ตอน 64 - โรส ศิรินทิพย์ หาญประดิษฐ์ (บทสัมภาษณ์)
Posted on Sunday, May 11, 2008 at 11:11 pmCategory: บทสัมภาษณ์
ตอน 64 - โรส ศิรินทิพย์ หาญประดิษฐ์ (บทสัมภาษณ์)
อ๊อฟ จิกกะบาล : สวัสดีคะ วันนี้ไม่มีพิธีกรชายนะ เค้าฝากบอกว่าไปทำหน้าอก กับทำจมูกอยู่ เราก็รอดู
พิธีกรรับเชิญ : ตาล
ตาล : เปลี่ยนคนมา
1.1 วันนี้เราจะมาคุยกับคนดังมากเลยนะ
โรส ศิรินทิพย์ : ดังกริบเลยทีเดียว
อ๊อฟ จิกกะบาล : ดังมาก ใครไม่รู้จักแย่มากเลยทีเดียว เล่นละครสวรรค์เบี่ยงด้วยนะ คู่รอง
โรส ศิรินทิพย์ : พี่หลุยส์ สวัสดีคะน้องๆ เกรงใจ สงสารพี่หลุยซ์นะ จริงๆแล้วเนี่ย
อ๊อฟ จิกกะบาล : จริงๆแล้วอาจจะเป็นเนื้อคู่ก็ได้นะ
โรส ศิรินทิพย์ : โอเคๆ ปิ๊งๆๆ ตอนนี้กำลังมีหน้าเทียบใช่ไหม
อ๊อฟ จิกกะบาล : แนะนำตัวนิดนึง
โรส ศิรินทิพย์ : โรส แร็พเตอร์ คะ จริงๆแล้ว แร็พเตอร์ จะมี 3 คน แต่พอดีตอนนั้นพอดีป่วย พูดแล้วอายเอง จริงๆตอนนั้นจะต้องไปเรียบนต่ออะไรงี้
อ๊อฟ จิกกะบาล : ได้ข่าวว่าย้ายโรงเรียนบ่อยมาก ไม่ทราบว่าโดนย้ายออกหรือยังไง
โรส ศิรินทิพย์ : เรื่องราวมัน คือ คุณพ่อเป็นคนที่ทำงานในโบสถ์ แล้วคุณพ่อก็ย้ายบ่อยไง เหมือนเค้ามอบหมายให้ไปอยู่ที่ โบสถ์อื่น โบสถ์โน้นนี่ ก็ต้องย้ายตามไปด้วย มันไม่ใช้แค่ย้ายจากในจังหวัดเดียวกัน มันย้ายไปอีกที่นึงเลย ก็เลย อย่างเช่น ถ้าไล่เลยนะ เอาย้ายบ้านก็ย้ายมาแล้ว 20 ครั้งแล้ว ก็คือ คุณพ่อต้องย้าย ตอนแรกอยู่ กรุงเทพ เกิด กรุงเทพ แล้วย้ายไปย้ายมา แล้วย้ายไปอยู่อุบล ถึง ป.3 แล้สย้ายไปอยู่ ฮ่องกง 2 ปี คุณพ่อได้ทุนไปเรียน ไปถึงก็เด็กบ้านนอกมาก ก็แบบ พูดไม่ได้ทำไรไม่ได้ นึกสภาพเราพูดไม่ได้เลยนะ เด็กต่างจังหวัดเรียนภาษาอังกฤษ ก็ไม่เหมือนกรุงเทพ รู้จักแค่ Orange แปลว่า ส้ม
อ๊อฟ จิกกะบาล : แปลว่ามีข้าวกินแล้วนะ
โรส ศิรินทิพย์ : เกือบไม่รอด ไปอยู่ 2-3 เดือนแรกเนี่ย แต่โชคดีที่โรงเรียนที่ไปอยุ่ เนี่ย มันเป็น home school ของ มิชชันนารีอเมริกัน เค้าไปที่ประเทศนั้นๆ เพื่อไปประกาศเรื่องของพระเจ้า รัฐบาลเค้ากำหนดให้ อนุบาล –ป.5 มีได้แค่ 20 คนเท่านั้น เค้าเรียนรวม อ. – ป.3 1ห้อง ป.4-5 อีกนึงห้อง แต่โรงเรียนเนี่ย ทำให้โรสเรียนภาษาอังกฤษเร็วมาก เรียนอังกฤษจะอยู่ห้องอนุบาลเลย พอเรียนเลย จะได้มาอยู่ห้อง ป.4-5 ดีมาก ครูคือ พ่อแม่ของเพื่อนเรา กฏของโรงเรียนมีอยู่ว่า มีลูกกี่คนต้องมาโรงเรียนอาทิตย์นึงเท่าจำนวนลูก แต่แม่โรสต้องมาทุกวัน เพราะพูดไม่ได้เลย มีวันนึงเกือบไม่ได้กินข้าว เพราะ yes อย่างเดียวไง ไม่ no ด้วย เค้าถามว่ามีข้าวมาไหม ก็ yes เพื่อนนั่งกินข้าวกันก็ จ๊อก สักพักเค้าก็เดินมาแล้วก็คงรู้แล้วละ ว่าไม่รู้เรื่องแน่ๆ เค้าก็ไปหา แซนวิชมาให้อันนึง ซึ่ง เด็กบ้านนอกจะไม่รู้จัก แซนวิช เนยถั่ว ยิ่งตอนเด็กๆเราจะอะไรบ้านเราไม่กินแบบนี้ บ้านเรากิน ขนมปังทาเนย โรยน้ำตาย นี่ peanut butter ไม่ต้องพูดถึง เราก็อะไรว่ะ กินไปคำนึงทิ้งเลย เสียรึเปล่าไม่รู้ไง
อ๊อฟ จิกกะบาล : ทีหลังหัด no ไปแทน
โรส ศิรินทิพย์ : no กลัวพลาดอะไรไง yes ไว้ก่อน แล้วยิ้มอย่างเดียวเลย
อ๊อฟ จิกกะบาล : แล้วตอนนั้นอายุเท่าไหร่ที่เข้าไปเรียนกับเด็ก
โรส ศิรินทิพย์ : ป.4
อ๊อฟ จิกกะบาล : แสดงว่าตอนนั้น ไม่ได้เด็กนะ โดนลดชั้นหนิ
โรส ศิรินทิพย์ : ก็เก่ง นะ พอเรียน ป.4 จบโรงเรียนยุบเลย เข้าข่ายอยู่ที่ไหน หัวหน้าตายหมด
อ๊อฟ จิกกะบาล : ไม่สงสารคนที่เหลือเลยเหรอ
โรส ศิรินทิพย์ : ไม่รู้เพราะอะไร สุดท้ายก็ไปอยู่ นานาชาติใหญ่อยู่ดี พอจบ ป.5 คุรพ่อหมดทุนแล้วไง ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า โรงเรียนปิดไปยัง
อ๊อฟ จิกกะบาล : แล้วจบ ป.5
โรส ศิรินทิพย์ : โรงเรียน ICS ที่ฮ่องกง แล้วย้ายกลับเมืองไทย ป.6 เทอมแรก เรียกเป็นเทอมๆไป ตอนนั้นย้ายกลับมาแล้วเหมือน มันต้องเริ่มเรียนแล้ว ก็เอาโรงเรียนใกล้บ้านไว้ก่อน ชื่อโรงเรียน สวนนันทวัน อยู่แถวๆ พระโขนง แต่จริงๆเราย้ายออกก่อนที่มันจะยุบไปนะ หนีความผิด ก็ย้ายไปอยู่ คริสต์ธรรมศึกษา พอจบม. 3 ก็ไปเรียนสายน้ำผึ้ง ตรงนี้
อ๊อฟ จิกกะบาล : ดูเป็นคุณหนูมาก
โรส ศิรินทิพย์ : ไม่เคยเรียนโรงเรียน รัฐบาลมาตลอด เพราะคุณแม่จะให้อยู่โรงเรียนคริสต์ แต่ที่เป็นรัฐบาลไม่มีไง อยากเรียนโรงเรียน รัฐบาล อยากเรียนโรงเรียนรัฐบาลบ้าง แล้วส่วนใหญ่ โรงเรียนคริสต์มันจะเล็กมาก
อ๊อฟ จิกกะบาล : อย่าง เซนต์โย เซนต์ฟรัง มาแตร์ อัสสัม วัฒนา ก็ไม่เล็กนะ
โรส ศิรินทิพย์ : เอาเหตุผลจริงๆใช่ไหม แพงนะ ไม่มีตังค์ไง หลายคนคิดว่ารวย เพราะไปเรียนฮ่องกง จริงๆไม่รวยเลยนะ เพราะทำงานในโบสถ์ เงินเดือนจะน้อยมาก ส่วนใหญ่จะช่วยเหลือคนมากกว่า เราก็อยากช่วงประหยัดด้วย แม่ก็บอกว่า ถ้าไม่ได้ก็ต้องไปอยู่ เซนต์โย เซนต์ฟรังค์ อะไรแบบนี้ แล้วเห้นว่าเด็กเยอะด้วยไง อยากจะไปอยู่
อ๊อฟ จิกกะบาล : อยากจะไปเป็นใหญ่ที่นี่
โรส ศิรินทิพย์ : ใช่ อะไรอย่างนั้น อยู่สายน้ำฝึ้งไม่ได้ชื่อ โรสนะ ชื่อโอ๊ต ตอนที่จะเข้าสายน้ำผึ้ง ตอนเด็กๆก็ไม่ชอบชื่อ โรสมากนะ เพราะเป็นเด็กพูดชัดไง แล้วรู้สึกว่าแนะนำยาก แล้วตอนนั้น titanic ดังมาก ก่อนเข้าโรงเรียนเราไปเข้าค่ายของ คริสต์เตียน แล้ว 200 คน ถามเราว่า jack ไปไหนละ ไม่ไหวแล้ว คิดว่าเข้าสายน้ำผึ้งต้องโดนแน่ๆ เลยคิดว่า เรามีเพื่อนคนนึงชื่อ เอิร์ต แล้วใครเรียกเราก็หันเหมือนกัน เราก็เลยคิด โอ๊ต โน้ต เราชอบ 2 ชื่อนี้ แต่ว่า โน้ต เชิญยิ้ม มันดูตลกไป โอ๊ตแล้วกัน เลยเปลี่ยนมาชื่อโอ๊ต
อ๊อฟ จิกกะบาล : ป๊อป ในโรงเรียนไหม
โรส ศิรินทิพย์ : มีคนป๊อปกว่านี้เยอะ ก็มีคนรู้จักบ้าง แต่ไม่ได้ถึงกับว่า วาเลนไทน์ น้อง โอ๊ยอะไรขนาดนั้น ได้นิดนห่อย มันจะเป็นประมาณว่า คนอยากรู้จักเยอะมากกว่า ด้วยเราเล่นกีฬาแล้วเราเป็น รุ่นแรกที่มีวงดนตรี แล้วไปประกวด hotwave แล้วติด 30 วงสุดท้าย ก็เริ่มได้รู้ว่าคนมีชื่อเสียงเป็นยังไง ก้มีคนนินทาบ้าง เพื่อนๆจะคอยบอก เพื่อนบอกว่า เวลาจะกลับบ้าน ก็จะต้องคอยมีคนทัก จากนี่ไปถึงโน้น ก็จะมี อ้าว พี่โอ๊ต อ้าว พี่โอ๊ต อ้าว พี่โอ๊ต อ้าว พี่โอ๊ต เพื่อนบอกว่า กูรอหน้าดรงเรียน เสร็จแล้วตามไป รอไม่ไหว
อ๊อฟ จิกกะบาล : ตอนนี้ก็ดังแล้ว
โรส ศิรินทิพย์ : ไม่เหมือนที่โรงเรียนแน่ๆ เพราะไม่มีใครรู้จัก ที่โรงเรียน เราเดินไป น้องจะรู้แล้วเข้ามาคุย เราไม่ได้รู้จักเค้า แต่เราก็รู้ว่าน้องที่โรงเรียน อย่างสังคมทั่วไป เราเดินไปไม่มีใครรู้จัก หรือต่อให้รู้จักเค้าก็จะ ใช่เหรอ ว่ะ ใช่ป่ะแก จะไม่ได้เข้ามาคุยเหมือนปกติ
อ๊อฟ จิกกะบาล : น่าคิดนะ ไม่ตัว จริง ก็ในทีวี ก็จะมีอะไรไม่เหมือนกัน จริงๆ ตัวจริงสวยกว่าใช่ไหม
โรส ศิรินทิพย์ : มีคนพูดอย่างนี้เยอะนะ เราคิดว่า ไม่ในทีวี ทุเรศมาก ตัวจริงก็จะต้องสวยมาก เราก็คอยถามคนที่อยู่รอบข้างว่า จริงๆแล้วอะไรยังไง พี่ว่ายังไง เค้าก็บอกว่า จริงๆ ที่มีคนพูดว่า สวยขึ้น ก็เพราะรู้จักนิสัย
อ๊อฟ จิกกะบาล : แปลว่าสวยจากข้างในอะไรงี้ ใครบอกพี่โรสไม่สวยให้คิดว่าสวยจากข้างในนะ
โรส ศิรินทิพย์ : ถูกๆ คิดไว้นะ สวยจากข้างใน
อ๊อฟ จิกกะบาล : กลัวอะไรเป็นพิเศษไหม สัปปะรด อะไรอย่างนี้
โรส ศิรินทิพย์ : อันนั้นอร่อยนะ กลัวแมลงสาบ ปกติ ไม่ได้กลัว แต่ถ้าอยู่ห้องเดียวกัน สักคนต้องตาย มันต้องตาย ไม่เราก็ต้องตาย เกลียดมากกว่า ให้อยู่ก็อยู่ได้แต่อย่าเข้ามาใกล้ ตายดีกว่า เหยียบๆดีกว่า คือจริงๆแล้ว จริงๆ กลัวสิ่งที่ขยับเร็วๆ บางทีไปร้านอาหารแล้วจะมีตู้ มีกุ้ง แล้วมันจะ ขยับ มันขนลุก กลัวการขยับที่รวดเร็ว เช่นผีบางเรื่อง ไม่ชอบสิ่งที่มันขยับเร็วเกินไป
อ๊อฟ จิกกะบาล : เข้าเรื่องเพลงดีกว่า เคยเรียนร้องเพลงมาป่ะ
โรส ศิรินทิพย์ : เคย ตอนนั้นเหมือนกับไปร้องเพลงให้กับ โบสถ์ แล้วเค้าก็มรีทุนสนับสนุนให้ทำ cd เค้าก็ส่งให้ โรสไปเรียนร้องเพลง ที่โรงเรียน ครูอ้วนนี่แหละ แต่ว่ามันเป็นสาขาที่ห่างไกลความเจริญ มาก เราก็ไปแล้วเคยเจอครูอ้วนครั้งนึง ซึ่ง เราร้องเพลงได้อยู่แล้ว แล้วเค้าดันส่งไปเรียนคอร์สเบสิค อ่ะ หายใจเข้า เปิดกระบังลม เอ๊ะ เปิดยังไง จนทุกวันนี้ก็ยังเปิดไม่เป็นเลยนะ รู้แต่หายใจเข้าก็คือ หายใจเข้า ร้องเพลงก้คือร้องเพลง จนตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าที่ทำไปนั้นได้ใช้ไหม ตอนแรกที่เข้ามาแกรมมี่เนี่ย ถามพี่ๆว่า เมื่อไหร่จะได้เรียนร้องเพลงบ้าง เพราะอัลบั้มแรกที่ออก คือ อัลบั้ม the war มีศิลปินหน้าใหม่มารวมกัน เยอะมาก แล้วเค้าก็จะมีตารางไปเรียนร้องเพลงกัน เราก็จะแบบว่า เรียนด้วย ได้ไหม เค้าก็หันมา อย่าง … จะเรียนไปทำไม เราก็ อย่าง พี่โบ ทาทา ทุกคนเค้าก็ร้องดี ได้เรียนร้องเพลงกันมาก่อน ทำไม เหมือนมีคนบอกว่าเข้าใจว่า คนบางคนที่ร้องเพลงดีอยุ่แล้ว ถ้าไปเรียนมันจะปิดไปเหมือนเดิม ก็หลังจากอัลบั้ม โรส line ก็ไปเรียนร้องเพลงอีกนิดนึง กับลูกศิษย์ ครุโรจน์ ก็ได้ไปเรียนอยู่พักนึงจนขี้เกียจไป
อ๊อฟ จิกกะบาล : เคยประกวดอะไรชนะบ้างไหม
โรส ศิรินทิพย์ : เคยก็ประกวดร้องเพลง ฝรั่งเศส ที่ เซนต์จอห์น เพลงไทยมัน normal basic มาก ก็เรียน ศิลป์ฝรั่งเศส ปีนั้นคุณครูเตค้าจะหาห้องอัดดีๆให้ โรสก็เหมือนเป็น มิวสิค director เพราะเป็นคนที่รู้เรื่องดนตรีอยู่คนเดียว ซึ่งคุณครูเค้าก็บอกว่า อยากให้ตรงนี้มีประสาน เราก็ได้ คิด line ประสาน
อ๊อฟ จิกกะบาล : คิดเองเลย เพลงแต่งเองด้วยไหมคะ
โรส ศิรินทิพย์ : ไม่ๆๆๆๆ พูดไม่ได้เลย ภาษาฝรั่งเศส บองชู เนี่ย เพื่อนก็ร้องแล้วผิดคีย์ทุกที โรสก็ไปร้องด้วยในห้องอัด แล้วพอไปประกวด คุณครูก็บอกให้ไปร้องด้วย ซึ่งตอนนั้นโรสไม่ได้เลยประกวด ขี้อายมาก แล้วตอนนั้นร้องเป็นหมู่ คุณครูดันคิดแบบมีท่าเต้นไง แล้วนึกสภาพ โรสอายมาก ไม่น่าให้เค้ารู้เลยว่าร้องเพลงได้ เศร้าใจมาก แล้วปีนั้นได้ที่เท่าไหร่ จำไม่ได้ละ แล้วพอ ม.6 พี่ที่เค้าร้องเดียวก็จบไปแล้ว เราก็เป็นรุ่นพี่สุดละ เราก็ คุณครูก็บอกว่า เธอร้องสิ เรารู้ว่าเราพอร้องเพลงได้ แต่เรารู้อีกเช่นกันว่า เมื่อเราขึ้นเวทีเราจบ เราเป็นคนที่ขาดความมั่นใจในการประกวดมาก ครูก็แบบ ทำเพื่อครูหน่อยนะ เราได้ฟังเพลงแล้วเราก็ชอบ เลยก็ได้ ก็ซ้อม พอตอนไปประกวด ไม่สบาย แล้วเสียงแหบ ปกติ ท่อนฮุกเนี่ย ……………………… ต้องลากยาว ซึ่งเราป่วย ลากไม่ได้ เวลาเสียงแหบ เราจะต้องใช้ลมเยอะกว่าเดิม เป็นการช่วยชีวิตโรสด้วย เพราะว่าป่วย มั่นใจว่าไม่ได้อยุ่แล้ว สบายใจ เราไปเห็นคนก่อนหน้าเราร้อง เด็กโรงเรียน เซนต์โย หรือ มาแตร์ อะไรเทือกๆนั้น ซึ่งเค้าก็ร้องแบบ…………… คือเรา ในความคิดว่ามันโครตดี เจ๋ง มี ฟรุตเป่า มีเปียโนเลย เราคิดว่า เค้าคงได้เน้อ แล้วร้องแล้วมีลงไปกับพื้น ยิ่งทำให้ไม่เกรงใหญ่เลย เราก็ขึ้นไปร้อง หลับตาร้อง ยังคงเป็นลุคปัจจุบัน พอลงมาเพื่อนๆก็บอกว่า แก มีสาวกรี๊ด ๆ 11 นาฬิกา เราก็กร๊ดไรว้า ร้องไม่เห็นดีเลย ครูก็มาชมว่าทำดี เราก็แอ๊ะ เราว่าเราร้องไม่ดีอย่างที่เราคิด ประกาดผล มันจะมีรางวัลสูงสุด แล้วก็ 1 2 3 เราได้ที่ 1 เราก็อาจารย์ ใช้เส้นรึเปล่า
อ๊อฟ จิกกะบาล : แล้วคนนั้นเค้าได้ไหม
โรส ศิรินทิพย์ : ไม่ได้ ตอนนั้นเราไม่ได้รู้เรื่องอะไรมาก เราแค่รู้สึกว่า เค้ากล้า เก่ง โน้นนี่ ก็เริ่มมั่นใจการประกวดนิดนึง แต่ต้องป่วยนะ
อ่านบทสัมภาษณ์ต่อ
ต่อคร้าบ ….. เป็นวงที่สร้างปรากฎการณ์อีกแล้ว บทสัมภาษณ์ให้เราจริงๆ มันยาวเกินกว่า 1 หน้าจะเอาอยู่
เรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง





May 14th, 2008 15:43
พี่โรสน่ารักมากๆ เลย อยากได้เสื้อด้วย ขอนะ นะะะะะะ
May 14th, 2008 15:44
พี่โรสน่ารักมากเลยอ่ะ อยากได้เสื้อฝีมือพี่โรสนะเนี่ย ขอนะ นะ นะ นะะะะ
โทร.0871450521