ตอน 54 - แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี (บทสัมภาษณ์) 2
Posted on Tuesday, March 4, 2008 at 2:16 amCategory: บทสัมภาษณ์
อ๊อฟ จิกกะบาล : ตอนนั้นที่เล่นหนังคราวที่แล้วเนี่ย ให้แต้มตัวเองเท่าไหร่คะ
พี จิกกะบาล : เต็มสิบนะ
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ลบสิบ
(ทุกคนหัวเราะ)
พี จิกกะบาล : ยังงั้นเลยเหรอ
อ๊อฟ จิกกะบาล : แล้วเรื่องใหม่นี่ล่ะคะ
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : soul’s code ถอดรหัส วิญญาณ คนนี้นี่ผมเอง(ชี้ไปที่ผีนางเอก) ไม่ใช่!!!!
อ๊อฟ จิกกะบาล : ตกลงอันนี้ พี่ให้แต้มตัวเองเท่าไหร่อะ
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ผมให้ความพยายามของผมดีกว่า ความพยายามของผม ผมให้ ร้อยเปอร์เซนต์
พี จิกกะบาล : เพราะว่าพยายามเต็มที่มากกับหนังเรื่องนี้
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ใช่คับ เพราะว่าเมื่อสมัยก่อนเนี่ย เราเป็นคนที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมาเล่นหนัง แล้วอยู่ดีๆได้มาเล่นหนังโดยที่เราไม่เคยมีความรู้มาก่อน ไม่เคยผ่านการเรียนแอคติ้งมาก่อน ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการแสดงมาก่อนเลยแม้แต่นิดเดียว 5 4 3 2 action กล้องอยู่ไหนอะ ต้องเล่นกล้องไหนอะไร ไม่รู้เรื่องเลย แต่ถึงวันนี้เรามีประสบการณ์ผ่านมาแล้วเรื่องนึง จากละครมาแล้ว จากประสบการณ์ที่ดูหนังมาเยอะๆอีก แล้วนอกจากประสบการณ์เหล่านั้นแล้ว เราก็ต้องเรียนรู้เพิ่มเติม จ้างอาจารย์มาสอน เล่นให้ดู เล่นจนใช่อะ ตั้งแต่เช้าจน สาม สี่ทุ่ม ยาวมาก ครูเหนื่อย
อ๊อฟ จิกกะบาล : หนังเรื่องนี้ เราจะได้ดูกันเมื่อไหร่อะคะ
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : 28 กุมภาพันธ์แน่นอนครับทุกเครือ
พี จิกกะบาล : คาแรกเตอร์ที่ได้รับ เป็นไงบ้างคับ สำหรับหนังเรื่องนี้ soul’s code
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ถอดรหัส วิญญาณ
พี จิกกะบาล : ดูจากโปสเตอร์แล้ว ให้ความรู้สึกเหมือนแบบ CSI อะไรพวกนี้
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ถูกต้องคับ ถูกต้อง
พี จิกกะบาล : เล่าให้ฟังนิดนึงคับ
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : มันคือเรื่องจริงนะคับ เรื่องนี้คือเรื่องจริง เรื่องนี้เราได้พูดคุยกับเจ้าของคดี การสืบสวนสอบสวนซึ่งแบบ มันมีศพๆนึง มีคนไปเจอ แล้วศพๆเนี้ย ก็แก้ผ้าหมดเลย โดยมัดมือมัดเท้าด้วยจีวร ยัดใส่กล่องมา กล่องมีแต่น้ำเหลืองเน่าเละเลยอะ คิดดูดิว่า แค่เนี้ย ตำรวจสามารถตามจับผู้ร้ายได้อะ ซึ่งมันเป็นสิ่งมหัศจรรย์สิ่งหนึ่งนะ ที่เราพยามเอามุมมอง ให้คนได้รู้ว่า เค้าตามกันยังไง เค้าสืบสวนกันยังไง โดยนอกจากสิ่งที่เค้าสืบสวนแล้ว สิ่งที่เค้าได้มาคือ ฟีล ของวิญญาณ มีวิญญาณมาจริงๆ เฮี้ยนมากนะฮะ ศพๆนี้
อ๊อฟ จิกกะบาล : ยังงี้ตอนเอาเรื่องนี้มาทำก็ต้องบวงสรวงกันสุดฤทธิ์
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ใช่คับ ใช่ ทีมงานก็เจอ โดนผีเข้าเลยนะ ตานี่แดงก่ำเลย ไปโรงพยาบาล คือเค้าชักอะ ชักแล้วตาเตอเหลือก ตาแดงก่ำ แล้วหมอเตรียมแบบเข้าห้อง ICU แล้วนะ ซักแป๊บนึง แป๊บเดียวนะ เค้าลุกขึ้นเฉยเลย หาย แล้วเค้าเดินออกมาก็บอกว่า เป็นอะไรเค้าไม่รู้เรื่อง แล้วเค้ามานี่ได้ยังไง
อ๊อฟ จิกกะบาล : แล้วพี่เจอเองมั่งมั้ยคะ
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ผมไม่เจอนะฮะ ผมเป็นคนที่กลัวผีอยู่แล้ว แล้วทุกครั้งก็จะยกมือขอ อย่า อย่า ไม่อยากเจอ ผมเชื่อว่ามีจริงแต่อย่ามาหาผมเลย
อ๊อฟ จิกกะบาล : แล้วตกลงที่เค้ามาหา เค้ามาทำไมอะพี่
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ตัวของทีมงานที่โดนเนี่ย เค้าเป็นฝ่ายอาร์ท ก็พยามถามเค้า เค้าก็บอกว่าเค้าไม่รู้สึกเลย เค้าไปดู โลเคชั่น ตอนนั้นคือจะเป็นที่ที่ทิ้งศพ เป็นผมเนี่ย เอาศพไปทิ้ง เค้าไปดูโลเคชั่น ที่วัดเก่าๆเนี่ย แล้วเค้าก็รู้สึกตัวแค่นั้น ตื่นอีกทีก็ที่โรงพยาบาล
อ๊อฟ จิกกะบาล : อืม ก็คือ อาจจะไม่ใช่คนในเคสที่มาหา
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : อาจจะไม่ใช่ หรือ อาจจะไม่ใช่ใครจะรู้ ผู้กำกับของผมเนี่ย เค้านั่งทำงานอยู่ นั่งพิมพ์งาน อยู่ดีๆ หน้าจอขึ้นว่าอะไรรู้มั้ย วิญญาณที่อยู่รอบตัวคุณ ต้องการบอกอะไรคุณบางอย่าง ผู้กำกับตกใจ รีบโทรหาผม แต่ผมไม่ได้รับสาย เข้าฝากข้อความ ผมรับข้อความตกใจ ใครส่งมายังงี๊
อ๊อฟ จิกกะบาล : ก็คือมีอะไรซักอย่างมาแหละ แต่ไม่ได้พูดว่าจะบอกอะไร
พี จิกกะบาล : แล้วคาแรคเตอร์ของพี่ในเรื่องล่ะคับ เล่าให้ฟังหน่อย
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ผมเล่นเป็นนักร้อง เป็นนักร้องซึ่งตกอับเหมือนตอนนี้ เอ้า ไม่ใช่ เป็นนักร้องตกอับแล้วก็มีแฟนอยู่คนนึง แฟนก็คือ น้อง ญี่ปุ่น เป็นผีนี่ฮะ เป็นแฟนผม แล้วคือผมเนี่ยต้องการกลับสู่วงการ ก็เลยไปมีแฟนอีกคนนึงซึ่งเป็นนางแบบ แล้วในขณะที่มีแฟนอยู่เนี่ย ก็ได้ข่าวมาว่า แฟนของเราคนนั้นอะ เสียชีวิต เราก็ช๊อค ก็เลยตามหาความจริง ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ใครทำแฟนเรา คุณปลื้มทำมั้ย หรือตัวเราเองทำ ต้องไปดูเอาเองบอกไม่ได้ คือหนังมันจะเป็นแบบสืบสวน สอบสวน ตอนแรกก็จะคิดว่าคนนี้ฆ่าใช่มั้ย อะ ไม่ใช่ก็ต้องไปคนต่อไป ตื่นเต้นตลอดอะฮะ ทั้งเรื่อง
พี จิกกะบาล : ยากมั้ยคับ ตอนที่เล่น
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ยากมากคับ ยากมากที่สุด ในชีวิตที่เคยเล่นหนังมา บทมันค่อนข้างหนัก
พี จิกกะบาล : เล่มใหญ่เหรอคับ
(ทุกคนระอา)
อ๊อฟ จิกกะบาล : พลอทเรื่องของเรื่องเนี้ย เป็นเรื่องจริง แล้วพลอทเรื่องของตัวละครของพี่เนี่ย มีจริงๆปะคะ
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : คนที่เป็นตัวผมเนี่ย อาจจะไม่ใช่นักร้อง อาจจะเป็นดาราก็ได้ ต้องไปดูเอาเอง
อ๊อฟ จิกกะบาล : ก็ไปดู แล้วไปลองเดากันดูนะคะ ว่าอักษรย่ออะไร
พี จิกกะบาล : ก็ 28 กุมภา คับ หาดูกันได้
อ๊อฟ จิกกะบาล : ร้องเพลงประกอบด้วย
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ใช่คับ
อ๊อฟ จิกกะบาล : อยู่ในอัลบั้มด้วยปะคะ
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : อยู่ในอัลบั้มด้วยคับ อยู่ใน Say my name
อ๊อฟ จิกกะบาล : ชื่ออัลบั้ม ทำไมถึงเป็น Say my name
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ก็ถ้าคุณเรียกเรา เราก็จะไปหาคุณ คอนเซปท์หมายความว่าคุณเหงาเมื่อไหร่ ขอให้เรียก เดี๋ยวจะไปหา เราอยากให้เพลงของเราเนี่ยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของเค้า เวลาเค้าเหงา เวลาเค้าอะไรก็อะ คิดถึงแซงค์ เปิดเพลงแซงค์ฟัง
อ๊อฟ จิกกะบาล : อัลบั้มชุดที่เท่าไหร่แล้วคะ
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : นี่คือชุดแรกของค่าย ซาเล้งการดนตรี แล้วก็ถ้าเป็นชุดเต็มนะ เป็นชุดที่ 3 แต่ผมมีอัลบั้มแบบรวมอะไรยังงี๊เยอะมาก มี unplugged มีอะไรเต็มเลยตอนนั้นน่ะ เพลงละคร เพลงหนัง อีกชุดนึงต่างหาก
อ๊อฟ จิกกะบาล : พูดมาน้อยนึง ซาเล้งการดนตรี
พี จิกกะบาล : ค่ายนี้คือ
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : คือค่ายผมเองคับ
อ๊อฟ จิกกะบาล : ชื่อดูเท่ดี แต่มันดูยังไงก็ไม่รู้อะ
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ซาเล้งการดนตรีเนี่ยคือยังงี๊ มันมีที่มาคือผมมีร้านอยู่แล้ว ร้านผมก็ชื่อ ซาเล้ง คอนเซปท์ของร้านผมมันก็คือ ผมอแดปมาเป็นคอนเซปท์ของบริษัทเทป ก็คือ ซาเล้งการดนตรีนี่หมายความว่า คือปัจจุบันเนี่ย คนที่มีความสามารถในการร้องเพลงในการเล่นดนตรีเนี่ยเยอะมาก จากการที่ผมทำผับเนี่ย ทำให้ผมได้รู้จักคนที่เล่นดนตรีเนี่ยเค้าร้องดี เล่นดี กันมากเลยนะ เด็กสมัยนี้เก่งมาก มาเจอ อยากออกเทปอะ อ้าว แล้วทำไมไม่ไปเสนอค่ายล่ะไปดิ ไปเสนอรอมาเป็นปีเลย 3ปี แล้วเนี่ย 2 ปี ก็เลยมีความรุ้สึกคนมีความสามารถเยอะนะ แต่โอกาสที่เค้าจะได้ไปถึงจุดนั้นน่ะ ค่อนข้างจะน้อย ซาเล้งการดนตรีในที่นี้หมายความว่า เป็นรถซาเล้งคันนึง ซึ่งขับไปหาของที่คนเค้าทิ้ง แล้วเอามารีไซเคิล เพื่อที่จะเอากลับมาใช้ได้ หมายความว่าเราก็ไปหาคนที่มีความสามารถในการร้องเพลง ในการเล่นดนตรี ด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ที่เค้าไม่เอา หรือว่าโอกาสเค้าไปไม่ถึงตรงนั้น เราก็พร้อมที่จะรับเค้าเข้ามาบนรถเรา เดินทางไปด้วยกัน เราจะเดินทางไปสู่ความฝันด้วยกัน แต่อย่าลืมว่าเราคือ ซาเล้ง ไปช้าหน่อย ทำไมถึงช้า บริษัทเราเป็นบริษัทเล็กๆ เราไม่มีอะไรหลายๆอย่าง เหมือนบริษัทใหญ่ๆ รวมถึงสื่อต่างๆ
อ๊อฟ จิกกะบาล : ถ้าพูดถึงยังงี๊เนี่ย มันจะมีคนหรือน้องๆ ที่กะลังนั่งดูอยู่แล้วแบบว่า เฮ้ย บ้านพี่แซงค์อยู่ไหนไปหาดีกว่า
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : พี่จะเปิดประตูรับเลยฮะ มาเลยฮะ ส่งเดโมมา บริษัทอยู่ตรงเหม่งจ๋ายคับ
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ไม่ได้ทำคนเดียวนะฮะ ผมทำกับพี่ ณรงค์ เดชะ พี่ณรงค์ นี่คือ มากับผมตั้งแต่ชุดแรกเลย ตั้งแต่สมัยเด็กๆ เลย พี่เค้ามาเจอผมร้องเพลงในผับ พี่เค้าชอบก็เลยเอาผมไปทำอัลบั้ม แล้วก็ไปขายหลายๆค่าย จนในที่สุดก็มาจบที่อาร์เอส แล้วผมก็เลยขอกับเฮียว่า เอาทีมงานผมเข้ามาอยู่ด้วย ทุกคนในทีมงานผมก็เลยอยู่อาร์เอสหมด แล้วพี่ ณรงค์ ก็ทำศิลปินดังๆ เยอะมากเช่น Lift Oil โดม ปกรณ์ ลัม เต๋า ก็ทำ ทำเจมส์ พี่รงค์เค้าจนถึงวันนึงเค้าก็อิ่มตัวกับอาร์เอส เค้าก็เลยไปอยู่แกรมมี่ เพราะอยากหาประสบการณ์ใหม่ๆ แล้วก็ไปทำโปเตโต้ อะไรยังงี๊ จนถึงวันนึงเค้าก็มานั่งคุยกับผมว่า เราน่าจะทำความฝันของเราให้เป็นความจริง เคยคุยกับเค้าเมื่อสมัยก่อนนู้น นานมาแล้วว่าเราอยากมีค่ายเป็นของตัวเอง เราจะได้คิดงานของเราเอง เราอึดอัดบางทีเราคิดงานแล้วโดนผู้ใหญ่ reject ออกไป เราอยากร้องฟิลนี้อะ แต่ผู้ใหญ่เค้าไม่ค่อยชอบ อาจจะเป็นเพราะว่าไม่ตรงกับการตลาดของเค้า คราวนี้ก็เลยถึงวันที่อยากทำอะไรที่เป็นตัวเองออกมา ก็เลยมาทำกัน
พี จิกกะบาล : ก็เลยกำเนิดเป็น ซาเล้ง การดนตรี
อ๊อฟ จิกกะบาล : งั้นแปลว่า Say my name เนี่ย ก็เป็นตัวตนจริงๆเลยปะ
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : คับ เป็นตัวตนจริงๆ
อ๊อฟ จิกกะบาล : มาจากตัวพี่แซงค์เลย
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ถูกคับ
อ๊อฟ จิกกะบาล : คอนเซปท์อัลบั้มเป็นยังไงคะ
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ก็เป็น pop rock มีความหลากหลายมากขึ้น แต่เนื้อหาก็คงเป็นเรื่องราวของความรัก ภาษาของเนื้อเนี่ยจะเป็นผู้ใหญ่ขึ้น โตขึ้น จับต้องได้ ตรงๆ เช่นเพลงแรกก็คือ แฟนใคร ใครก็รัก คือเป็นผู้ชาย รักแฟนขี้หึง คนที่โดนรักอาจจะน่าเบื่อ แล้วแต่มุมมอง แต่สรุปก็คือที่ทำไปก็คือรักอะ แฟนใคร ใครก็รัก
อ๊อฟ จิกกะบาล : นั่นคือ single แรก มี MV แล้วด้วย single ต่อไปล่ะคะ
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Soul’s code ถอดรหัส วิญญาณ ชื่อเพลง กลิ่นกายในอ้อมกอด
พี จิกกะบาล : เท่าที่ดูจากโปสเตอร์เนี่ย กลิ่นน่าจะเอาเรื่องอยู่
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ไม่ใช่ ตอนยังไม่ตาย
(ทุกคนหัวเราะ)
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : คือเรื่องราวมันเป็นแบบผู้หญิงคนนึงที่เป็นแฟนเราเนี่ย เค้าอยู่กับเราทุกวัน กลิ่นความเป็นเค้าติดอยู่กับเราตลอดเวลา สมมติว่าเค้าใช้น้ำหอมกลิ่นนี้ เราไปเจอที่ไหนเราก็จะคิดถึงเค้าตลอดเวลา กลิ่นกายในอ้อมกอดก็เหมือนเราเนี่ยอยู่กับเค้าตลอดเวลา แต่ตอนนี้ไม่มีเค้าอะ เหมือนเค้าอยู่ในความทรงจำตลอดเวลา
อ๊อฟ จิกกะบาล : ดูลึกซึ้ง เศร้า
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : เศร้าคับ เศร้ามาก
พี จิกกะบาล : มีส่วนร่วมอะไรบ้างคับ กับอัลบั้ม
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ผม Produce เอง ร่วมกับพี่รงค์ ช่วยกันทำ จริงๆแล้วผมเขียนไว้หลายเพลงเหมือนกัน แต่ด้วยความที่อัลบั้มของเรามีจำนวนจำกัด ตอนแรกตั้งใจจะทำ 10 เพลง ตอนนี้เหลือแค่ 5 เพลง อีก 5 เพลง เป็น คาราโอเกะ ในแผ่นเดียวกัน ก็เลยเก็บเพลงไว้ชุดสอง เพราะปัจจุบันคนคงไม่ฟัง 10 เพลง อยู่แล้ว เราเลือกเพลงที่มันใช่ ดีกว่า
อ๊อฟ จิกกะบาล : หนังเนี่ย ของค่ายอะไรนะคะ
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : อลังการ สตูดิโอ อันนี้ อลังการจริงๆ
อ๊อฟ จิกกะบาล : คาดหวังกับผลงานทั้งสองชิ้นยังไงบ้าง
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : เราตั้งใจทำงาน ทำทุกอย่างออกไป จุดมุ่งหมายก็คืออยากให้คนเห็นงานเรา ประชาชนได้ดู ฟัง งานเรา แต่ถ้าเค้าไม่ดูเนี่ย เราก็ไม่รู้ว่าเราต้องแก้ไขอะไรบ้าง ก็คาดหวังว่าอยากให้คนมาดูเยอะๆ ติกันเยอะๆ เพื่อที่จะได้ปรับปรุง
อ๊อฟ จิกกะบาล : มีการพัฒนาการทางไหนบ้างในเรื่องเพลง
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : เพลงจริงๆแล้วเรา ต้องอาศัยการฝึกฝน อย่างที่บอกผมร้องทุกวันอยู่แล้ว ในปัจจุบัน เนี่ยวิธีร้องมันจะแตกต่างกับสมัยก่อน สมัยก่อนจะตรงๆ สมัยนี้จะมีฟิลลิ่งเยอะ เราก็ต้อง adapt ให้เค้ากับปัจจุบัน
อ๊อฟ จิกกะบาล : ห่วงเรื่องดาวน์โหลดมั้ยคะ
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : เราเป็นค่ายเล็กๆ เราทำอะไรเค้าไม่ได้หรอกคับ ถ้าสงสารกันก็อย่าทำผมละกันคับ
อ๊อฟ จิกกะบาล : ถ้าใครซื้อ mp3 จะได้ไม่ครบนะ ขาด คาราโอเกะ ไปดูกันว่าพี่เค้าวาดเสื้อไว้เป็นยังไงบ้าง
(VTR วาดเสื้อ)
อ๊อฟ จิกกะบาล : ทำไมพี่มี สามมือ คะ
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ไม่เหมือนใครดี มือขยัน มือที่สาม คนอื่นเค้าจะมีคู่กัน ปัจจุบันผมไม่มีคู่ ก็เลยขอเป็นมือที่สาม
อ๊อฟ จิกกะบาล : แต่ไม่ได้จะไปแย่งใครเค้านะ
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : แค่ขออยู่ด้วยเฉยๆ
อ๊อฟ จิกกะบาล : ถ้าอยากได้เสื้อตัวนี้ ส่ง comment เข้ามา แล้วส่ง เบอร์ที่ติดต่อได้มาที่ comment@jiggaban.com
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : นี่วาดเสื้อตัวแรกในชีวิตเลยนะเนี่ย
พี จิกกะบาล : สุดท้ายแล้ว ให้ฝากเหตุผลที่คนต้องไปดูหนังเรื่องนี้
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ผมว่าหนังแบบนี้เมืองไทยยังไม่มี แถมยังเป็นเรื่องจริงด้วย จะได้ไปดูว่าวิธีการของตำรวจเนี่ย เค้าจับผู้ร้ายได้ยังไง อยากให้รู้ว่าวิญญาณเค้ามายังไง ผมว่ามันน่าดูมากๆ
พี จิกกะบาล : Say my name เหตุผลที่คนต้องฟัง
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : เพราะว่าผมร้องไงฮะ เอ้า ไม่ใช่!!! เพราะว่าผมขอร้องให้ฟังคับ ภูมิใจนำเสนอ จากหายไปนานมาก กลับมาครั้งนี้ นี่คือสิ่งที่ผมรักที่สุดในชีวิต คือ การร้องเพลง และผมก็อยากจะให้คนได้รับสิ่งที่ผมรักที่สุดเนี่ย เอาไว้
อ๊อฟ จิกกะบาล : เค้าเป้นคนตั้งใจทำงาน ตอนนี้มีร้านอยู่ตรงไหนบ้างคะ
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : ตอนนี้มีอยู่ 5 ที่ ซาเล้ง รัชดาซอย 4 zeed รัชดาซอย 8 love scene ซึ่งเป็นดนตรีสด เปิดใหม่ที่ รัชดาซอย 8 แล้วก็ที่นี่ Shut up อตก. แล้วก็สุขุมวิท 20 ชื่อ Scratch Dog
พี จิกกะบาล : แต่ละร้านก็อารมณ์แตกต่างกันไป
อ๊อฟ จิกกะบาล : วันนี้ต้องขอขอบคุณพี่แซงค์มากๆ เลยกับบรรยากาศร้านสวยๆ Shut up สวัสดีค่ะ
พี จิกกะบาล : สวัสดีคับ
แซงค์ ปฏิวัติ เรืองศรี : สวัสดีคับ
เรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง


