ตอน 5 - Jetseter (บทสัมภาษณ์)
Posted on Sunday, February 25, 2007 at 9:00 pmCategory: บทสัมภาษณ์
ตอน 5 - Jetseter
บทสัมภาษณ์ วง Jetseter
พิธีกร: อ๊อฟ, พี
สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกแล้วครับกับรายการ จิกกะบาล Talk Show สบายๆ สไตล์ จิกกะบาล แขกรับเชิญของเราในวันนี้ แน่นอนครับ พวกเค้ามีดีไว้เพื่อโชว์ ไม่งั้นอัลบั้มเค้าคงไม่ออกมาเป็นอัลบั้ม นู๊ด เรามาพบกับพวกเค้าเลยดีกว่า Jetseter
ขอขอบคุณ ที่ให้เกียรติ์ กับรายการเรา
อ๊อฟ: ก่อนอื่นก็แนะนำตัวกันนิดนึง ว่าใคร ทำหน้าที่อะไร ชื่ออะไร
โอ: โอ ครับ เล่นกีตาร์ ครับ
เอ็ด: เอ็ด ตีกลอง ครับ
ที: ที ร้องนำ ครับ
หมู: หมู เล่น เบส ครับ
พี: ชื่อวงมีที่มายังไงครับ
โอ: ให้ เอ็ดดี้ เล่าละกัน
เอ็ด: ก็เริ่มมาจากคำว่า jet แล้วก็เติมตัว s เป็นคำที่เรารู้สึกว่า เทห์ ดี แล้วก็ฟังดูแล้ว
พี: ไม่ได้มาจากคำที่ผมคิดใช่ไหมครับ
โอ: เจ๊ดจะ
เอ็ด: มาจากเครื่องบิน jet มันดูทันสมัย เป็นความรวดเร็ว ดูกระฉับกระเฉง
พี: ผมว่า ช่วงนี้ทันสมัยกว่า เป็น รถถัง
อ๊อฟ: แต่มันช้าไง
พี: อัลบั้ม ชื่อ ถัง
หมู: หน้าบ้านผมยังมีรถถังอยู่เลยคร้าบ ขับผ่านมาทุกคืนเลยคร้าบ ถังขยะคร้าบ
เอ็ด: พอดีต่างประเทศเค้ามีวงที่ชื่อนี้อยู่แล้ว
อ๊อฟ: ลอกเค้ามาว่าอย่างนั้น แล้วค่อยมาคิดความหมายกันอีกที
เอ็ด: เอ้าๆ จริงๆแล้วคือเราคิดชื่อนี้มานานแล้ว แต่ว่าเรายังไม่ได้ออกอัลบั้มสักที จนกระทั่ง jet ของต่างประเทศเค้าเข้ามาโปรโมทในบ้านเรา ก็เลยกลายเป็นว่า ถ้าเราออกไป ก็ลอกเค้า เราก็เลยไปถามพี่ๆ ที่เค้าเก่งด้านภาษา ก็ได้คำนี้ jet set มันเป็นคำที่มีความหมายว่า สมบูรณ์แบบ หรือว่ามี รสนิยม มันเป็นจุดมุ่งหมายอย่างนึงของเราทางด้านดนตรี เราอยากจะสมบูรณ์ แบบทางด้านดนตรี ในสักวันนึง
โอ: ความสมบูรณ์แบบของคนนึงอาจจะไม่สมบูรณ์แบบสำหรับหลายๆคนก็ได้ อาจจะไม่ต้องเป็น the best ไม่ต้องเป็น icon ของอะไรสักอย่างเพราะความสมบูรณ์แบบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราต้องการสมบูรณ์แบบในความรู้สึกของเรา พอแล้ว
อ๊อฟ: แล้วคิดว่าตอนนี้สมบรณ์ รึยังคะ
โอ: ถ้าพูดถึงแต่ละชุดที่ผ่านมา มันมีความสมบูรณ์แบบของมันเอง ณ เวลานึง แต่ถ้ากลับไปมองชุดแรก ณ วันนี้ เราน่าจะทำได้ดีกว่านั้นนะ แต่ชุด 2 เราก็ทำเต็มที่
อ๊อฟ: มารวมตัวกันได้ยังไง
หมู: ก็จะมี โอ เอ็ด แล้วก็ ผมเรียนอยู่ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วยกัน ก็เรียนคนละคณะ ก็มาเจอกันที่ tu band ก็เลยได้เล่นดนตรีด้วยกันมาเรื่อยๆ พอเราจะออกชุดแรก เราก็ทำการ ออดิชั่น หานักร้อง ก็ได้ ที มา
อ๊อฟ: แล้วทำไมไม่คิดจะร้องกันเองละ
โอ: เอาคนที่เค้าทำหน้าที่ตรงนี้ได้เต็มที่ ดีกว่า
อ๊อฟ: แล้วใน tu band ไม่มีใครทำหน้าที่นี้ได้ดีเลยเหรอ
โอ: มีเหมือนกัน แต่ว่าเราต้องดู มันมีปัจจัยหลายๆอย่าง คนที่จะเข้ามาเติมเต็มวง มันต้องเข้ากับสไตล์ได้จริงๆ
อ๊อฟ: เค้ามีดีอะไร
โอ: หน้าตา
ที: เค้าคงชอบในด้านน้ำเสียงอะไรอย่างนี้มากกว่า
โอ: จริงๆแล้วคนที่มาออดิชั่น มีเยอะเหมือนกัน แต่ละคนก็ชัดเจนในแนวของตัวเอง เพียงแต่ส่วนใหญ่อาจจะไม่ตอบโจทย์แนวเพลงของวงเรา
ที: งั้นผมก็โชคดี
โอ: ก็มีหลายแบบ ที ตอนเห็นตอนแรกจะไม่เหมือนตอนนี้เลย จะต่างจากตอนนี้มาก พัฒนาขึ้นแล้ว
อ๊อฟ: ตอนนั้นทำอะไรอยู่
เอ็ด: เปิดมาขนาดนี้ ยิ่งเลย ตอนนั้นกำลัง กินข้าวอยู่ครับ
ที: ปั้นมาขนาดนี้นะ จริงๆแล้วตอนนั้น ผมจบจาก ABAC มาพอดีฮะ ยังไม่จบสินะ คือ ผมได้ร้องเพลงตามผับ ก็มีมือกีตาร์ที่รู้จักกัน เค้าเป็นรุ่นพี่ เค้ารู้จักกันเป็นการส่วนตัว กับพี่ๆ ผมก็เลยไปคุยๆกับพี่เค้า
พี: ได้ข่าวว่าเคยประกวดด้วย เคยประกวดอะไรกันเอ่ย
ที: โดม่อน
เอ็ด : ตะกวด
โอ: จริงๆแล้วเป็นงานประกวดที่เค้าจัดขึ้นมาในมหาลัยก่อน เรียนกว่า tumac ( Thammasat University Music Contest ) ก็คิดขึ้นมาว่าเรายังไม่เคยประกวดอะไรร่วมกันเลย ตอนนั้นทียังไม่อยู่ ตอนนั้นมีกัน 8 คน ประกวดกันแบบนักศึกษา เล่นๆ ขำๆ บังเอิญว่าเราชนะ เป็นตัวแทนของมหาลัย ไปประกวดต่อ เป็นงาน Tuma เป็นงานระดับประเทศละ เค้าคัดมาจากมหาลัยแต่ละที่ไปประกวดกันอีกทีนึง รู้สึกว่าปีนั้นจะเป็นปีที่ 3 ก็ชนะเลิศมา
อ๊อฟ: แล้วคนอื่นไปไหนหมดแล้วละ ทำไมเหลือ 3 อีก 5 คนละ
โอ: คือพวกเราโดนตัดหางปล่อยวัด
เอ็ด: ก็มีคนนึงกำลังนั่งกินข้าวอยูโต๊ะข้างๆ
หมู : ดาราหนังเกาหลี รึปล่า
พี: นอกจากงาน tuma มีประกวดอะไรอีกไหม
เอ็ด : ถ้าแยกๆอ่ะมีครับ พี่หมูประกวดอะไรบ้างนะ
โอ: ชาว สีม่วง อะไรอย่างเงี่ยป่ะ
ที: AU Singing Contest ของ ABAC
โอ: Acoustic Party
เอ็ด : ก็มีบ้างครับ แยกๆกัน บางทีผมก็ไปเล่นกีตาร์ประกวด แต่ตอนนี้ตีกลองอย่างเดียว รักเดียวใจเดียวแล้วครับ
อ๊อฟ: เอ๊ะ แล้วเราจะไม่บอกหน่อยเหรอ ว่าคนที่กินข้าวอยู่เป็นใคร
โอ: เดี๋ยวก็รู้ เสียงเค้าเป็นเอกลักษณ์ มากนะคนเนี่ย
คัตโตะ ลิปตา : ขอบคุณมากนะ ขอบคุณนะ ไล่เค้าออกนะ
เอ็ด : จริงๆแล้ว 2 วงนี้สนิทกัน
คัตโตะ ลิปตา : ไม่
พี: อย่างเวลาประกวด มีตกรอบ อะไรอย่างนี้บ้างไหม
เอ็ด: ก็ต้องถามพี่โอครับ เรื่องตกรอบผมไม่ค่อยได้เจอครับ
โอ : นี่เล่นมุก หรือรู้จริง ว่ะเนี่ย ที่ตกรอบแรกนะครับ เป็นของ Overdrive จะบอกให้ว่า น้องๆมือกีตาร์ที่เคย เข้ามาขอ ปิ๊ก ผม ขอลายเซ็นต์ พี่เคยตกรอบแรก Overdrive รอบที่เป็นคัด demo ที่ส่ง CD แล้วเค้าจะคัด ประกวดมือกีตาร์จากทั้งประเทศ รอบแรกครับ ตกไปเลยครับ
พี: ท้อแท้ไหม
โอ: ไม่ท้อครับ เรากลับมานั่งคิด มันก็สมควรน่าจะตก เราอาจจะเล่นด้วยคุณภาพระดับนึง แต่ว่า เรื่องของ idea เราไม่มีเลย เพราะว่าผมเล่นเพลง cover ของเค้าหมด ผมไม่ได้คิดเองเลย ถ้าผมเป็นกรรมการ ผมอาจจะคิดว่า คุณอาจจะเล่นใช้ได้ แต่คุณไม่มี ไอเดีย นี่หว่า
อ๊อฟ: ที่เข้ามาทำเทปกัน เข้ามาได้ยังไง
เอ็ด : ก่อนอื่นตั้งเข้าประตูบานนี้ก่อนครับ
อ๊อฟ: ไม่คิดจะไปที่อื่นเลยเหรอ ต้องบานนี้บานเดียวเลยเหรอ
เอ็ด: ต้องบานนี้ครับ
โอ : ไปมาหลายบานแล้วเหมือนกัน แต่เค้าล็อคไว้ เข้าไม่ได้ เอาจริงจังแล้วกัน ผมรู้จักเจ้าของค่าย ZYD record ตั้งแต่เรียน sound engineer ด้วยกัน ตอนเรียน เค้าก็จะมีให้แต่งเพลง แล้วให้ทำดนตรีด้วย เป็น music Production เรียนรู้วิธีการที่จะทำงานในห้องอัด เรียน class เดียวกันกับเจ้าของค่าย ZYD Record แต่ตอนนั้นยังไม่มีค่าย ZYD Record
อ๊อฟ : คล้ายๆเส้นป่ะ
โอ: อ่ะ เส้นก็ได้
อ๊อฟ : ดูหน้าตาแล้วเนี่ย น่าจะอายุไม่น้อยแล้ว อายุเท่าไหร่กันแล้ว
โอ: เรื่องค่ายยังไม่จบเลยนะ
อ๊อฟ : บ่ายเบี่ยง น่าจะมีเลข 8 ขึ้น
โอ: เลข 8 แล้วถ้าได้แค่นี้ผมก็ได้นะ เรื่องอายุผมไม่เกี่ยงอยู่แล้ว มันอยุ่ที่ความสามารถของ 26 ครับ
เอ็ด: 25 ครับ
ที: 24
หมู: 26 ครับ
โอ : รวบรัดตัดความแล้วกัน คือ พี่นุ่นเค้าก็ตั้งค่ายขึ้นมา เค้าก็ชวนผม ผมก็มี band นี้อยู่แล้ว
อ๊อฟ: นอกจากทำวง jetseter แล้วทำอะไรกันอยู่อีกบ้าง
โอ: ทำสวน
เอ็ด: นั่งกินน้ำ อย่านึกว่าพี่โอ ล้อเล่นนะครับ พี่โอทำสวนจริงๆ ทำที่ไหนครับ
โอ: ทำที่บ้าน มีสวนให้ดูแล
อ๊อฟ: แปลว่าอยู่บ้านไม่ได้ทำอะไร
โอ: ใช่
เอ็ด: ก็เงินฝากประมาณ 2000 ล้าน ของพี่โอ ในธนาคาร
โอ : Bill Gates แล้ว โว้ย ก็คือ ผมเพิ่งออกจากงานประจำมาเมื่อต้นปี ก่อนหน้านั้นอยู่ studio composer ก็เกี่ยวกับดนตรี
อ๊อฟ : แล้วคนอื่นละ
เอ็ด : ผมเป็นเด็กเส้น ทำงาน marketing อยู่กับค่ายครับ
ที : ผมก็ร้องเพลงตาม ผับ กับเพื่อนๆ ที่มหาลัย ก็หลายร้านอยู่ ถ้าใครเคยเห็นก็อาจจะคุ้นๆหน้ากัน แล้วก็เรียน course song writing อยู่
อ๊อฟ: เล่นอยู่ที่ไหนบ้าง เพื่อจะมีคนอยากตามไปดู
ที: ร้าน ลาบ ไม่ใช่ ร้าน ที่แรกก็คงจะเป็นที่ แจ่ม บาร์ ผมก็เล่นไม่แน่นอนนะ แล้วแต่งานด้วย แล้วก็ที่ route
หมู : เป็น Sales Engineer ครับ
เอ็ด : ก็คือ ขาย วิศวกร อีกทีนึง
พี: เมื่อก่อน ได้ข่าวว่าเคยอยู่ rip studio
เอ็ด: ค่ายเดียวกับ playground ถ้าใครนึกไม่ออก
พี: แล้วตอนนั้น เป็นวง jetsetter รึเปล่า
โอ: ยังครับ
เอ็ด: ยังครับ ตอนนั้นเป็น Oreo
โอ: ตอนนั้นเป็น Oreo ตอนนั้นมีแค่ 3 คน เป็นช่วงหลังจาก เรียนจบมาใหม่ๆ เป็นช่วงทดลอง ตอนนั้นเป็น single ปล่อยไปเพลงเดียว คือ เพลง นัวเนีย ถ้าเป็นเด็ก Fat ก็จะรู้จัก
พี: แล้วตอนนั้นใครร้อง
ที: พี่โอ
พี: แล้วทำไมไม่ร้องต่อ
โอ: เสียงดีกว่า
ที : จริงๆก็ยังร้องต่อนะ ก็ยังมีพี่โอแหลมๆ โผล่มา ให้พอเป็นกระสัย เดี๋ยวคนจะคิดถึงพี่โอ
อ๊อฟ: ทำไมชื่อ นู๊ด ไม่กลัวโดนแบนบ้างเหรอ
โอ: เราไม่ดังไง เค้าไม่รู้จัก
พี: ใครเป็นคนคิดครับ
โอ: ตอนแรกมีหลายชื่อมาก ชื่อมันดูแมนไป ดูมันหลอกตัวเองนะแก
เอ็ด: นึดนึงอ่ะ
โอ : ที่คิดไว้ก็มี Power Deep ไม่ใช่นะ ตอนนั้นเป็น point เฉยๆ เพราะว่าเรา ชุดเนี่ย เราทำงานลงลึกมาก ทั้งเนื้อหาที่พูด ดนตรีที่ Arrange ก็ ประชุมกันหลายๆคน มี marketing Director ของค่ายมาช่วยคิด เค้าก็พูดคำว่า นู๊ดขึ้นมา ก็คิดว่าเป็นชื่อที่น่าสนใจดีนะ เป็นคำสั้นๆ ง่ายๆ ได้ใจความ มันแสดงให้ถึงอะไรที่มันเป็นธรรมชาติ สด
แล้วชุดนี้เราคิดว่าเรามองเห็นตัวเองชัดขึ้นยิ่งกว่าชุดแรกด้วย รู้จุดอ่อนตัวเองมากขึ้น แล้วก็แก้ไขมันซะ แล้วก็เอาจุดที่แข็งออกมา เบ่งกล้ามให้คนดู
อ๊อฟ: ใช้เวลาเตรียมตัวกันนานไหมครับ
เอ็ด: ถ้าพูดถึง แต่งหน้าทำผม แต่งผมทำหน้า
หมู: ก็ตั้งแต่เกิด ก็ตั้งแต่เสร็จชุดที่แล้ว อย่างโอก็เริ่มแต่งเพลง
โอ: ผมแต่งเพลงไว้ตั้งแต่ก่อนชุดแรก พอชุดแรกก็เลือกไปใช้ ชุดนี้ไม่ใช่ของเหลือจากชุดที่แล้ว ถ้าใครฟังชุดนี้ เนื้อมันลึกซึ้งกว่าชุดที่แล้ว
เอ็ด: เนื้ออย่างดี ซืด 2 ที เมา
พี: แล้วชุดนี้ทำอะไรกันอีก นอกจากหน้าที่หลักในวง
ที: ก็ นอกจาร้อง ก็จะดู เนื้อ ว่าตรงนี้ปรับเปลี่ยนได้ไหม พี่โอจะเป็นคนวางโครงสร้างมาก่อน
โอ : หลายๆเพลงผมจะเอาเนื้อมาคุยกับวง ก่อนว่า ชอบไหม เนื้อแบบนี้ อย่างเอ็ดเนื่ย เค้าจะเป้นคนจุดประกาย ไอเดีย ให้กับผมได้เหมือนกัน เช่น มีเพลงๆนึงในอัลบั้ม ชื่อเพลง มายไดอารี่ ไม่พูดถึงก็ได้นะ มันมาจาก ชีวิตของ เอ็ด คือเอ็ดเค้าเขียน เป็นเรื่องที่ดีที่พูดถึง ความสัมพันธ์ของคน 2 คน แต่เมื่อมันจบลงแล้ว ไดอารี่เล่มนี้มันก็เขียนต่อไม่ได้แล้วเพราะว่า ความสัมพันธ์มันจบ แต่คนที่อยากจะเขียนต่อเค้าจะเขียนกับใคร เค้าจะเขียนได้ยังไง มันเลยเป้นที่มาของคำว่า Mine ที่แปลว่า จิตใจ Mine Diary
เอ็ด: มันไม่ใช่เรื่องของผมนะครับ
โอ: เรื่องของมัน มันก็เป็นที่มาได้เหมือนกัน อย่าง ฝ่าไฟแดง concept เราก็คุยกันก่อน
อ๊อฟ : ใครแฟนคลับเยอะสุด
ที: พี่หมู
เอ็ด: ถ้าสมมุติว่าตอนนี้เราอยู่บนเวทีกัน ตอนแนะนำตัวกัน พอพี่หมูแนะนำตัว ตบมือกันแขนหลุดเลย
หมู: ตอนนั้นพี่แบงค์ วง แครช เค้าเดินมาพอดี
ที: ก็ดูๆกันอยู่ครับ
เอ็ด : ไม่มีครับ มั่นใจ
โอ: ว่างครับ
พี: แต่ละคนชอบแนวดนตรีเหมือนกันไหม
โอ: รำเต้ย ผมโตมากับดนตรี ปลายยุค 70 disco พอปลายยุค 80 ก็จะเป็นพวก ร็อค
เอ็ด: ผมโตมากับ พี่เบริ์ด ครับ โตมากับเพลง ป๊อป คุณแม่จะให้ในโซน เพลง ลูกทุ่ง พ่อจะฟัง Eagle ถ้าอยู่ด้วยกันจะเป็น พี่เบริ์ด แต่พอเริ่มเล่นดนตรีก็จะฟังเพลง ลึกขึ้นๆ
พี: พูดถึง เพื่อนร่วมวงหน่อย ร่วมวงกันมากี่ปีแล้ว
เอ็ด : 3ปี ไม่มีใครเปิด ผมมีพยานปากเอกครับ น้องๆ โต๊ะโน้นมานี่หน่อย ถ้ากัดกันเอง เดี๋ยวมันไม่หนุก เอาคนนอกมา อธิบายดีกว่า
คัตโตะ : เป็นวงที่เจ๋งมากเลยครับ เรื่องของดนตรี แนวคิดการทำเพลง ค่อนข้างล้ำ ทำให้ฟังชุดที่ 2 แล้วอยากจะฟังชุดที่ 3 เลย
พี: ถ้าพี่ตัตโตะ นั่งไกลมือหน่อย พี่จะพูดอย่างนี้ไหม
คัตโตะ: ไม่ครับ พี่โอเนี่ย น่าสงสารมาก โดนตัดหางปล่อยวัดเลยครับ คนที่ตัดนี่ไม่รู้เป็นใคร ใจร้ายมาก พี่โอเนี่ย เป้นผู้นำ อย่าง jetsetter คงไม่เกิดขึ้นมาได้ ถ้าไม่มีพี่โอ เป็นคนคิดดนตรีแล้วก็มีเป้าหมาย เป็นคนพา 4 คนเนี่ย เรียกว่าเป้นหัวใจ เป็นกำลังสมอง ไม่เผาหรอกครับ แต่ พี่ถอดหมวกได้ไหมครับ โอ้โห ทำไมหล่อขนาดนี้
โอ: หลายๆคนสงสัย
คัตโตะ : 2 เดือนที่แล้วเนี่ย อย่างโล่ง
โอ: จริงๆแล้วไปบวชมา แต่จริงๆแล้วผมบาง
คัตโตะ : อย่างเอ็ดเนี่ย จะบอกว่า ลิปตา กับ jetsetter เป็นเพื่อนที่สนิทสนมกันมาก น่าจะคบกันมานานจนเค้าจะเลิกคบผมแล้ว เอ็ดเนี่ย เค้าก็เป็น เท้า ของ jetsetter เป็นตาปลา ของเล็บนิ้วก้อยข้างซ้าย จริงๆ เอ็ดมันเหมือน ขา ครับ เห็นใครล้มเมื่อไร่ พร้อมจะเหยียบย่ำ เอ็ดเป็นตลกของวงครับ ไม่ได้เป็นมือกลอง เอ็ด เนี่ย เค้าเติบโตมากับ ชิงร้อย ชิงล้าน ฮีโร่ ของเอ็ดคือ พี่เท่ง พี่โหน่ง พี่หม่ำ ทีเนี่ย เค้ามีสไตล์เป็นของตัวเอง เค้าจะนิ่ง
เอ็ด : สามารถ ร้องเพลง ร็อคให้เป็นพี่บอย ตรัย ได้
คัตโตะ : ผมไม่สามารถ comment อะไรได้จริงๆ เรียกว่า perfect ที่สุดแล้วใน jetseter อย่างหน้าตา ก็หล่อสุด คนสุดท้ายเนี่ย ผมไม่ค่อยชอบเค้าเท่าไหร่ครับ รู้จักกันครั้งแรก ที่ ซาวน่า จริงๆแล้ว พี่หมู เป็นคนไม่ค่อยมีปากมีเสียงอะไร ทุกคนรักตลอด เค้าไม่เคยว่าใคร ไม่มีปัญหากับใคร ใครมีปัญหากับเค้าๆก็ไม่รู้ตัว เพราะเค้าไม่มีปัญหา ตอนแรกเห็นหน้าพี่หมู ในปก เจ็ทเซทเตอร์ นึกว่าเป็นหนึ่งในสมาชิก ของ โดบังชิงกิ ส่วนคนนี้นะครับ น่าเหมือน บอย พีช เมคเกอร์ เลย เป็นส่วนเกินในชีวิตเธอ
โอ: อยากไปอยู่อย่างเหงาๆ บ้างไหมครับ
อ๊อฟ: คิดถึงอัลบั้มต่อไปรึยัง
เอ็ด: ตอนนี้เริ่มวาง concept เพลงไว้บ้างแล้ว ก็เขียนเก็บไว้ เวลาเราไปเจอเหตุการณ์อะไร อย่างช่วงรถถังออกมาวิ่งเยอะๆ
โอ: อัลบั้ม ปฏิรูป โปรดฟังอีกครั้ง อันนั้น infrareds รึเปล่าว่ะ แดงๆ
เอ็ด: ไม่ใช่ของเราก็มี ของเพื่อนก็มี อย่างเช่น เพื่อนคนเนี่ย เพิ่งเลิกกับแฟนด้วยเหตุผล อย่างนี้ อุ๊ย เท่ห์จังเลยนะ
อ๊อฟ : คิดกันไว้ว่าเมื่อไหร่จะได้ฟังกัน
โอ: ถ้าเป็นอย่างที่หวังไว้นะ อย่างเร็วก็ สิ้นปี อย่างช้าก็ยังไม่รู้เลย
พี: ผมสงสัยว่า เวลาประชุมกันเนี่ย มันได้งานไหม
เอ็ด : เร็วๆนี้ มีงานของค่ายใหญ่ ให้ไปแจมใน โปรเจคๆนึง ก็มานั่งเลือกกัน ใช้เวลาไป 2 อาทิตย์ กว่าจะสรุปออกมาได้ว่าเอาเพลงนี้ แล้วที่ได้มาเนี่ย เป้นไอ้คนเมื่อกี้แหละครับ มาช่วย ต้องมีคนมาฟันธงให้ เป็นวง ไร้สมอง
พี: มาดูเค้าทำเสื้อกันดีกว่า
อ๊อฟ : ถ้าใครอยากได้เสื้อตัวนี้ ทิ้ง comment ไว้ใน website เราถามเรื่องหมวกพี่โอไปแล้ว แว่นทีละ
เอ็ด: ไหนลองถอดสิ เคยอ่านละครไทยพื้นบ้านไหมครับ ที่พระเอก เกิดมาแล้วมี กริช ติดมือมาด้วย ที เค้าก็มีแว่นดำติดมาด้วย
พี: วันนี้ลาไปก่อน สวัสดี ครับ
รักการอ่าน คลิ๊กอ่านบทสัมภาษณ์ได้ที่นี่เลย
ชอบฟังแต่เสียง, เบื่อหน้าพิธีกร คลิ๊กเพื่อ Download แต่เสียงได้ที่นี่
และูดูวิดีโอการสัมภาษณ์แบบเต็มๆ ได้ที่นี่
เรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง




March 26th, 2007 00:44
555 ชอบค่ะ ชอบ
เริ่ดมากกกก