ตอน 16 - บุรินทร์ Groove Riders (บทสัมภาษณ์)
Posted on Friday, May 11, 2007 at 10:38 pmCategory: บทสัมภาษณ์
ตอน 16 - บุรินทร์ Groove Riders
บทสัมภาษณ์ บุรินทร์ Groove Riders
พิธีกร: อ๊อฟ, พี
สวัสดีครับ วันนี้เราตั้งใจจะมาขอ สปอนเซอร์กันที่ โตโยต้า มหานคร แต่เราได้มาพบกับศิลปินท่านหนึ่ง เค้าเป็นผู้บริหาร เราไปพบกับเค้าเลยดีกว่า พี่ บุรินทร์ แห่งวง Groove Riders
สวัสดีครับ
อ๊อฟ : รู้ได้ไงว่าพี่เค้าเป็นผู้บริหาร เซลล์ก็แต่งตัวแบบนี้
พี่ บุรินทร์ : คล้ายๆกัน เรารักองค์กรเรา เป็นกรรมการบริหาร บริษัท โตโยต้า มหานคร ครับ เราเป็นตัวแทนจำหน่าย รถยนต์ โตโยต้า
พี : ใครที่ไม่รู้ พี่ บุรินทร์ เค้า นามสกุล โตโยตะ
อ๊อฟ : วันก่อนยังบอกว่า นามสกุล ฮอนดะ
พี่ บุรินทร์ : website นี้มัน เด็กเตรียมฮะ เด็กเตรียม
อ๊อฟ : มีชื่อเล่นไหม
พี่ บุรินทร์ : ไม่มีชื่อเล่น เกิดมาในชีวิต มีคนถามปัญหานี้เยอะมาก เพราะว่าพ่อแม่ ลืมตั้งให้ พี่ชายมีชื่อเล่น เพื่อนๆเรียก ไอ้บุ หรือ ริน เรียกประมาณเนี่ย พี่ชายผมเค้าก็เรียกชื่อ บดินทร์ บ้านผมจะเรียกแต่ชื่อจริง แต่พอโตขึ้รมาพี่ชายก็มีชื่อเล่นของเค้าไปแต่ผมไม่มี แต่จริงๆแล้วเกิดมามีชื่อนึง ชื่อ แชมป์ ไม่ใช่ชื่อเล่นหรอก เกิดมาแล้วพ่อแม่ตั้งชื่อไม่ทัน อาจจะเป็นเพราะลูกคนที่ 2 พ่อแม่ไม่ค่อยเห่อ
อ๊อฟ : Groove Riders เป็นวงลูกคนเล็กรึเปล่า
พี่ บุรินทร์ : ไม่แน่ใจนะ แต่มือเบสไม่ใช่แน่นอน เพราะมือเบสเป็นฝาแฝด
อ๊อฟ : Groove Riders อยู่ค่ายอะไร
พี่ บุรินทร์ : เมื่อก่อนเคยอยู่ เบเกอรี่ เราออกชุดแรกกับเบเกอรี่ แล้วชุด 2 อัลบั้ม หนึ่งครึ่ง ก็อยู่ เบเกอรี่ จริงๆใจเราอยากจะทำ EP ออกมา 4 เพลง แต่ทางค่ายเค้าอยากจะทำเป็นชุดพิเศษออกมาแบบนี้ดีกว่า ก็เลยเราก้เรียกว่าอัลบั้มนั้นเป้นอัลบั้มครึ่ง ชุดแรกออกมาเนี่ยมันอยู่ใน timeline ที่สั้นมากๆ ประมาณปีนึง พอผ่านมาก็เป็น discovery 2 คนที่มีอัลบั้มแรกก็ดีใจมาก ปีที่ 6-7 แล้ว ปลายๆปี 2000 ได้
อ๊อฟ : แต่ยังมีโชว์เหมือนอัลบั้มเพิ่งออก
พี่ บุรินทร์ : ทุกคนก็พูดแบบนี้ ก็มีอยู่เรื่อยๆ อาจจะเป็นโชคดีของวงเราด้วย ที่เป็นวงที่เล่นแนวไม่เหมือนใคร เป็นวงเดียวที่เล่นอยู่ในประเทศเราเลย คนที่เค้าอยากจะเอาstyle นี้ก็มีอยู่วงเดียว อาจจะเป็นอย่างนั้นรึเปล่า
อ๊อฟ : เบื่อไหม ร้องเพลงเดิม
พี่ บุรินทร์ : ไม่เบื่อ แต่มันก้เริ่มเห็นภาพ ว่าทุกครั้งก่อนจะขึ้นคอนเสิร์ต เราเรียงเพลงยังไง ผลตอบรับจะเป็นยังไง มันก้จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จริงๆแล้วก็มีเพลงพิเศษ เราก็ไม่ได้มีผลงานออกมาเลย จริงๆ ตัวผมก็ไปช่วยงานใครหลายๆคน มือเบสเราก็ออกไปทำอัลบั้มเดี่ยว เพิ่งได้รางวัลมา มือกีตาร์ก็ออกไปทำอัลบั้ม กั้งสโนว่า มันก็เลยต่อกระแสของวงไปเรื่อยๆ มือกลองก็เป็นมือปืนรับจ้าง ทั้งมือกลอง มือ กีตาร์ มือเบส เป็น producer หมดเลย ผมก็มีงานประจำ ซึ่งจะมานั่งหาเวลาทำเหมือนชุดแรก มันใช้เวลาเป็นปีครับ มันหาเวลามาเจอกันยาก
พี : ทุกคนประสบการณ์ดนตรี สูง แล้วพี่มาจากไหน
พี่ บุรินทร์ : ผมเป็นคนชอบฟังเพลงธรรมดาที่โชคดีมากกว่า ตอนสมัยผมไปเรียนที่อเมริกา ที่เมืองจะมีมหาลัยที่เกี่ยวกับด้านดนตรี ชื่อ Berklee Music of collage ซึ่งสอนเกี่ยวกับดนตรีทั้งหมด ทุกอย่าง แล้วในเมืองก็จะมีคนไทยไม่เยอะ แล้วตึกผมก็จะมีคนไทยอยู่ 10 กว่าห้อง เป็นอพาร์ตเม้น
พี : อย่างนี้ต้องเจอพี่ตุลย์
พี่ บุรินทร์ : เจอกันบ่อยครับ เค้า อยุ่ New York ผมอยู่เมืองเล็ก Boston ถ้าพูดอย่างนี้ คุณ บอล มือกีตาร์ อพารต์เม้นคุณป้า ก็อยู่ในตึกเดียวกัน ก็เลยเป็นสิ่งที่ทำให้เรา 2 วง สนิทกัน จริงๆแล้วเนี่ยโรงเรียนเนี่ย ก็จะมี คุณ บอล อพารต์เม้นคุณป้า คุณ ก้อ ณฐพล ศรีจอมขวัญ จะมี Blessonic ก้จะมีแต่ผมกับพี่ชายที่เรียนทางด้านธุรกิจมา แต่ผมเป็นคนที่ถูกปลุกฟังเรื่องดนตรีตั้งแต่เด็กเล็กๆมา ผมเป็นคนชอบฟังดนตรี เงินที่ได้ทั้งหมดก็ซื้อเทป ซื้อซีดีอย่างเดียว อย่างอื่นไม่ค่อยสนใจ พอไปเรียน เสาร์ อาทิตย์ คนไทยจะมาเจอกัน ทำกับข้าว เนื้อย่าง จิ้มแจ่ว กินกัน พอเสร็จก็จะมีการล้อมวงเล่นดนตรีกัน ทุกคนเป็นนักดนตรีหมดไม่มีนักร้อง ก็เลย บุรินทร์ว่างอยู่มาร้องดิ มาแจมๆกัน ก็นั่งร้องไปร้องมา ร้องทำงานให้กับเพื่อนๆที่เรียนอยู่ ต้องส่งงานเป็น project มีผมร้องบ้าง พี่ชายผมร้องบ้าง แล้วเราก็เลย ตั้งวงขึ้นมาวงนึง เป้นส่วนผสมของ Groove Rider อพารต์เม้นคุณป้า แล้วก็ Blessonic เราก็ไปเล่นตามบาร์ เป็นแจสบาร์ ที่เราเล่นด้วยกันเนี่ยเป็นแจสหมดเลย เพราะมหาลัยเนี่ยเป็นเน้นเพลง แจส มีคุณก้อ เรียนเรื่อง ฟังค์ เราได้ไปเล่นขายดชว์ตามบาร์ ได้เงินออกมาก็มีความสุขกัน เป็นจุดกำเนิดที่ผมได้ไปร้องกับวง คุณ ก้อจบมาก่อน เพราะผมเรียน ปริญญาโท จบมาก่อน 2 ปี กลับมาทำงานกับ Modern dog กับ P.O.P. เค้าก็มีโปรเจคคิดขึ้นมาว่าอยากจะทำแนว groove แนว disco แล้วก็ Funk แล้วสุดท้ายหานักร้องไม่ได้ ก็เลยมาถามเพื่อนผมที่เป็น Blessonic ก็บอกว่า บุรินทร์ก็ชอบเพลงแนวนี้เหมือนกัน ร้องไปถามดูสิ ก้ลองไปซ้อมดู ซ้อมไปเกือบปี ก้ออกมาเป็น Groove riders ผมไม่เคยคิดที่จะขวนขวายที่จะเข้าไปในธุรกิจดนตรีเลย เหมือนโชคชะตามากกว่า เป้นคนชอบฟังมากกว่า ไม่เคยคิดว่าจะมาออกเทปสักชุด เคยคิดตามภาษาวัยรุ่นว่าถ้าได้ออกเทปก็ดีนะ พอได้มาทำก็กลายเป็นจุด เติมเต็มความฝัน พอมาทำก็อยากทำให้มันดีที่สุด เพราะคิดว่าเป็นโอกาสครั้งเดียวในชีวิต
อ๊อฟ : เล่นดนตรีไหม
พี่ บุรินทร์ : เคยเล่นกีตาร์ เล่นเปียโน ตอนเด็กๆ ก็งูๆปลาๆ
พี : เรื่องร้องเพลงละ เคยเรียนไหม
พี่ บุรินทร์ :ไม่เคยเรียน ทุกอย่างออกมาจาก feel อย่างเดียว แต่จริงๆ เมื่อ 3 ปีที่แล้วผมได้ไปฝึกวิชามา เพราะตอนนั้นมีโชว์เยอะมาก ปีนึง 3-4 ร้อยงาน ซึ่งมันก็ทำให้คอมันจะเสียมากๆ ก็เลยไปหาครู โรจน์ เป็นคนที่เก่งมากๆ จะไม่ยุ่งกับแนวทางการร้องเรา แต่จะมีแบบฝึกหัดให้ว่าร้องยังไงให้เสียงไม่เสีย
พี : อีกเรื่องที่เด่นคือเรื่องเต้น ได้เรียนไหม
พี่ บุรินทร์ : มันไม่มีใครเต้นแบบนี้ ไม่รู้จะไปเรียนจากใคร มันเป้นความสนุกที่เราคิดออกมาเองมากกว่า มันมาจาก soul มากกว่า ก็มีคนพูดถึงกันเยอะ ผมไม่แคร์ผมสนุกกับตัวผม ซึ่งแฟนเพลงเค้าก็สนุกกับเรา แฟนเพลงผมเป็น sales อยู่เยอะเลย พนักงานของเราบางส่วนที่มาสมัครงานเพราะ ชอบ Groove Riders นี่คือเรื่องจริง ตอนแรกเราก็ฟังดูตลก ขนาดนั้นเลยเหรอ ก็เจอกันบ้าง มีน้องๆมาซื้อรถ ถามว่าพี่บุรินทร์อยู่ไหม ถ้าบอกว่าไม่อยู่ก้ไม่ซื้อละ ไม่เป็นไรไม่ซื้อไม่หาไม่วง่ากัน เข้ามาเจอกันได้ ก็ขอบคุณน้องๆทุกคนที่มาสมัครงานเพราะคิดแบบนี้ จริงๆก็จะเจอเฉพาะสาขานี้เท่านั้น เรามี 12 โชว์รูม เพราะผมนั่งอยุ่ที่สำนักงานใหญ่ ก้มีไปที่อื่นบ้าง แวะแอบไปตรวจเค้า มาอีกแล้วรีบเก็บของ internet ปิดกันใหญ่เลย
อ๊อฟ : คำว่า Groove Riders มาจากไหน
พี่ บุรินทร์ : จริงๆมาจาก ไอเดีย ของ เรา 4 คน เลย ฮะ มาจาก 5 คน มาจากพี่ชายผมด้วย ผมกับพี่ชายเราสนิทกันมาก
อ๊อฟ : ทำไมถึงเลือกพี่บุรินทร์
พี่ บุรินทร์ : ใช่ จริงๆผมก้ยังงงเหมือนกัน เพราะพี่ชายผมร้องเพลงเก่งมาก ร้องเพลงภาษาอังกฤษเนี่ย เพราะมากเพราะเสียงเค้าจะทุ้มออกมา แต่แนวทางเค้าจะชอบเพลง เอวิส เพลง ร็อค วงที่ร้องตามบาร์ พี่ชายผมจะเป็นตัวหลัก ผมเป็นตัวแถม ร้องน้อยๆ สมัยก่อนเป็นคนขี้อายมาก สมัยก่อนขึ้นไปร้องบนเวทีเนี่ยตื่นเต้นมาก มือเย็นเฉียบ เหงื่อออก แต่ถ้าทำแล้วต้องทำให้ดี ตอนแรกโชว์งาน fat ครั้งแรก เขินมาก แบบนอนไม่หลับทั้งคืน แล้วก็เสียงพังมาก เล่น 4-5 เพลง ปกติตอนนั้นไม่ได้ออกกำลังกายเลย ไม่ได้เตรียมตัวมาเป็นนักร้องเลย ร้องเสร็จ หมดแรง ให้คนช่วยหามกลับบ้าน ลืมเนื้อก้ร้องภาษาบ้าไป ภาษาที่คิดเอาเอง
พี : Groove Riders มาจากไหน
พี่ บุรินทร์ : มาจากคน 5 คน แล้วก้นั่งคิดว่า ดนตรีของเราเนี่ยแนวไหน คิดว่าคนที่ฟังต้อง enjoy groove ไปกับเพลง แล้วพยางค์ที่ต่อมา ก็คือ คนที่ล่องอยู่ในความ groove ของดนตรี ก็เลยเป็น Groove Riders พออีกแปีบนึง Sport Rider ออกเลย แผงการขายตลอดเวลานะ ด้วยรากฐานที่เรามาจาก groove ที่เป็นดิสโก้ คิดชื่อลายชื่อนะ ตอนแรกชื่อวงจะชื่อ อะพอลโล่ กับ สปุคนิค เกี่ยวกับอวกาศ แต่ถ้าชุดต่อไปไม่ได้ทำเกี่ยวกับอวกาศจะเหนื่อยมาก เราก็เลยเอาชื่อ discovery ที่เป็นชื่อยานอวกาศ ที่ส่งขึ้นไป มันเป็นความหมายซ้อนเร้นอยู่ตลอดเวลา style วงเรา หลอกลวง ไม่ใช่นะ ตอนแรกมาจาก discovery แล้วอ่านไปอ่านมา disco very พออีกแป๊บนึง วงเมืองนอกก็เรียนแบบชื่อชุดเราเลย แต่อย่าไปบอกชื่อวงเลย
อ๊อฟ : ที่บ้านสนับสนุนไหม
พี่ บุรินทร์ : คือใจเรา เราคิดเอาไว้ตั้งแต่เด็กว่าต้องมาสานต่อ ธุรกิจของครอบครัว ดนตรีเป้นสิ่งที่เราชอบ แต่นี่คือ หน้าที่ของเรา
อ่านบทสัมภาษณ์ต่อ
ต่อคร้าบ ….. เป็นวงที่สร้างปรากฎการณ์อีกแล้ว บทสัมภาษณ์ให้เราจริงๆ มันยาวเกินกว่า 1 หน้าจะเอาอยู่
จิกกะบาลเสนอหน้า - Groove Riders
Hilight: CentralWorld Presents Melody of life - Groove Riders , Save de last piece , Apartment คุณป้า
เรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง


