Share Button

จากเหตุการณ์ กรณี ดราม่า อ.สมเถา ยืนควบคุมการร้องเพลง สสรเสริญพระบารมี บนเครื่องบินนกแอร์ ขณะกำลังบินไปยะลา นั้น ส่งผลให้เกิดข้อขัดแย้งกันภายในโลกโซเชียล แบ่งเป็น 2 ฝ่ายด้วยกัน คือ ความเหมาะสมของลูกเรือที่เข้าขัดขวางการร้องเพลง สรรเสริญพระบารมี ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเป้นเพลงที่ต้องยืนตรงถวายความเคารพ หรือ ความเหมาะสมต่อสถานที่และสถานการณ์ของ วาทยากร ซึ่งกรณีดังกล่าวได้ก่อให้เกิดการเสื่อมเสียชื่อเสียงกับทั้ง 2 ฝ่าย จากผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการกระทำของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งมีการโต้แย้งอ้างเหตุผลกันไปต่างๆนาๆ
20161111jiggaban1
ทางด้าน ลูกเรือ แจ้งว่าในขณะดังกล่าว เครื่องบินอยู่ในสภาวะพบกับสภาพอากาศแปรปรวน จึงต้องให้ผู้โดยสารนั่งที่และมีสัญญาณเตือนให้รัดเข็มขัด ซึ่ง จากทาง นกแอร์ได้ออกมาให้ข้อมูลยืนยันภายหลังว่ามีการรายงานว่ามีสภาพอากาศแปรปรวนขณะนั้นจริง
ส่วนทางด้าน อ.สมเถา วาทยากร ให้เหตุผลว่า ที่ลุกขึ้นทำการควบคุมเพลงเนื่องจากมีการเรียกร้องจากผู้โดยสาร และ ขณะนั้นไม่มีภาพอากาศแปรปรวนแต่อย่างใด มีแต่ลูกเรือมาแจ้งว่าผู้โดยสารไม่พอใจ ซึ่งตนก็ไม่เห็นผู้โดยสารคนใดไม่พอใจ รวมทั้ง มีลูกศิษย์ของ อ.สมเถา ออกมาแสดงความเห็นว่า เป็นความจำเป้นที่ต้องฝึกซ้อมก่อนการแสดงจริง ซึ่งถือเป็นการทำเพื่อประเทศชาติ เพราะอ.ไม่ได้รับค่าจ้าง กลายเป็นเรื่องลุกลามไปมากกว่าที่ควรจะเป็น

เมื่อวานนี้ 10 พฤศจิกายน 2559 นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสํานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าว ความว่า นายสมเถา สุจริตกุล วาทยกรชื่อดังยืนคอนดักเตอร์บนเครื่องบินสายการบินนกแอร์ แม้ว่าแอร์โฮสเตสบนเครื่องขอให้นั่งประจำที่เนื่องจากมีประกาศจากนักบินว่าสภาพอากาศแปรปรวน ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยสากล ซึ่งเพียงส่วนนี้ หากสายการบินจะดำเนินการฟ้องร้องนายสมเถาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ถือเป็นอำนาจหน้าที่ของสายการบินนกแอร์สามารถทำได้ เพราะนายสมเถาเป็นผู้ใช้บริการและไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของลูกเรือ เข้าข่ายตาม พ.ร.บ.ความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ.2558 มาตรา 7 ที่ระบุว่าผู้อยู่ในอากาศยานในระหว่างการบิน ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของผู้ควบคุมอากาศยานหรือเจ้าหน้าที่ประจําอากาศยานซึ่งสั่งในนามผู้ควบคุมอากาศยาน ที่เป็นคําสั่งเพื่อรักษากฎ ระเบียบ และความเรียบร้อยในอากาศยาน ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ถ้าการกระทําตามวรรคหนึ่งเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่ง ที่สั่งเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่อากาศยานหรือแก่บุคคลหรือทรัพย์สินในอากาศยาน ผู้กระทําต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

จากเหตุการณ์นี้ นายจุฬา สุขมานพ เห็นว่า ทางสายการบินนกแอร์ เป็นฝ่ายได้รับความเสียหาย ต้องแจ้งเอาผิด กับทาง นายสมเถา สุจริตกุล ซึ่ง “ผู้ที่มีอำนาจฟ้องร้องคือสายการบิน ไม่เกี่ยวกับหน่วยงานอื่น ซึ่งจะเป็นในลักษณะเดียวกันกับที่มีผู้โดยสารขู่วางระเบิดบนเครื่องบิน ก็เป็นอำนาจหน้าที่ของสายการบินที่จะแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้โดยสารรายนั้นๆ เช่นเดียวกัน” นายจุฬากล่าว

ข้อมูล:มติชนออนไลน์

Facebook Comments
Share Button