ตอน 54 - แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี (บทสัมภาษณ์)
Posted on Tuesday, March 4, 2008 at 2:15 amCategory: บทสัมภาษณ์
ตอน 54 - แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี
จิกกะบาล ปี 2
บทสัมภาษณ์ แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี
พี จิกกะบาล : สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกแล้วกับรายการจิกกะบาล Talk Show สบายๆ สไตล์จิกกะบาล
แขกรับเชิญของเราวันนี้พิเศษอีกแล้วครับ เค้าเคยเป็นวัยรุ่นขวัญใจ…
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : เฮ้ย ไม่ใช่เคยเป็น ตอนนี้ก็เป็น
(ทุกคนหัวเราะ)
พี จิกกะบาล : ตอนนี้เค้ากลับมาอีกแล้ว กลับมาออกอัลบั้ม เรามาพบกับเค้าเลยดีกว่าครับ พี่แซงค์ ปฏิวัติ
(ทุกคนสวัสดี)
พี จิกกะบาล : ยินดีมากวันนี้ได้พี่แซงค์ ปฏิวัติ มา
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ยินดีเช่นกันครับ
หหห ก่อนอื่นเนี่ยพี่เค้าอยู่มานานมากเลย
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : นานมากเลยเหรอ
หหห แต่หน้าพี่ไม่เปลี่ยนเลยนะ นี่ นี่ นี่ จะบอกว่าเหมือนเวลาผ่านไปรวดเร็ว
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ผมมียาส่วนตัว วันนี้ก็พกมาด้วย ฟอร์มาลีน
(ทุกคนหัวเราะ)
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : อยากทานมั้ย
หหห พี่เข้าวงการมากี่ปีแล้วคะ
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : โห เข้าวงการเหรอครับ ตั้งแต่ 17 16 มั้ง
พี จิกกะบาล : นั่นก็เมื่อ 20 ปีที่แล้ว
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ยัง!!!!!
(ทุกคนหัวเราะ)
พี จิกกะบาล : นั่นคือเมื่อกี่ปีที่แล้วครับ 16 17 ตอนนั้น
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : อา…ผมเข้าวงการตั้งแต่ อายุ 16 17 ตอนนี้ก็ นานพอสมควร (ไม่ยอมบอกอยู่ดี)
(ทุกคนหัวเราะ)
หหห ถ้าไม่ตอบก็จะไม่รู้ เพราะว่าหน้าเหมือนเดิมทีเดียว
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : เหมือนเดิมใช่มั้ยฮะ
หหห ใช่แล้ว แต่ว่าอันนี้ พี่เค้าไม่ตอบว่ากี่ปี ให้พี่เค้าพูดถึง… อย่าพูดเลย ให้ร้องเพลงดังในอดีต ซักนิดนึง
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ไม่อยากจะคิดสงสาร ไม่อยากจะคิดสงสาร อ้าวไม่ใช่!!!!
(ทุกคนหัวเราะ)
พี จิกกะบาล : แต่ดังจริงๆนะเนี่ย เพลงนี้
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ดังใช่มั้ย
หหห เดี๋ยวๆๆ 20 เราขอบวกได้ปะ อันนี้มันเกินนั้น
พี จิกกะบาล : ขอเพลงดังยุคนั้นเลยคับ
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : เซียมซีเสี่ยงรัก ไม่ใช่ละ อันนี้รุ่นพ่อผมฮะ
หหห ตกลง วันนี้เรามาทำรายการเพลงลูกทุ่ง
พี จิกกะบาล : ถูกต้อง แล้วตอนนี้ก็ผันตัวมาเป็นตลกแล้ว
(ทุกคนหัวเราะ)
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : เพลงเหรอฮะ ก็ เอายังงี้ดีกว่า ชุดสุดท้ายก่อนที่จะหายจากวงการไป ก็ชื่อเพลง แฟนใคร ใครก็รัก อ้าว ไม่ใช่ นั่นชุดใหม่ จะขายของอย่างเดียวเลย
หหห มันเป็นลางไม่ดีนะคะ พี่
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ชื่อเพลง ห่วงใยเหลือเกิน
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ท่อนฮุคๆ ฝากกับฟ้า เป็นเพื่อนยามเธอเศร้า ฝากกับดาว ช่วยดูแลเธอ อ้า
พี จิกกะบาล : นึกออกเลยนะเนี่ย
หหห ต่อได้ด้วยนะ อยากให้รู้
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ถึงแม้ไม่ได้เจอ
หหห คือว่าจริงๆแล้วเป็นแฟนตัวยงแต่แบบ หายไปไหน
พี จิกกะบาล : คือความทรงจำเกี่ยวกับพี่เค้าเหมือนมันนานมากเลย เหมือนแบบ มันค่อนข้างจะ แบเบอร์ ไปแล้ว มันแบเบอร์
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : นั่น ชุดแรกของผมครับ แปลว่านี่รุ่นเดียวกันแน่นอน
(ทุกคนหัวเราะ)
พี จิกกะบาล : จริงๆแล้ว เมื่อกี้เล่นไปแล้วรอบนึง แต่ก็ยังเอามาใช้ในรายการอีกนะครับ
หหห แล้วพี่ไปไหนมาอะคะ คือประเด็นคือ ไม่ได้ดับอะ
พี จิกกะบาล : ดังจะตาย
หหห ตอนนั้นคือไม่ใช่ว่าแบบว่าชุดนี้ออกแล้ว ขายไม่ได้ ไม่ดัง เลยเลิกยังเงี้ย มันไม่ใช่อะ ขนาดเพลงสุดท้ายที่ร้องมาก็คือดังอะ แล้วอยู่ดีๆ ก็หายไปซะยังงั้น
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ก็ผมเล่นละครฮะ เรื่องสุดท้าย ศิลามณี แล้วก็ออกอัลบั้มชุดนึง ก็คือ ห่วงใยเหลือเกิน แล้วก็หายไปเลย ที่หายไปเลยเพราะว่า คือ ช่วงนั้นมีปัญหาชีวิตหลายๆด้าน
ด้านแรกก็คือด้านที่ทุกคนให้ความสำคัญมากที่สุด
พี จิกกะบาล : ด้านหน้า
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ฮ้า(ตกใจกับมุกที่เล่น)… ผมชอบด้านหน้า ด้านหลังผมไม่ชอบ
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : สิ่งแรกก็คือเรื่งของความรัก ที่ผมว่าทุกคนคงหนีไม่ออก คือช่วงนั้นผมมีแฟน คือที่บ้านแฟนผมเนี่ย เค้าแอนตี้คนในวงการ
หหห อื๋อ ออกให้เลย
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ช่าย มันมีที่มามากกว่านั้น ถ้าเราพูดไปอย่างนี้เหมือนกับเราจะดูดีนิดนึง อะไรยังเงี้ย ไม่ใช่!!!
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : แฟนผมเนี่ย เค้าทำทุกอย่างเพื่อผมได้ ผมเนี่ยทำอะไรเพื่อเค้าได้บ้าง
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : เค้ามาขอไง แกมบังคับ คือช่วงหลังจากนั้นผมก็มีละครติดต่อมา หลายเรื่อง โดยแล้วก็รวมถึงอัลบั้มที่เตรียมงานที่จะทำแล้วด้วย ผมก็รับ รับหมดแหละนะ รับละครเรียบร้อย เตรียมถ่ายแล้วล่ะ ร้องเพลงประกอบละครไปเรียบร้อยแล้วด้วย แล้วอยู่ดีๆ มาเจอเรื่องนี้ขึ้นมาปุ๊บ ผมก็เลยกลับมานั่งคิด คิดไปคิดมาๆๆ ผมก็เลยเดินไปหาเฮียที่บริษัท ตอนนั้นผมอยู่อาร์เอส
พี จิกกะบาล : เฮียนี่คือ เฮียฮ้อ
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : เฮียคับ ผมขอโทษนะคับ ผมขอลาออกคับ (หัวเราะ) เฮียงงเลย เกิดไรขึ้น ก็เลยลาออกจากอาร์เอสรวมถึงเรื่องของละครที่ร้องเพลงไปแล้ว ก็โปรโมทไปแล้ว ว่าเราจะเล่นเรื่องนี้เรื่องนี้ เราก็เลย ไปขอกับผู้ใหญ่ ก็พยายามอธิบายเหตุผลให้เค้าเข้าใจ แม้กระทั่งเหตุผลของผมเนี่ยมันจะเป็นเหตุผลซึ่งแบบ มันน้อยนิดมากสำหรับผู้ใหญ่อะ มันเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆอะ มันถึงขนาดนี้เลยเหรอ แก้ไขได้มั้ย อะไรยังงี้ ซึ่ง แก้ไขไม่ได้เลยสำหรับผม ก็เลยตัดสินใจ โอเค ผมออก ในขณะที่ออกมาปุ๊บเนี่ย โดยพื้นฐาณของเราเนี่ย ไม่ใช่เป็นคนมีตังค์ ที่บ้านเป็นคนที่แบบ ค่อนข้างจะแบบ จนอะ คือบ้านไม่มีตังค์ เราไม่ได้ทำงานในวงการแล้วเราก็ไม่มีตังค์ ที่จะใช้จ่าย อยู่ได้ยังไงไม่มีเงิน ก็เลยมาทำผับ ก็เงินที่มีสะสมไว้อะไรงี๊ แล้วก็ทำเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้ ก็ยังทำอยู่
อ๊อฟ จิกกะบาล : แล้วตอนนี้เป็นยังไงบ้างคะ
พี จิกกะบาล : หมายถึงความรักครั้งนั้น
อ๊อฟ จิกกะบาล : แต่งงานมีลูก
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ก็ไม่สังเกตเหรอคับ กลับมาทำงานในวงการได้เพราะอะไร
พี จิกกะบาล : อ๋อ………..เป็นอย่างนี้นี่เอง
(ทุกคนหัวเราะ)
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ไม่ใช่…จริงๆ อะเลิกไปนานแล้ว คืออยู่ด้วยกันไม่ได้หรอกเพราะว่า เค้ายังเด็กอยู่ เค้าก็อยู่บ้านเค้า ผมก็อยู่ของผม แต่เพียงแต่ว่า แทนที่ผมจะเอาเวลาไป อัดเสียง ไปถ่ายละคร เพราะถ่ายละครเนี่ย คือผมถ่ายละครเนี่ยผมถ่าย 7 วัน เลยนะ ไม่มีวันหยุดเลย ตอนที่ผมเล่น ศิลามณี
อ๊อฟ จิกกะบาล : คือมันดังอะ
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ไม่ดัง แต่ว่า บังเอิญมันเป็นละครสด แล้วพอมันเล่นๆแล้วมันแบบ ก็มีคนชอบนิดนึงอะไรเงี้ย เค้าก็เลยต้องเพิ่มบทให้ จริงๆแล้วบทมันไม่ได้เยอะมาก
อ๊อฟ จิกกะบาล : จริงๆแล้วไม่ได้พูด จริงๆแล้ว เดินเฉยๆ
(ทุกคนหัวเราะ)
พี จิกกะบาล : ตอนนี้ก็เลยกลับเข้ามาในวงการแล้ว แล้วเริ่มต้นจะกลับเข้ามาในวงการครั้งนี้เริ่มยังไงคับ
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ก็คือคนเรา เมื่อเราไปต่อสู้ชีวิต ชีวิตเราอยู่ได้ ก็ต้องมีเงิน มีความสุข พอทำธุรกิจจนถือว่าโอเค ก็คือเราไม่เดือดร้อนแล้ว เราอยู่ได้แล้ว มีรายได้ประจำ ถึงวันนึงเราก็ต้องมองย้อนกลับมาว่าสิ่งที่เรารักที่สุดเนี่ยคืออะไร ก็ไปนั่งทบทวน
อ๊อฟ จิกกะบาล : ว่าคือแฟนคนนั้น
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ไม่ใช่ก็คือแฟนคนนี้ (ชี้ไปทางอ๊อฟ) เอ๊ะ หรือว่าคนนี้(ชี้ไปทางพี)
(ทุกคนหัวเราะ)
พี จิกกะบาล : เอ้า แล้วไงต่อคับ แล้วสิ่งที่รักที่สุดนั่นก็คือ เสียงเพลง
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ถูกต้อง เพราะว่าปกติเนี่ย ที่หายไปเนี่ย ผมหายไปไหนรู้มั้ย ไปทำผับ นอกจากเราทำร้านเนี่ย เราก็มีที่ร้องเพลง มีที่ฟังเพลง เราจะอยู่กับเสียงเพลงตลอด เราก็ไม่ได้หนีจากสิ่งที่เรารัก ผมก็ร้องเพลงนะ อย่างที่ร้านเนี่ย บางวันก็เดินๆ ขึ้นไปร้องเลย นึกสนุกก็หยิบไมค์ขึ้นไปร้องเพลงเลย หรือว่าอยากร้องมากจริงๆ ก็ไปคาราโอเกะ หรือไม่ก็ เอ้ย ร้านปิดแล้วใช่มั้ย นักดนตรีอยู่ต่อ เดี๋ยวเราร้องกันต่อ
พี จิกกะบาล : ค่าตัวเท่าเดิม?
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ค่าตัวเท่าเดิม (หัวเราะ)
อ๊อฟ จิกกะบาล : พี่เค้าไม่ได้กลับมาเฉพาะงานเพลงนะ ตกลงว่ารักงานเพลงสุด หรือว่ารักงานแสดงด้วยคะพี่
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ถามว่ารักอะไรมากที่สุก ผมรักเพลงนะ เพราะว่าผมคิดว่า ผมเริ่มมาจากเด็ก สมัยเด็กๆ ผมเป็นนักร้องประสานเสียงในโบสถ์คริสเตียนตั้งแต่เด็ก ทำวงกับเพื่อน เล่นดนตรีมาตั้งแต่เด็กๆ คือเรามันมีความผูกพันมาตั้งแต่เด็ก เล่นกีต้าร์นี่ ผมเก็บเงินเกือบปี กว่าจะได้กีต้าร์โปร่งถูกๆตัวนึง พ่อผมก็ไม่ได้สนับสนุนเลยนะ คือเอากีต้าร์ผมเนี่ยไปพัง ไปทุบทิ้งหมด เพราะเค้ารำคาญ ให้เรียนหนังสือ เล่นแต่กีต้าร์ ก็เลยเอาดีไม่ได้ทางกีต้าร์ต้องไปร้องเพลง (หัวเราะ) คือเราผูกพันกับดนตรีมาก กลับมาครั้งนี้ก็เลยมุ่งมั่นเลยว่าจะต้องร้องเพลง แต่หนังเนี่ย ทำไมผมถึงเล่นหนังด้วย เหตุผลเพราะว่า คือช่วงที่ผมเล่นละครเนี่ย
อ๊อฟ จิกกะบาล : ดัง
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ดังมั้ย ผมก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกัน
อ๊อฟ จิกกะบาล : ดังสิพี่ โห กล้าพูดนะ
(ทุกคนหัวเราะ)
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ก็มีคนติดต่อมาเยอะเหมือนกัน แต่ในขณะที่ติดต่อมาเนี่ย ก็มีเสียงบางเสียงเหมือนกันที่พูดว่า เราเล่นยังไม่ดีอะไรยังเงี้ย
อ๊อฟ จิกกะบาล : ยังเป็นต้นไม้อยู่
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : เอ้ย เล่นหนังเรื่องแรก หล่อ ซ่าส์ เซอ กับเธอผู้หวานใจ เรื่องนั้นผมโดนคนด่าทุกคน แบบอายมาก UBC เอามาฉาย ผมนี่แบบ เพื่อนโทรมานี่ เอ้ย ไม่ใช่กู ไม่ใช่
(ทุกคนหัวเราะ)
อ๊อฟ จิกกะบาล : ไม่ขนาดนั้นม้าง
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : แข็งมากเลยนะ ผมเล่น หล่อ ซ่าส์ เซอ กับ ธัญญเรศ รามณรงค์ ผมเป็นคนที่บทเยอะที่สุดในเรื่อง และเล่นแย่ที่สุดในเรื่อง
พี จิกกะบาล : มี พระเอกเทวดา เป็นพี่ติ๊ก เจษฏาพร ตอนนั้น เราก็จะมีพี่แซงค์ เป็นพระเอกเทวรูป
(ทุกคนหัวเราะ)
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : คนอื่นเค้าเล่นกันดีแล้ว ผมมานั่งดูแบบ มันไม่ใช่อะ คือรู้สึกตัวเองด้วยว่า 5 4 3 2 action เราเตรียมก่อนที่จะ action คือเราจะหน้าบึ้งใช่มั้ย พอ 5 4 3 ทำหน้าบึ้งรอไว้เลย มันไม่ใช่มาจาก ฟิลลิ่งของการเล่น มันไม่ได้มาแบบ อินจากบทว่า อ๋อ เดี๋ยวจะเจออะไร ตอนนั้นมันเล่นแย่มาก มันก็เลยเก็บกด ก็เลยว่าเอาวะ จะต้องไม่ให้คนด่าแล้วอะ แล้วเป็นคนที่ชอบดูหนังอยู่แล้ว พอเลิกจากร้านก็ไปนั่งดูหนัง ดูๆไปก็ลองเล่นดูมั้ย ว่าบทนี้เล่นยังไง ผมก็มานั่งเล่นของผมเองคนเดียว
พี จิกกะบาล : ฮ้า เล่นกับกระจกเหรอคับ
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : จริงๆนะ เล่นกับกระจก
พี จิกกะบาล : กระจกวิเศษบอกข้าเถิด…
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ใครอุบาทว์ที่สุดในปฐพี อ๋อ ข้านี่เอง
(ทุกคนหัวเราะ)
อ่านบทสัมภาษณ์ต่อ
ต่อคร้าบ ….. เป็นวงที่สร้างปรากฎการณ์อีกแล้ว บทสัมภาษณ์ให้เราจริงๆ มันยาวเกินกว่า 1 หน้าจะเอาอยู่
เรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง


