Share Button

ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของข้าพเจ้า จะเป็นแจ๊สหรือไม่ใช่แจ๊สก็ตาม ดนตรีล้วนอยู่ในตัวทุกคน เป็นส่วนที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตคนเรา สำหรับข้าพเจ้าดนตรีคือสิ่งประณีตงดงามและทุกคนควรนิยมในคุณค่าของดนตรีทุกประเภท เพราะว่าดนตรีแต่ละประเภทต่างก็มีความเหมาะสมตามแต่โอกาสและอารมณ์ที่ต่างๆกันออกไป *พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙
20161203jiggaban15078927_1480125328671493_6910836543510660444_n
“…ดนตรีนี้มีไว้สำหรับให้บันเทิงแล้วก็ให้จิตใจสบาย ดนตรีนี่คือเสียงแต่สิ่งประกอบยังมีว่าเสียงนั้นเป็นเสียงอะไรนั่นน่ะยังเป็นคุณภาพของเสียง พวกเราเป็นนักดนตรี นักเพลง นักเกี่ยวข้องกับเรื่องศิลปะในด้านการแสดง การแสดงโดยเฉพาะดนตรี พวกเรานี่มีความสำคัญมากไม่ใช่น้อยสำหรับส่วนรวม เพราะว่าดนตรีนั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่จะแสดงออก ซึ่งความรู้สึกของชนหมู่หนึ่ง ในที่นี้ชนคนไทยก็คือประชาชนคนไทยทั้งหลาย จะแสดงความรู้สึกออกมาหรือจะรับความรู้สึกที่แสดงออกมาก็ด้วยดนตรี พวกเราที่เป็นนักเพลง นักดนตรีจึงมีความสำคัญยิ่ง…” *พระบรมราโชวาทพระราชทานเนื่องในงานสังคีตมงคล ครั้งที่ ๒ ณ เวที ลีลาศสวนอัมพร วันพฤหัสบดีที่ ๓๑ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๑๒

“ดนตรี” คือหนึ่งในพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ทรงเป็นนักดนตรี นักประพันธ์ดนตรี และนักการดนตรีศึกษา ที่ทั่วโลกให้การยอมรับ พระองค์ทรงเริ่มศึกษาดนตรีมาตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์ โดยเริ่มจากทรงแซกโซโฟนและคลาริเน็ต นอกจากนั้นยังทรงเครื่องดนตรีได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเป่าประเภทต่างๆ เช่น คลาริเน็ต เครื่องตระกูลแซกโซโฟน เช่นโซปราโนอัลโน เทนเนอร์ บาริโทน ทรัมเป็ต และทรอมโบน นอกจากเครื่องเป่าที่เราเห็นกันทั่วไปแล้ว พระองค์ยังทรงเครื่องดนตรีชนิดอื่นได้อีกมากมาย อาทิเช่น เปียโน กีต้าร์ และกลอง โดยทั้งหมดนี้ทรงศึกษาด้วยพระองค์เองทั้งสิ้น


สำหรับการประพันธ์ดนตรีนั้น ทรงเริ่มพระราชนิพนธ์ทำนองดนตรีเมื่อครั้งที่เสด็จนิวัติพระนครพร้อมด้วยพระเชษฐา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ในปี พ.ศ. ๒๔๘๙ โดยมีทั้งหมดรวม ๔๙ ทำนอง ในแต่ละบทเพลงที่ทรงประพันธ์นั้นล้วนให้ความรู้สึกที่ต่างกัน และมีคุณค่าต่อสังคมไทยมาจนถึงปัจจุบัน …

รศ.ดร.ภาธรเล่าว่า พระองค์ทรงโปรดที่จะทำให้บทเพลงพระราชนิพนธ์มีความถูกต้อง เพื่อให้นักดนตรีสามารถนำไปเล่นได้อย่างถูกต้องตามหลักดนตรี ทำให้ตนนอกจากเป็นนักดนตรีในสมาชิกในวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์แล้ว ยังเป็นผู้ที่ทรงไว้วางพระทัยให้ช่วยปรับแก้ไขโน้ตและคอร์ดบทเพลงพระราชนิพนธ์ทั้งหมด ตามที่มีพระราชปรารภจะสังคายนาบทเพลงพระราชนิพนธ์“ พระองค์ทรงถ่อมพระองค์มาก รับสั่งกับผมว่าที่ให้ทุนการศึกษาไปเรียนทางดนตรี ก็เพื่อจะได้รู้ทฤษฎี เพราะทรงไม่ได้เรียนด้านนี้มา ทำให้ทรงไว้วางพระราชหฤทัยให้ผมดูบทเพลงพระราชนิพนธ์ว่า โน้ตและคอร์ดถูกตามหลักดนตรีไหม ซึ่งเท่าที่ดูทุกบทเพลงพระราชนิพนธ์ แม้โน้ตและคอร์ดอาจไม่ได้ถูกทั้งหมด แต่ภาพรวมก็เข้ากันดี”


กว่าจะมาเป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์หนึ่งบทเพลงนั้น
รศ.ดร.ภาธร เล่าว่า บทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระองค์จะมีโลกเป็นของตัวเอง มีความซับซ้อน อย่างเวลาจะพระราชนิพนธ์หนึ่งบทเพลง จะทรงนึกถึงว่าจะพระราชนิพนธ์เพื่อใคร ใช้สำเนียงแบบไหน ส่วนดนตรีก็จะทรงจินตนาการขึ้นมาก่อน เมื่อพระราชนิพนธ์แล้ว ก็จะทรงทดลองและเก็บไว้ก่อน อย่างเพลงแสงเทียน ซึ่งเป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์แรกของพระองค์ ตั้งแต่ยังดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช เพลงนี้ใช้คอร์ดซับซ้อน ทำให้ทรงทดลองและเก็บไว้ ระหว่างนั้นได้พระราชทานเพลงพระราชนิพนธ์อื่นออกมาก่อน ได้แก่ ยามเย็น สายฝน จนเมื่อเผยแพร่เพลงแสงเทียนแล้ว ก็ทรงปรับแก้คอร์ดมาตลอดถึง 4 ครั้งในรอบ 30 ปี อย่างในรอบสุดท้ายทรงให้การบ้านผมกับคุณพ่อ ไปแยกกันคิดปรับแก้คอร์ดและให้พระองค์ทอดพระเนตรเปรียบเทียบแก้ไข แต่ก็ไม่ยังเสร็จดีเพราะต้องเข้ารับถวายการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราชก่อน
ภายในงาน รศ.ดร.ภาธรยังได้นำสำเนาสมุดโน้ตเพลงพระราชนิพนธ์ ที่ทรงมีพระราชวินิจฉัย ในช่วงที่ทรงสังคายนาเพลงพระราชนิพนธ์ พ.ศ.2547-2552 มาจัดแสดง โดย รศ.ดร.ภาธรอธิบายว่า สมุดนี้ได้บันทึกรับสั่งโดยตรงของพระองค์ว่าทรงต้องการอะไร ภายหลังนำคอร์ดที่มีพระวินิจฉัยให้ปรับแก้ไขก่อนหน้านี้ มาทดลองเล่นในวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ ซึ่งตนจดรับสั่งไว้ครบทุกเพลง และได้รวมเล่มเป็นสมุดโน้ตบทเพลงพระราชนิพนธ์ที่ถูกต้อง เพื่อเก็บไว้เป็นสมบัติของชาติต่อไป

20161203jiggaban15235429_1498731163477576_7838208360058154573_o
นอกจากนี้ ยังได้จัดแสดงนิทรรศการเครื่องดนตรีพระราชทาน จำนวน 8 ชิ้น ซึ่งมีเรื่องราวน่าสนใจ เช่น เปียโน ซึ่งเป็นเปียโนที่อยู่ในห้องวิทยุ อ.ส.วันศุกร์ ที่พระองค์ทรงเสมอ จนครั้งที่เรืออากาศตรี ศ. (พิเศษ) ดร.แมนรัตน์ ครบรอบวันเกิดปีที่ 72 พระองค์พระราชทานให้, ทรัมเป็ต ซึ่งเป็นทรัมเป็ตที่พระองค์พระราชทานให้ รศ.ดร.ภาธร โดยมีรับสั่งว่า “Benny Carter” ซึ่งเป็นศิลปินไม่กี่คนในโลกที่เล่นได้ทั้งแซกโซโฟนและทรัมเป็ต ส่วนตัวเข้าใจทรงหมายความว่าทรงต้องการให้ตนเล่นได้ทั้งแซกโซโฟนและทรัมเป็ต เหมือนที่พระองค์ก็ทรงเล่นได้เช่นกัน, แซกโซโฟนพลาสติก เป็นแซกโซโฟนประเภทโพลิคาร์บอเนตหนึ่งเดียวในโลก มีน้ำหนักเบาเพียง 300 กรัม จากแซกโซโฟนทั่วไปหนัก 2 กิโลกรัม ทำทูลเกล้าฯถวายในการทรงดนตรีช่วงประทับรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช คีตรัตนบรมราชานุสรณ์ ธ สถิตกลางใจราษฎร์นิรันดร์ วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ถึง ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๙ ณ ศูนย์การค้า ดิเอ็มควอเทียร์


King Alto Saxophone เครื่องดนตรีใน “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้ อ.แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ เพื่อถวายการสอนสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เมื่อครั้งพระองค์ท่านยังทรงเป็นนักเรียนในโรงเรียนจิตรลดา ในปี 1955 เป็น Saxophone ที่ผลิตที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและมีความผูกพันกับครอบครัว อ.แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ มาก หลังจากที่ อ.แมนรัตน์ ไม่ได้เล่นแล้ว Saxophone เครื่องนี้ก็เป็นเครื่องแรกที่ รศ.ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ เล่น และ นำไปเรียนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานทุนให้ไปเรียนดนตรีตั้งแต่ยังเด็ก


“Selmer Mark VI Alto Saxophone” เครื่องดนตรีส่วนพระองค์ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชทานให้ รศ.ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ เป็นเครื่องที่สอง ในปี 1989 เป็นเครื่องที่สอง ต่อจาก King Alto Saxophone เพื่อให้ใช้ในการศึกษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานทุนให้ไปเรียนดนตรี

“Stainer Baritone Saxophone” เครื่องดนตรีใน “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” เครื่องดนตรี “ชิ้นเดียวในโลก” ที่ถูกสั่งผลิตขึ้นเป็นพิเศษ โดยวงดนตรี อส. วันศุกร์ เพื่อการทรงบาริโทนแซกโซโฟนแบบประทับนั่งได้

“Yamaha Trumpet” เครื่องดนตรีใน “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” ที่ทรงพระราชทานให้ รศ.ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ ในปี ค.ศ.1995 พร้อมรับสั่งว่า “Benny Carter” ซึ่งพระองค์ท่านหมายความว่าอย่างไรนั้น มาหาคำตอบพร้อมกันได้ ๒๙ พฤศจิกายน ถึง ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๙ นี้นะครับ ซึ่งปัจจุบัน รศ.ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ นำเอาไปแกะลวดลายอย่างสวยงามและเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี เพื่อเป็นสมบัติของชาติไทย สืบต่อไป

“Jazzophone Trumpet” เครื่องดนตรีชิ้นพิเศษ อีกชิ้นที่คุณสันติ พรประเสริฐ เจ้าของ หจก. รีแพร์โมดิฟายด์ แอนด์ซัพพลายส์บายบอยซ์ เป็นผู้ประดิษฐ์ ขึ้นพิเศษ เพื่อทูลเกล้าถวาย ให้กับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
โดยมีวัตถุประสงค์ในการประดิษฐ์ Jazzophone ชิ้นนี้ขึ้นเพื่อพระองคืจะไม่ต้องยกแขนเล่น

Vibratosax limited edition #009 แซกโซโฟนฝีมือคนไทย ผลิตขึ้นจากพลาสติก ประเภทโพลิคาร์บอเนตเป็นรายแรกของโลก โดยคุณปิยพัชร์ ธัญญะกิจ กรรมการผู้จัดการบริษัท ไวเบรโต จำกัด ผู้ผลิตแซกโซโฟนขึ้นจากพลาสติกประเภทโพลิคาร์บอเนตเป็นรายแรกของโลก และเป็น Saxophone ที่พระองค์ทรงมีส่วนร่วมในการให้คำแนะนำในการบวนการออกแบบ รวมถึงวัสดุที่ใช้ในการผลิตอีกด้วย ภายหลังเมื่อทำสำเร็จ จึงได้ทูลเกล้าถวาย Vibratosax limited edition #009 ให้กับ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” เพื่อใช้ทรงดนตรีในช่วงที่ทรงประทับอยู่ที่ รพ.ศิริราช เนื่องจาก แซกโซโฟนประเภทนี้จะมีน้ำหนักเบา กว่าแซกโซโฟนทั่วไป

** เครื่องดนตรีเหล่านี้เป็นเครื่องดนตรีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงด้วยตัวเองมาแล้วทุกเครื่อง และได้พระราชทานให้เป็นการส่วนพระองค์ **

ที่มา : ข้อมูลและภาพ จาก @KitaratFoundation และ มติชนออนไลน์
#คีตรัตน์ #Kitarat #TheRoyalMusicalLegacy

Facebook Comments
Share Button