ตอน 46 - Groove Riders (บทสัมภาษณ์)
Posted on Sunday, December 23, 2007 at 2:51 pmCategory: บทสัมภาษณ์
ตอน 46 - Groove Riders
บทสัมภาษณ์ Groove Riders
สวัสดีครับกลับมาพบกันอีกแล้วกับรายการ จิกกะบาล Talk show สบายๆ สไตล์จิกกะบาล แขกรับเชิญของเราวันนี้ ไปพบเลยละกัน Groove Riders
อ๊อฟ จิกกะบาล : เริ่มเลยใครแก่สุดคะ
กั้ง กรู๊ฟ ไรเดอร์ : พี่แก่สุดครับ รู้สึกผิดเหมือนกันนะ
ก้อ กรู๊ฟ ไรเดอร์ : ผมครับ
มาตร กรู๊ฟไรเดอร์ : แล้วก็ผม
บุรินทร์ กรู๊ฟไรเดอร์ : อายุ 21 ครับ 21 หย่อนๆ 22 หมาดๆ
อ๊อฟ จิกกะบาล : มีคำถามจากคราวที่แล้ว พี่ก้อมีพี่น้องกี่คน
ก้อ กรู๊ฟ ไรเดอร์ : มี 4 คน
พี จิกกะบาล : เริ่มประโยคแบบนี้ แหมพี่ ก็
กั้ง กรู๊ฟ ไรเดอร์ : คนอะไรชื่อ แหม
อ๊อฟ จิกกะบาล : พี่ก้อ เป็นลูกคนที่เท่าไหร่
ก้อ กรู๊ฟ ไรเดอร์ : เป็นลูกคนที่ 2 เกือบจะ 3 ครับ
พี จิกกะบาล : เค้าเรียก 2 ควบ 2 ครึ่ง
ก้อ กรู๊ฟ ไรเดอร์ : เป้นลูกคนที่ 2 แต่พอดีเป็นฝาแฝด เลยเป้นลูกคนที่ 2 ก็ได้ คนที่ 3 ก็ได้ ไม่ถือ เป็นฝาแฝดคนโต แต่สลับกันได้
อ๊อฟ จิกกะบาล : หน้าตาอย่างนี้เลยไหม
ก้อ กรู๊ฟ ไรเดอร์ : ไม่ครับ ผมหล่อกว่าเยอะ คือฝาแฝดอีกคนเป็นผู้หญิง เลยหล่อไม่ได้
อ๊อฟ จิกกะบาล : งั้นวงนี้ก็ไม่ใช่ลูกคนเล็กละ
ก้อ กรู๊ฟ ไรเดอร์ : แต่นี่ลูกคนเล็กใช่ไหม
อ๊อฟ จิกกะบาล : เค้าเล็กกันหมดเลยคะพี่
กั้ง กรู๊ฟ ไรเดอร์ : ไม่เล็กครับ
มาตร กรู๊ฟไรเดอร์ : ใหญ่เหรอฮะ
พี จิกกะบาล : แหม
กั้ง กรู๊ฟ ไรเดอร์ : จิกกะบาล ใช่ไหมครับ จิกกะบาลตบได้ไหม
บุรินทร์ กรู๊ฟไรเดอร์ : แต่น้องเค้าถ่าย clip ได้เร็วมาก เค้ามี clip เยอะมากๆ
อ๊อฟ จิกกะบาล : รวมตัวกันมากี่ปีแล้วคะ แล้วไม่คิดจะเปลี่ยนสมาชิกบ้างเหรอ
ก้อ กรู๊ฟ ไรเดอร์ : 7 ปี คิดเหมือนกันแต่ไม่มีใครยอมลาออก ไล่ออกก็ไม่ยอมออก
บุรินทร์ กรู๊ฟไรเดอร์ : ทำงานฟรีก็ยอม
ก้อ กรู๊ฟ ไรเดอร์ : สมาชิกวงเราคุยกันไว้ว่าใครเสียชีวิตก็ ถือว่าลาออกไป
บุรินทร์ กรู๊ฟไรเดอร์ : อาจจะมีการลอบฆ่ากันได้
มาตร กรู๊ฟไรเดอร์ : พวกเราสนิทกันฮะ ไม่มีปากเสียงไม่มีอะไร เราสนุกสนาน
บุรินทร์ กรู๊ฟไรเดอร์ : มีแต่มองด้วยสายตาที่โกรธ
ก้อ กรู๊ฟ ไรเดอร์ : เป็นอย่างนี้
กั้ง กรู๊ฟ ไรเดอร์ : สายตาพี่ก้อ
อ๊อฟ จิกกะบาล : เรารู้ว่าพี่ บุรินทร์ เค้ามีอาชีพเป็นพนักงานบริษัท แล้วคนอื่นละ
มาตร กรู๊ฟไรเดอร์ : เล่นดนตรีหมดเลยครับ ทั้งผม พี่กั้ง พี่ก้อ จะหมกมุ่นกันเรื่องดนตรี คลุกคลีอยู่กับดนตรี
พี จิกกะบาล : เมื่อก่อนพี่ก้อ เค้าอยู่วง นี่เลย P.O.P ดังมากเลย
ก้อ กรู๊ฟ ไรเดอร์ : ทันไหมๆ
อ๊อฟ จิกกะบาล : ไม่ทันคะ แต่เคยได้ยินอยู่
บุรินทร์ กรู๊ฟไรเดอร์ : พี่นึกว่ารุ่นเดียวกัน
อ๊อฟ จิกกะบาล : อย่าสิ ยังเลือกตั้งไม่ได้เลยนะ
บุรินทร์ กรู๊ฟไรเดอร์ : อ้อเหรอฮะ จริงรึเปล่าฮะ
พี จิกกะบาล : บัตรประชาชนหายครับ
อ๊อฟ จิกกะบาล : P.O.P. ดังมากเลย มาอยู่ Groove Riders ก็ดังอีก
พี จิกกะบาล : เบื่อไหม
ก้อ กรู๊ฟ ไรเดอร์ : เบื่อครับ เลยไปทำอัลบั้มเดี่ยว สมใจ เพราะไม่ดัง ก็เลยดีแล้ว
พี จิกกะบาล : P.O.P. แนวดนตรี ต่างกับ Groove riders มากทีเดียว รู้สึกยังไง
ก้อ กรู๊ฟ ไรเดอร์ : ไม่รู้สึกอะไร เพราะว่าคนเราชอบแนวดนตรีได้หลายแบบ อีกอย่างนึงคือ P.O.P เนี่ย เป้นคนทำร่วมกัน 3 คน ซึ่งมี บุคคลิกลักษณะไม่เหมือนกันเลย ความชอบไม่เหมือนกัน เลยต้องมาหาจุดกึ่งกลางที่ชอบเหมือนกัน คือ pop rock แต่ Groove Riders ทุกคนชอบเหมือนกันหมด ก็เลยอยู่ได้จนทุกวันนี้ ไม่งั้นก็คงแตกไปเหมือน P.O.P ล้อเล่น
อ๊อฟ จิกกะบาล : เค้านิยม Reunion พี่ไม่ re บ้างเหรอ
ก้อ กรู๊ฟ ไรเดอร์ : เราเป็นเพื่อนกัน วันก่อนก็ยังไปกินข้าวกันอยู่เลย
บุรินทร์ กรู๊ฟไรเดอร์ : ทะเลาะกันนิดหน่อย
ก้อ กรู๊ฟ ไรเดอร์ : ทะเลาะกันเยอะเลย ตอนทำงานด้วยกัน พอไม่ทำงานด้วยกันแล้วเป็นเพื่อนที่รักกันมาก เป็นเพื่อนกัน ก็ยังทำงานด้วยกันอยู่ พี่นภ ทำอะไรผมก็มาช่วย ผมทำอะไรพี่ นภ ก็มาช่วย
อ๊อฟ จิกกะบาล : ช่วยนี่แปลว่าฟรี ใช่ไหม
ก้อ กรู๊ฟ ไรเดอร์ : ก็ฟรี ก็ไม่เป็นไร พี่โต้ง ทำอะไรอีก 2 คนก็มาช่วย
อ๊อฟ จิกกะบาล : มือกลองก็แอบ ปลื้ม P O P นะ
บุรินทร์ กรู๊ฟไรเดอร์ : ปลื้ม แฟนเค้าฮะ แฟนเค้า ชื่อ ปลื้ม
มาตร กรู๊ฟไรเดอร์ : เริ่มทำงานมาก็รู้จักพี่ก้อมาตั้งแต่โน้น เลย บันทึกเสียงให้ POP แล้วก็ทัวร์กับ พีโอพี พี่ก้อก็อยู่ พีโอพี บางทีไปคู่กันอะไรอย่างนี้
ก้อ กรู๊ฟ ไรเดอร์ : มาตร กับ Groove Riders จริงๆ ผมต้องไปจีบเค้า
อ๊อฟ จิกกะบาล : นานไหม
ก้อ กรู๊ฟ ไรเดอร์ : แค่ 2 นาทีเอง
มาตร กรู๊ฟไรเดอร์ : ทำงานร่วมกัน คุยกันมาตลอด
พี จิกกะบาล : แล้วพี่กั้งมายังไง ตอนนั้น
กั้ง กรู๊ฟ ไรเดอร์ : เดินมา
ก้อ กรู๊ฟ ไรเดอร์ : นั่งมอไซด์มาไม่ใช่เหรอ ตอนนั้น
พี จิกกะบาล : มาเจอกันได้ยังไ
กั้ง กรู๊ฟ ไรเดอร์ : เจอกันครั้งแรก เจอที่ center point
มาตร กรู๊ฟไรเดอร์ : แต่ก่อนนี้ bakery music อยู่ที่ center point
บุรินทร์ กรู๊ฟไรเดอร์ : นัดเจอตรง น้ำพุ ป่ะ ใส่เสื้อสีแดง
กั้ง กรู๊ฟ ไรเดอร์ : ก้อจะผมยาวกว่านี้ เซ็กซี่ กว่านี้ แอบชอบ
ก้อ กรู๊ฟ ไรเดอร์ : ไม่มีอะไรเป็นสาระเลย
อ๊อฟ จิกกะบาล : เค้าบอกว่า ของสะสม พี่มาตร คือ เงิน
มาตร กรู๊ฟไรเดอร์ : ที่บ้านทำนา แล้วได้เงินมา ต้องเก็บ สมัยก่อน ปู่ย่า ตายาย คุณตาเป็นกำนัน ได้ปืนทองคำ แหนบทองคำ สมัยก่อนเลยนะ โบราณเลย ไปจับโจร เงินทอง สมัยก่อน ต้องเอาไว้ในไห เหรียญเก่าๆ พดด้วง ที่บ้านมี หม้อเก่าๆ
ก้อ กรู๊ฟ ไรเดอร์ : หม้อเก่าๆ ก็มีหรอ
อ๊อฟ จิกกะบาล : เรามาถึงอัลบั้มนี้เลย ข้ามมา
ก้อ กรู๊ฟ ไรเดอร์ : ดีครับ รู้สึกว่ามือกีตาร์ผมไม่มีสาระอะไรเลย
กั้ง กรู๊ฟ ไรเดอร์ : ก็น้องเค้าบอกสบายๆไง เอามีสาระไหม อ่ะมีสาระเลย อ่ะ
อ๊อฟ จิกกะบาล : ทำยังไงให้เพลงดังติดหู
กั้ง กรู๊ฟ ไรเดอร์ : อ๋อ ธรรมดาอยู่แล้ว
มาตร กรู๊ฟไรเดอร์ : ก็เป็นตัวของพวกเราเองที่เราถ่ายทอดบทเพลงไป ด้วยเพลงแรก เพลง super star ได้พี่ก้อ เขียนเนื้อ แล้วพวกเราแต่งทำนอง ก็เป็นตัวของพวกเราเอง
อ๊อฟ จิกกะบาล : จริงๆที่ดังติดหูนี่เพราะ พี่ก้อเลยใช่ไหม
บุรินทร์ กรู๊ฟไรเดอร์ : ใช่ ฮะ
กั้ง กรู๊ฟ ไรเดอร์ : แล้วอีกอย่างนึง แนว disco ผมว่ามันก็ยังไม่มีใครทำ แนวสไตล์พวกนี้ที่เป้นเต็มๆ คนชอบฟังแบบสนุกสนานเต้นรำได้ อะไรอย่างนี้
อ๊อฟ จิกกะบาล : เป็นเพราะ เก็บอัดอั้นก็มานานรึเปล่า
กั้ง กรู๊ฟ ไรเดอร์ : ไม่อั้นละฮะ ปล่อยตลอด
บุรินทร์ กรู๊ฟไรเดอร์ : ผมคิดว่ามันเป็นแรงบันดาลใจจากที่เราได้ไปทัวร์ คอนเสิร์ต 7 ปี มันเลยทำให้ จะทำอะไรผมฮะ ผมพูดอะไร ผมลืมไปเลย จากการที่เราได้ไปเจอแฟนเพลง เค้าให้แรงบันดาลใจต่ออัลบั้มนี้มากๆ ก็อยากจจะผลิตผลงาน ที่ดีที่สุดออกมาเพื่อให้แฟนเพลง
อ๊อฟ จิกกะบาล : แนวเพลงอัลบั้มนี้ กับอัลบั้มที่แล้วต่างกันไหมครับ
บุรินทร์ กรู๊ฟไรเดอร์ : จริงๆแล้วเรายังยึดความเป้น disco funk เหมือนเดิม แต่ในชุดนี้ ด้วย part ของดนตรี และการร้อง เข้มข้นขึ้นเยอะมากๆเลย เพราะว่าเราได้ ออเครสตร้าเข้ามาร่วม เครื่องสายกว่า 40 ชิ้น มีเครื่องเคาะ เครื่องเป่าที่ใหญ่ขึ้น แล้วก้มีจำนวนมากชิ้นขึ้น เพื่อให้ได้เสียงที่สนุกสนาน
อ๊อฟ จิกกะบาล : งั้นก็ไม่ได้มี 4 คนแล้วสิ
บุรินทร์ กรู๊ฟไรเดอร์ : พี่พยามให้มีสาระ แต่น้องเค้ากวนตลอดเลยนะ
กั้ง กรู๊ฟ ไรเดอร์ : น้องเค้าจูงไปไหนไม่รู้
บุรินทร์ กรู๊ฟไรเดอร์ : 4 คนเป็นหลัก แล้วก็มีเพื่อนๆมาช่วยอีก
กั้ง กรู๊ฟ ไรเดอร์ : ปกติเราก้มีน้องๆมาช่วย อย่างเครื่องเป่า 3 ชิ้น
บุรินทร์ กรู๊ฟไรเดอร์ : ถ้าใครที่ได้ไปดู โชว์สดจะเห็นเยอะว่ามี เครื่องเป่าตลอด
อ๊อฟ จิกกะบาล : กดดันไหม เพราะอัลบั้มที่แล้วดังมาก
มาตร กรู๊ฟไรเดอร์ : พวกเราทำก็ไม่เคยคิดว่าจะต้องกดดันว่าจะดัง เราไม่ได้หวังว่าจะดัง เราตั้งใจทำ เราไม่ได้คิดว่าดังมากมาย แต่เพลงมันก็ติดหู แล้วสื่อก็เปิดอยู่ตลอดเวลา มีน้องๆพี่ๆยังเล่นเพลงของเรา ไม่ได้กดดันอะไร
บุรินทร์ กรู๊ฟไรเดอร์ : คือผมคิดว่า การทำงานของพวกเรา เราเริ่มจากการที่เรารักในเพลง disco แล้วเราก็อยากผลิตผลงานที่ดีที่สุดออกมา เราไม่เคยคาดหวังว่าออกมาจะต้องดัง จะต้องได้เงินเยอะแยะ หรือว่า ออกมาต้องเป้นที่รู้จักของคนทั่วประเทศ เราแค่ทำให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง
ก้อ กรู๊ฟ ไรเดอร์ : มีแค่กดดันแค่อย่างเดียว คือว่า อัลบั้มนี้เราตั้งใจว่า เราจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่มันจะดีได้ เลยต้องใช้เวลาถึง4 ปี
อ๊อฟ จิกกะบาล : แล้วมันได้ดั่งใจไหม
ก้อ กรู๊ฟ ไรเดอร์ : ได้ดั่งใจ ก็ทุกคนก็ค่อนข้างจะ happy เมื่อทำงานเสร็จแล้ว
อ๊อฟ จิกกะบาล : พอเป็นอลับั้มที่ 2 แล้ว มันง่ายขึ้นไหม
บุรินทร์ กรู๊ฟไรเดอร์ : ยากว่าเยอะ
มาตร กรู๊ฟไรเดอร์ : ยากกว่า เพราะว่าด้วยอายุเรา มีอายุขึ้น ความคิดก็ต้องคิดให้ดีรอบคอบ
กั้ง กรู๊ฟ ไรเดอร์ : เราก็ใช้เวลาทำงานถึง 4 ปี เราก็ได้เปลี่ยนแปลง ปรับปรุง วิธีการทำเพลงให้ได้ออกมาแบบสบายๆ
อ๊อฟ จิกกะบาล : Groove Riders นะวันนี้ มีคำจำกัดความต่างไปจากชุดที่แล้วไหม
ก้อ กรู๊ฟ ไรเดอร์ : ก็คงแก่ขึ้นเท่านั้น นอกนั้นก็เหมือนเดิม 4 คนเป็นยังไง ก็ยังคงเป็นอย่างนั้นอยู่ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราอยากจะผลิตผลงานเพลง ในชื่อว่า Groove Riders ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ อัลบั้มที่ 2 ก็ต้องดีกว่า อัลบั้มที่ 1 อัลบั้มต่อไปอาจจะใช้เวลาอีก 10 ปี ก็ต้องดีกว่าอลับั้มนี้ เราต้องการทำผลงานให้มีคุณภาพมากที่สุด และที่สำคัญอีกอย่างนึงก้คือ ผมคิดว่าเป็นจุดเด่นของ Groove riders เราไปแสดงสด วงเราเล่นสดไม่เหมือนใคร เราอยากจะสื่อสารกับคนดูให้ได้มากที่สุด แล้วคนดูสนุกมากที่สุด ในคอนเสิร์ตแต่ละครั้งของพวกเรา
อ่านบทสัมภาษณ์ต่อ
ต่อคร้าบ ….. เป็นวงที่สร้างปรากฎการณ์อีกแล้ว บทสัมภาษณ์ให้เราจริงๆ มันยาวเกินกว่า 1 หน้าจะเอาอยู่
เรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

