ทฤษฎีการรวมวง
พี่ นอ นรเทพ มาแสง :ไม่ใช่ยังงั้น ไม่ใช่การรวมวงดนตรี แต่เป็นทฤษฎีการเล่นร่วมกัน
พี จิกกะบาล : อ๋อ
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : จริงๆ จะเอาแบบนั้นก็สอนได้ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เรา ก็นักร้องมันมีปัญหา ใครจะไปรู้อยู่ดีๆมันจะตายก่อน
พี จิกกะบาล : ได้ข่าวว่าห้องนอนมีไฟแปลกๆ
น้อง ใหม่ : สีดง สีแดง
พี จิกกะบาล : นี่มันร้านลาบชัดๆ
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : เอ่อ.. จริงๆแล้ว ผมเป็นคนไม่ชอบไฟขาว
น้อง ใหม่ : แล้วไมไม่เอาสีอื่น
พี่ นอ นรเทพ มาแสง : มีตังอยู่แค่ 2500 ซื้อได้โคมเดียว ตามตำราว่า จะถูกแพง เอาสีแดงไว้ก่อน จริงๆจะซื้ออีกโคมนึง อยากได้สีต่างกันเอาสีเขียว คือห้องผมเหมือนร้านลาบ ห้องล้างฟิล์ม เพื่อนๆเค้าก็ชอบกันนะ แต่อยู่นานไม่ได้มึนหัว
พี จิกกะบาล : เพลงสุดท้ายของอัลบั้ม ทำไว้เป็นเพลงกล่อมเด็กอะไรยังงั้นรึปล่าวคับ
อ่านบทสัมภาษณ์ต่อ
ต่อคร้าบ ….. เป็นวงที่สร้างปรากฎการณ์อีกแล้ว บทสัมภาษณ์ให้เราจริงๆ มันยาวเกินกว่า 1 หน้าจะเอาอยู่
เรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง


