ตอน 53 - เอ็ม อรรถพล (บทสัมภาษณ์)
Posted on Saturday, February 23, 2008 at 10:02 pmCategory: บทสัมภาษณ์
ตอน 53 - เอ็ม อรรถพล
จิกกะบาล ปี 2
บทสัมภาษณ์ เอ็ม อรรถพล ประกอบของ
สวัสดีครับกลับมาพบกันอีกแล้วกับรายการ จิกกะบาล Talk show สบายๆ สไตล์จิกกะบาล แขกรับเชิญของเราวันนี้พิเศษอีกแล้วนะครับ ตอนนี้ดังมาก ประเทศนี้เรียกว่าไม่มีใครไม่รู้จักเค้าแล้วครับ มาพร้อมกับอัลบั้มใหม่ My way พี่เอ็ม The star หรือ เอ็ม อรรถพล นั่นเอง
เอ็ม อรรถพล : สวัสดีครับ
อ๊อฟ จิกกะบาล : คือถ้าใครดูพี่เอ็มอยู่ตอนนี้นะคะ ถ้าเห็นว่าหล่อแค่ไหนนะคะ บวก 3 ค่ะ
พี จิกกะบาล : เต็มสิบ ต้องบอกก่อนว่าเต็มสิบ
อ๊อฟ จิกกะบาล : เต็มสิบค่ะเต็มสิบ ให้กี่แต้มเนี่ยบวกไปอีก 3 คือกล้องมันหลอกค่ะ คือหน้าตาพี่เค้าดีกว่านั้นเยอะ
เอ็ม อรรถพล : เต็มร้อยบวกอีก 3 ไปเลยนะฮะ
ทุกคนหัวเราะ
เอ็ม อรรถพล : ชื่ออะไรครับ ชื่ออะไร
พี จิกกะบาล : อ้อ ชื่อพี คับ
เอ็ม อรรถพล : ชื่ออะไรครับ ชื่ออะไร
อ๊อฟ จิกกะบาล : ชื่ออ๊อฟค่ะ
เอ็ม อรรถพล : ยินดีที่ได้รู้จักครับ
อ๊อฟ จิกกะบาล : เราอ. อ่าง เหมือนกันนะคะ
เอ็ม อรรถพล : พ. พาน ไม่ค่อยดี
อ๊อฟ จิกกะบาล : นอกพวกนี่ นี่นอกพวก
เอ็ม อรรถพล : เอาพิธีกรอีกคนนึงเอาอ.อ่าง มาอีกคน อ.อ่าง อี
พี จิกกะบาล : น้องอี นะ เรียกผมว่าอีละกันนะครับ
เอ็ม อรรถพล : พี ถูกแล้ว
อ๊อฟ จิกกะบาล : เค้าคงรู้กันหมดแล้วเนอะว่ามาจากไหน
เอ็ม อรรถพล : คนที่ไม่รู้ก็มี
อ๊อฟ จิกกะบาล : เหรอ พี่ไม่ได้ชื่อ เอ็ม The starเหรอคะ ชื่อและนามสกุล
เอ็ม อรรถพล : บางคนอาจจะไม่เคยดู The star ก็ได้
อ๊อฟ จิกกะบาล : อ๋อ แล้วเค้าก็จะคิดว่าพี่ชื่อ เอ็ม นามสกุล The star
เอ็ม อรรถพล : เอ็ม AF อะไรยังงี๊รึเปล่า
พี จิกกะบาล : ไม่ใช่แล้วคับ
เอ็ม อรรถพล : ผิดงาน (หัวเราะ)
เอ็ม อรรถพล : เอ็ม The star ก็มีคนรู้จักแล้วก็มีคนรู้จักแต่ แต่ เอ็ม The star ไง ไม่รู้จัก เอ็ม อรรถพล ความจริงผมอยากให้เรียก เอ็ม อรรถพล
อ๊อฟ จิกกะบาล : มันดูเป็นตัวเองจริงๆ ใช่มะ
เอ็ม อรรถพล : ช่าย คือ The star นี่มันก็หลายคนไง
อ๊อฟ จิกกะบาล : มันไม่มี เอ็ม The star สองคนซะหน่อย
เอ็ม อรรถพล : เออ เนาะ
อ๊อฟ จิกกะบาล : คือมันไม่ต้องมีแบบว่า เอ็ม The star season 1 อะไรยังเงี๊ยซะหน่อย
เอ็ม อรรถพล : เดี๋ยวมี season 4 เผื่อมีชื่อ เอ็ม อีก
อ๊อฟ จิกกะบาล : เดี๋ยวเราย้อนไปอีก
เอ็ม อรรถพล : นานมั้ย
อ๊อฟ จิกกะบาล : นาน พอสมควร
เอ็ม อรรถพล : ถ้านานเกินไปจำไม่ได้
พี จิกกะบาล : ตอนนั้นที่พึ่งลืมตาเห็นโลกครั้งแรกพี่คิดยังไงบ้างคับ
เอ็ม อรรถพล : โห ออกแนวซุปเปอร์ไซย่ามาก
ทุกคนหัวเราะ
เอ็ม อรรถพล : ตอนเด็กๆนี่จะ คือชอบร้องเพลงแต่ว่าไม่ได้แบบจริงจัง ไม่ได้แบบว่าต้องไปเรียน ต้องไปฝึกร้อง ได้ยินเพลงก็ร้องตามฮัมตาม
อ๊อฟ จิกกะบาล : ตอนนั้นอยากเป็นอะไรคะ นักแสดง?
เอ็ม อรรถพล : ไม่ใช่ เด็กๆเลนะ อยากเป็นจิตรกร วาดรูปอะไรเงี้ย เคยไปเรียนด้วย
พี จิกกะบาล : ที่ผมช๊อคไปแล้วเนี่ย คือเห็นฝีมือการวาดเสื้อแล้วแบบ อยากเป็นจิตกรเหรอเนี่ย
ทุกคนหัวเราะ
พี จิกกะบาล : เดี๋ยวได้ดูกัน
อ๊อฟ จิกกะบาล : เราไม่พูดอะไรเลยนะ เพราะเราถือว่าพี่เค้าหน้าตาดี
เอ็ม อรรถพล : โอเค จบรายการแล้วครับ (สวัสดี)
พี จิกกะบาล : ยัง
เอ็ม อรรถพล : คือไปเรียนวิจิตรศิลป์ สอบเข้าติดด้วยนะ แล้วก็เข้าไปเรียนก็ ไม่รอดอะ เพราะว่า
อ๊อฟ จิกกะบาล : ไม่มีไม้ทีกับเค้า
เอ็ม อรรถพล : ไม่ใช่
อ๊อฟ จิกกะบาล : สู้ใครเค้าไม่ได้
เอ็ม อรรถพล : ไม่ใช่ คือ พอไปเรียนแล้วมัน เราสมาธิไม่ดี ไม่เยอะ อาจารย์สั่งงานแล้วก็ให้เราทำงานอะ 7 ชั่วโมง คือตอนนั้นก็เล่นกีฬาด้วยเล่นบาส ก็ติดเล่นบาสเวลาอาจารย์สั่งเสร็จ นั่งวาด วาดได้แป๊บก็เบื่อ ไปเล่นบาส ก็เลยเปลี่ยนวิชาที่เรียน
พี จิกกะบาล : ไปเป็น?
เอ็ม อรรถพล : ไปเป็นทางคอมพิวเตอร์แทน ก็หาอะไรที่มันง่ายๆกับตัวเองไว้ก่อน เราชอบเล่นคอมอยู่แล้วคับ เล่นเกมเล่นคอมตั้งแต่เด็กอยู่แล้วอะคับ
พี จิกกะบาล : ไม่ว่าจะใช้เล่นเกม เล่น MSN ดูหนัง คล่องมาก
อ๊อฟ จิกกะบาล : เดี๋ยวๆๆ ตั้งแต่เด็กสมัยนั้นแสดงว่ามัน อะไรนะ RU RW
เอ็ม อรรถพล : อ้าๆๆ ราชวิถี เวิร์ดราชวิถี เคยเขียนโปรแกรม Dos เขียนด้วย เขียน Javascript อะไรยังเงี้ย เขียนได้แต่ต้องมีหนังสือ ตอนนี้ลืมไปแล้ว
อ๊อฟ จิกกะบาล : ก็ยังไม่มีสายดนตรีอยู่ดีอะ
เอ็ม อรรถพล : ช่ายไม่เกี่ยวข้องเลยนะ แต่เดี๋ยวต้องเหล้าก่อน ตอนมัธยม เอ้ย ไม่ใช่ ช่วงมัธยมปลาย ก็ไปตั้งวงกับเพื่อน ตั้งวงเล่นดนตรี
พี จิกกะบาล : ด้วยความที่ชอบร้องเพลงอยู่แล้ว?
เอ็ม อรรถพล : ใช่
พี จิกกะบาล : อยู่ในวงทำอะไรครับ กีต้าร์ เปียโน
เอ็ม อรรถพล : ป่าว ตีกลอง อยู่ข้างหลังเลย
อ๊อฟ จิกกะบาล : เรียนปะคะ
เอ็ม อรรถพล : ไม่เรียนคับ เป็นเด็ก คือความจริงเป็นคนขี้อายนะ เวลาแสดงออกไม่ค่อยแสดงออก
อ๊อฟ จิกกะบาล : พี่เอากลองบังหน้าเหรอคะ
เอ็ม อรรถพล : ใช่ ก็เลยเลือกกลอง แล้วก็เวลาตีเนี่ย ก็เอา แฉ เฉอ มาบังหน้าหมดแล้วก็ตี ไม่ใช่!!!
เอ็ม อรรถพล : เคยไปดูคอนเสิร์ตของ X Japan ชอบครับ
พี จิกกะบาล : เค้าชื่ออะไรนะ
เอ็ม อรรถพล : โยชิกิ ถอดเสื้อตีแล้วแบบ ตีมันส์มาก ก็เลยชอบก็เลยอยากตีกลอง
อ๊อฟ จิกกะบาล : อยากถอดเสื้อตีบ้าง
เอ็ม อรรถพล : ไม่ใช่ ตอนนั้นไปยังไม่มีวง เราก็เฮ้ยไปซ้อมกับใครดีหว่า ก็เลยไปเช่าห้องซ้อมคนเดียวเลย
พี จิกกะบาล : ฮ้า
เอ็ม อรรถพล : ไปคนเดียว ไปตีกลอง ดนตรีก็ไม่มี ไปตีเอง
อ๊อฟ จิกกะบาล : อ๋อ คืออุปกรณ์อื่นเนี่ย
พี จิกกะบาล : มันเล่นได้ที่บ้านไง
เอ็ม อรรถพล : กลองจะไปตีที่บ้านเดี๋ยวข้างบ้านเค้าเขวี้ยงมาเต็มเลย เลยมารู้จักกับเพื่อนที่อยู่ ที่เรียนด้วยกันเนี่ยแหละ แล้วก็ดูว่าเอ๊ะ ไอ้นี่ชอบกีต้าร์ ไอ้นี่เบส โอเคก็ชวนมันมา ก็เลยมารวมกัน
เอ็ม อรรถพล : อยู่มาวันหนึ่ง เหมือนนิทานเลย อยู่มาวันหนึ่ง ก็มีเค้าเรียกว่า เหมือนโชคชะตา ฟ้าลิขิต ไปหาเพื่อน เพื่อนเราเป็นแดนเซอร์ที่นึง ผู้ชายนะ เพื่อนผู้ชาย มันไปบอกพี่นักร้องที่ร้านนะ บอกว่า เฮ้ย เพื่อนผมมันชอบร้องเพลงพี่ เดี๋ยวแกล้งมันหน่อย ให้มันร้องหลังเวทีแหละ แต่ว่าพี่ขึ้นไปลิปซิงค์เสียงมัน
เอ็ม อรรถพล : ตอนนั้นร้องเพลง สัญญาเมื่อสายันห์ จากปากช่องมา… เค้าก็งับปากตาม แต่นักดนตรีก็งงเฮ้ยใครวะ พอร้องเสร็จ พี่ที่ร้านเค้าก็ชวนมาร้อง ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้น
อ๊อฟ จิกกะบาล : แล้วมันขี้อายอยู่ไม่ใช่เหรอ
เอ็ม อรรถพล : ใช่ไง ตอนนั้นก็ขี้อายอยู่
อ๊อฟ จิกกะบาล : แล้วขึ้นไปแล้วมันแบบว่า
เอ็ม อรรถพล : โห ตอนนั้นก็ ตอนแรกๆก็ร้องก็ไม่เป็นพุทราเลย สัปปะรด!!!
เอ็ม อรรถพล : ก็คิดว่าตัวเองอะร้องได้ แต่ว่า ต้องฝึกฝนหน่อยอะไรเงี้ย ก็ มันไม่ใช่อะไรหรอก ก็ได้ตังด้วย
อ๊อฟ จิกกะบาล : แล้วอะไรดลใจให้แบบประกวดละกัน คือความอายกับการเข้าการประกวดนี่มันแบบ
พี จิกกะบาล : The star ออกทีวี ยังเงี้ย โอ้โหแบบ
เอ็ม อรรถพล : ตอนแรกเรา เราเห็นคือมัน ประกวดในห้อง มีกรรมการ 3 คน ไม่กลัว โห่ ธรรมดา
อ๊อฟ จิกกะบาล : ไม่ได้คิดหลังจากนั้นเลย
เอ็ม อรรถพล : ไม่ได้คิด ปีแรกไปเลยครับ ชวนเพื่อนไป ตอนนั้นที่ร้านก็มีนะ มีจิ๋ว มีนิว เอ็ม เป็นนักร้องที่ร้าน cottage
อ๊อฟ จิกกะบาล : แล้วมีใครเก็งมั้ยคะ ว่าใครจะได้
เอ็ม อรรถพล : ก็ตอนนั้นก็ จิ๋ว นิว ไม่ยอมไป ปีแรกเอ็ม ก็ชวน
อ๊อฟ จิกกะบาล : ป๋าดันนี่
เอ็ม อรรถพล : ป๋าดัน ไปเห๊อะ ไป The star เนี่ย ร้อง 30 วิ แป๊บเดียว สรุปคนชวนตกรอบก่อน
อ๊อฟ จิกกะบาล : แทบจะเอาไม้ตีหัวเพื่อน
เอ็ม อรรถพล : เฮ้อ ไม่น่าชวนมาเลย ไม่ใช่!!!
อ๊อฟ จิกกะบาล : ถ้าไม่มีสองคนนั้นนะ เข้าคู่ด้วยไง
เอ็ม อรรถพล : เออ นั่นสิ แล้วเหลือเราคนเดียว ก็แบบ โห ทำไมวะ เซ็ง คือเวลาเข้าไปในห้องจริงๆเนี่ยมัน ความกดดันมันเข้ามาอีก ทำให้สิ่งที่เราเตรียมตัวมาเนี่ย จาก 100 เหลือประมาณซัก
อ๊อฟ จิกกะบาล : 5
เอ็ม อรรถพล : น้อยไป!!! ซัก 60 70 อะไรยังเงี้ย
อ๊อฟ จิกกะบาล : The star ครั้งนั้นคือครั้งแรกที่เข้าการประกวดเลยปะ
เอ็ม อรรถพล : ใช่ เอ้ย ปล่าว ตอนนั้นมันมีอีก 1 ครั้ง ยังไม่ได้เล่าคือ การประกวดที่เชียงใหม่แหละ การประกวดแบบของคลื่นวิทยุ มันเป็นเรื่องแบบ…ที่ไม่น่าจดจำ
พี จิกกะบาล : ชอบนักไอ้เรื่องยังงี๊
เอ็ม อรรถพล : รอบแรก 150 คน เค้าก็ฟังแต่เสียง เราก็อัดจากเทป เพลงแรกเราก็ร้องนี่เลย เพื่อเธอตลอดไป พอผ่านเข้ารอบสิบคนเนี่ย ขึ้นเวที แล้วเตรียมเพลงช้าหนึ่งเพลง เพลงเร็วหนึ่งเพลง ตอนนั้น Backing Track เป็นเทป
พี จิกกะบาล : ยืด?
เอ็ม อรรถพล : ไม่ใช่ยืด ยืดเหมือนกัน ยืดเยื้อ เพลงยืดเยื้อ
เอ็ม อรรถพล : พี่ไทอีกแล้ว ตอนนั้น รู้จักไม่เยอะไง แต่ยืดเยื้อเนี่ย เป็นเพลงที่ขึ้นด้วยเสียงร้องก่อน
พี จิกกะบาล : อ้า ซวย
เอ็ม อรรถพล : ซวย ขึ้นด้วยเสียงร้องที่แบบว่า ดนตรีต้องตามแล้ว แล้วเป็นเทปไง แล้วเราก็แบบ มันจะมีขาวๆใช่มั้ย เราก็หมุนมาโอเคตรงนี้นะ แล้วก็ไปนัดกับพี่ sound engineer บอกพี่นะ พอผมร้อง “จะไม่แค้น” แค้นแล้วพี่กดนะ พอขึ้นไป เค้าก็โอเค ก็โอเคพี่ “จะไม่แค้น” ยังไม่มา “เคืองจะไม่…” พึ่งจะกดมา ท่อนนั้นก็ตะครุบ ทีนี้ยืนเกร็งเลย ยืนแบบเหงื่อตกเลยครับ แบบว่าคนดูก็ ตอนนั้นเราไม่รู้ หูอื้อ ตาพร่ามัว มองหน้าเวทีนี่แบบจำอะไรไม่ได้เลย คือได้แต่ร้องอะ ร้องไป ร้องๆๆจบ ลงมาเพื่อนบอก เฮ้ย มึงเป็นไรวะ ยืนแข็งทื่อเลย ไม่ก้าวไปไหน ไม่หันซ้ายหันขวา
พี จิกกะบาล : แล้วเพลงเร็วล่ะคับพี่
เอ็ม อรรถพล : เพลงเร็ว พี่ไทอีกแล้ว
พี จิกกะบาล : ประเทือง?
เอ็ม อรรถพล : ใช่แล้ว
ทุกคนหัวเราะ
เอ็ม อรรถพล : เป็นไง
พี จิกกะบาล : ชุดเดียวกันนี่
เอ็ม อรรถพล : ซื้อเทปมาม้วนเดียว เลยไม่รู้จะเลือกเพลงอะไร ก็ไม่รู้ อะ ก็ประเทืองละกัน ไม่ต้องออกสเต็ป อาศัยโดด จำจากใน MV มา เค้าโดดกัน ก็โดดตามเค้า แล้วร้องเพลงก็ไม่ได้มองหน้ากรรมกง กรรมการ คนดูไม่มอง โดดหมุนตัวไป หมุนแบบ กระโดดหมุนเลยอะ
พี จิกกะบาล : 360 องศา
เอ็ม อรรถพล : เออ ยังงั้นเลย ลงไปนอนกลิ้งเลย
อ๊อฟ จิกกะบาล : เต็มที่มากไง
เอ็ม อรรถพล : เต็มที่มาก แล้วสรุป ไม่ได้รางวัลอะไรเลย ไม่ได้อะไรเลย ตกรอบ
เอ็ม อรรถพล : ตอนนั้นที่ไปประกวดมี คนที่เข้าประกวด The star อยู่ประมาณ 5 แล้วอะ มี เอ็ม มี จิ๋ว มี นิว แล้วมีอีก 2 คนที่เข้ารอบ 20 คนของปีแรก เป็นประสบการณ์ที่ ไม่อยากประกวดอีกต่อไป
เอ็ม อรรถพล : ก็ร้องเพลงประจำ เรียนไปด้วย ทำงี๊อยู่ประมาณ 3 - 4 ปี ก็คือเราก็พอหลังจากร้องเพลงเสร็จ เราก็ไม่ได้ขอตังค์แม่ นี่ เราได้เงินเดือนครั้งแรกก็ 8000 บาท
อ๊อฟ จิกกะบาล : ส่งซองทั้งซองให้แม่
เอ็ม อรรถพล : ไม่ ซื้อนาฬิกาให้แม่ 200 บาท ไม่ใช่!!! ถูกไป
อ๊อฟ จิกกะบาล : แค่นี้ก็สุดยอดแล้วนะ 2 เวทีแล้วชนะเลย คือแบบจาก ตกรอบ ตกรอบ ที่หนึ่ง คือช่วงปีนั้นพี่ไปทำอะไรกับชีวิตมาคะ
เอ็ม อรรถพล : บอกตรงๆว่าตอนแรกเนี่ย ประมาทมาก คิดว่าร้องเนี่ยเรา เราร้องประจำอยู่แล้ว แต่วันนั้นเนี่ย 1 ที่มันพลาดนะ ทำงานเลิกตีสอง นอนก็เกือบตีสี่ละ หู ตื่นเต้นนอนไม่หลับอีก กว่าจะนอนหลับใช่ปะ แล้วต้องมาเข้าคิว 8 – 9 โมง นอนเป็นเวลาซักแบบ 2 ชม. เอง 2 – 3 ชม. แล้วก็ต้องนั่งรอ กว่าจะได้เข้า audition เนี่ยประมาณบ่ายสอง หลับแล้วหลับอีก ตอนเข้าไปก็ไม่ได้วอร์มก็นั่งรอ ถึงเวลาก็เข้าไปร้อง เจอบรรยากาศก็อะไร เสียงแหบอีก น้ำก็ไม่ได้กิน คอแหบ คือร้องแบบพลาดหมดเลย ร้องไม่ค่อยดี
อ๊อฟ จิกกะบาล : ก็เรียกว่ารู้ตัวนิดๆ ตอนนั้นแล้ว
เอ็ม อรรถพล : ใช่ ก็หลังจากนั้นเราก็ไปเตรียมตัวให้ดี ก่อนไปประกวดเราก็ไปลางานหนึ่งวัน
อ๊อฟ จิกกะบาล : อ๋อ สรุปว่าที่ได้มาเนี่ยคือทำแค่นั้น ลางาน นอนไม่หลับ เอาน้ำไปกินด้วย อะไรยังงี๊ แค่นี้เอง
เอ็ม อรรถพล : ก็ไปฝึกร้องมาด้วย เราได้คอมเมนท์ที่ดีจากปีแรกด้วยแหละ คือว่า การร้องเราต้องสื่อสารให้คนฟังได้ ได้เข้าใจถึงอารมณ์ที่จริงๆ แล้วก็ไม่ต้องเหมือนศิลปิน เสียงที่เป็นเสียงของเราเอง อะไรยังเงี้ย เราก็ต้องหาเสียงของเราให้เจอ เป็นนักการเมือง
พี จิกกะบาล : เค้าพึ่งเลือกกันเสร็จนะ
เอ็ม อรรถพล : ที่ได้ใบแดง เอ้า ไม่ใช่
อ๊อฟ จิกกะบาล : อันตรายเดี๋ยวโดน อ้ะ My way
เอ็ม อรรถพล : โห ข้ามมากเลยนะ
พี จิกกะบาล : ชุดที่เท่าไหร่แล้วคับ My way
เอ็ม อรรถพล : ชุด ชุด (ก้มมองชุดที่ตัวเองใส่)
พี จิกกะบาล : ไม่ใช่ชุดนี้คับ อัลบั้มชุดใหม่
เอ็ม อรรถพล : ชุดที่ 3 คับ
อ๊อฟ จิกกะบาล : วันนี้นะคะ ดีเจสยามหมดแล้วนะคะ
เอ็ม อรรถพล : อะไรคับ ชุดไหน
อ๊อฟ จิกกะบาล : My way ของ Ebola ไม่ใช่!!! ของพี่เอ็มนี่แหละ หมดแล้ว ชื่อมันมาจากไหนอะคะ
เอ็ม อรรถพล : ชื่อมาจากที่เรา คือ อันแรก เนี่ย คือชอบแข่งรถ
อ๊อฟ จิกกะบาล : อื้ม เนี่ยได้ข่าวว่าเอาไปเทียบกับรถแข่งอะไรเงี้ย
เอ็ม อรรถพล : ใช่ มันเหมือนการขับรถอะ คือเอ็มไปแข่งรถเนี่ย มันจะ ตั้งใจมากไง
อ๊อฟ จิกกะบาล : ชีวิตเราฝากไว้บนยาง
เอ็ม อรรถพล : ไม่ คือเวลาแข่งรถมันรู้สึกตื่นเต้นอะ ตื่นเต้นแล้วแบบ อะดรีนาลีนมันพุ่ง ฟิ้ว อยากทำอะไรยังเงี้ย ก็เลยรู้สึกว่าการแข่งรถก็เหมือนการร้องเพลง ในบางเรื่อง อย่างการมีสมาธิก็ใช่ การร้องเพลงก็ต้องมีสมาธิ แล้วก็ฝึกฝน ก็เหมือนกันต้องฝึกฝน แล้วก็การขับรถก็เจอทั้งอุปสรรค ร้องเพลงก็เจออุปสรรค ก็เลยเอามาเกี่ยวข้องกับการตั้งชื่ออัลบั้มแล้วก็ ชื่ออัลบั้มของเราเนี่ย อัลบั้มเอ็มเนี่ย จะเป็นแบบ อัลบั้มที่เพลงหลากหลายมาก จะไม่ได้มีแบบว่า Rock โทนเดียวทั้งอัลบั้มอะ ก็เลยรู้สึกว่า ถ้าคนฟัง มาฟังเนี่ย แล้วรู้สึกว่า เอ๊ะ สรุปแล้วอัลบั้มนี้มันอะไรกันแน่ ก็เลยจะบอกว่านี่นะ My way เนี่ยเพลงที่เราชอบทำมันเป็นแบบนี้ ที่เราชอบร้องเป็นอย่างนี้ อ้า แบบนี้แหละคับ
อ่านบทสัมภาษณ์ต่อ
ต่อคร้าบ ….. เป็นวงที่สร้างปรากฎการณ์อีกแล้ว บทสัมภาษณ์ให้เราจริงๆ มันยาวเกินกว่า 1 หน้าจะเอาอยู่
เรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง



February 27th, 2008 09:38
++ มาบอกว่าร๊ากพี่เอ็มก๊าบ..++
~ ขอบคุณคร๊าบ นู๋อ๊อฟคนดี…~
แน๊ แน๊ เนียนๆจับมือพี่เอ็มด้วย อิอิ:twisted::mrgreen:
ยังไม่เห็นเสื้อฝีมือพี่เอ็มหร๊อก แต่อยากได้อ่ะ….
February 28th, 2008 13:53
อ่ะๆ แน่นอนอยู่แล้ว อิจฉาอ่ะจี๊ ใช่ป่ะๆๆ
บอกอีกที จำได้ว่า มือนิ่มนวล ไม่แห้งกร้าน ฮ้าๆๆ
ไม่อยากจะบอกว่า มือเรายังหยาบกร้านกว่ามากมายนัก อิอิ
March 1st, 2008 17:30
เพ่ ! เอ็ม ..ก๊าบ
เค๊าร๊ากก….เพ่! นะ ..อิ อิ ..
ขอบคูณ ..นะน้องอ๊อฟ ..
ที่หาสิ่งดี ดี มาหั้ยชม..
ไม่ต้องเรย ..เค๊าอยากจับมือพี่เอ็ม ..มั่ง อ่ะ ..
อิ อิ ……..
M-fc
March 3rd, 2008 12:47
ไม่รู้ว่า พี่เอ็มจะมือหายเจ็บอ่ะยัง แต่ถ้าได้จับก็ถนอมมือพี่เค้าหน่อยน๊า
นิ่มอย่างกะแก้มเด็ก (เวอร์ ไปป่าวเนี่ย)