MOTO MASH UP @ Moon Star
Posted on Friday, September 26th, 2008
ดูรูปบรรยากาศไปพลางๆก่อนนะ
กดที่ภาพเพื่อดูได้เลย
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
กดที่ภาพเพื่อดูได้เลย
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
กดที่ภาพเพื่อดูได้เลย
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
MotoMashUp : Roadshow 8 Pub
Mon, 29-Sep-2008 @ Inch Pub
DJ Spyda Monkey /นุ้ย / Groove Riders + Joey Boy
Fri, 3-Oct-2008 @ แรด @ Khonkaen
DJ Dragon / Monotone+พี่เล็ก / Slot Machine+DJ.Dragon
Thu, 9-Oct-2008 @ Route
DJ Dragon นุ้ย / Apartment Khunpa / Scrubb / Slot Machine+DJ.Dragon
Wed, 15-Oct-2008 @ Muse
DJ Dragon Sqweez Animal+Nara / Scrubb / Slot Machine+DJ.Dragon
Fri, 17-Oct-2008 - Hi4 @ Hun Hin
นุ้ย / Sqweez Animal+Nara / Slot Machine
Tue, 21-Oct-2008 @ Curve
DJ Spyda Monkey /นุ้ย / Sqweez Animal+Nara / บี-พีรพัฒน์ / ETC.
Thu, 23-Oct-2008 @ Monkey Club @ Chiangmai
DJ Spyda Monkey / นุ้ย / Groove Riders + Joey Boy
Thu, 30-Oct-2008 @ Easy Conner @ พัทยา
DJ Spyda Monkey /นุ้ย / Monotone+พี่เล็ก / Sqweez Animal+Nara
เกาะติดเทรนด์ดนตรี “แมชอัพ” ก่อนใครกับ MOTOMASHUP
หมดยุคแล้วที่กระแสนิยมของดนตรีจะถูกจำกัดอยู่เฉพาะแนวใดแนวหนึ่ง จากฮิปฮอป ป็อป มาสู่ร็อก หรือจะเป็นแนวเฮาส์ โกธ ไปจนถึงแทรนซ์ ดนตรีในทุกวันนี้ก็ไม่ต่างจากเทรนด์โลกอื่น ๆ ที่ผสมผสานทุกอย่างเข้าด้วยกันจนแยกไม่ออก ไม่มีเส้นแบ่งประเภทดนตรีอีกต่อไป การนำเพลงต่างแนวหรือต่างศิลปินมาผสมผสานกันจนเกิดเป็นซาวด์ใหม่ ๆ ถือเป็นเรื่องธรรมดา ก่อกำเนิดเป็นแนวเพลงใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในชื่อที่เรียกกันว่า “แมชอัพ”
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะได้ยินเพลงที่มิกซ์มาดอนน่าและโคลด์เพลย์เข้าด้วยกัน หรือแอฟริว ลาวีนมาร้องเพลงคู่กับริฮานน่า หรือเฟอร์กี้กับดนตรีประสานเสียงในโบสถ์ ขณะที่แมชอัพคือการปรากฏการณ์ครั้งใหม่ของวงการดนตรีโลก โมโตโรล่าคือสื่อกลางที่จะนำแนวทางดนตรีใหม่นี้มาสู่ คอเพลงชาวไทย
MOTOMASHUP คือแคมเปญดนตรีใหม่จากโมโตโรล่าซึ่งเกิดจากความร่วมมือของ 6 สุดยอดศิลปินและดีเจชาวไทยที่มาสร้างสรรค์ดนตรีใหม่ๆ ที่โดดเด่นด้วยรูปแบบที่ฉีกไปจากเดิมเป็น 3 บทเพลง 3 สไตล์ เริ่มจากวงคู่หูป็อปร็อก สครับบ และดีเจ สไปด้ามังกี้ ตามด้วยป็อปสตาร์สาว มิ้นท์ อรรถวดี จิรมณีกุล กับดีเจ สุหฤท สยามวาลา และสุดท้าย วงร็อกขวัญใจเด็กแนว สลอต แมชีน กับดีเจ ดราก้อน
เช่นเดียวกับสองสุดยอดมิวสิคโฟนใหม่ล่าสุดดีไซน์โฉบเฉี่ยว มีสไตล์จากโมโตโรล่า คือ ROKR EM30 และ ROKR E8 ที่ผสานคุณสมบัติด้านการสื่อสารและดนตรีในรูปแบบที่ทั้งผู้เกาะติดกระแสการ สื่อสารและผู้รักเสียงเพลงตัวจริงต้องการได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ROKR EM30
สุดยอดโทรศัพท์และเครื่องเล่นเพลงในหนึ่งเดียว โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี ModeShift สุดล้ำ แสดงปุ่มกดต่างสีในการใช้งานต่างโหมด ด้วยสีแดงในโหมดเล่นเพลง และสีฟ้าในโหมดโทรศัพท์ เพื่อให้ผู้ใช้สังเกตได้ง่าย ๆ ว่ากำลังใช้งานในโหมดไหน สลับโหมดการใช้งานระหว่างคุยสาย รับส่งข้อความ และเล่นเพลงง่าย ๆ เพียงกดปุ่มเดียว เพลินกับเสียงดนตรีได้ทุกเวลาไม่มีพลาด
นอกจากคุณสมบัติการใช้งานโทรศัพท์และรับส่งข้อความ ROKR EM30 ยังอัดแน่นไปด้วยฟังก์ชันด้านดนตรี ทั้งระบบเสียงที่คมชัด สามารถดาวน์โหลดเพลงได้ด้วยความเร็วสูง พร้อมวิทยุเอฟเอ็มในตัวที่รองรับระบบ Radio Data System (RDS) สามารถแสดงชื่อเพลงและศิลปินที่กำลังฟังผ่านวิทยุได้ทันที หัวเสียบแจ็คขนาด 3.5 มม. จึงสามารถใช้งานร่วมกับหูฟังมาตรฐานอื่น ๆ พร้อมด้วยโปรแกรม Windows Media® Player 11 ในตัวเพื่ออิสระในการดาวน์โหลดเพลงจากผู้จัดจำหน่ายเพลงออนไลน์กว่า 200 รายทั่วโลก
ROKR E8
สุดยอดมิวสิคโฟนที่พร้อมจะเขย่าหัวใจคุณให้เต้นระทึกด้วยเสียงดนตรี ด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยว เรียบเท่ พร้อมเทคโนโลยี ModeShift อันล้ำสมัย สลับโหมดการใช้งานระหว่างโทรศัพท์ ฟังเพลง และถ่ายภาพได้ง่าย ๆ เพียงกดปุ่มเดียว พร้อมวงแหวน FastScroll สำหรับเลือกรายชื่อเพลง หมายเลขโทรศัพท์ ปฏิทินนัดหมาย และมัลติมีเดียต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วเพียงปลายนิ้วสัมผัส ดาวน์โหลดเพลงง่าย ๆ ผ่านโปรแกรม Windows Media Player 11 พร้อมวิทยุเอฟเอ็ม ฟังก์ชัน SongID ซึ่งสามารถแสดงชื่อและศิลปินของเพลงที่ได้ยินได้
การันตีคุณสมบัติอันโดดเด่นด้วยรางวัลต่าง ๆ จากทั่วโลก ทั้งรางวัล CNET Best of CES ประเภทโทรศัพท์เคลื่อนที่และสมาร์ทโฟน ในงานแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ประจำปี 2008 ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา รางวัล CNET People’s Voice รางวัลสุดยอด 20 ผลิตภัณฑ์ CES จากนิตยสาร Popular Mechanics และรางวัล Best of CES ประเภทโทรศัพท์เคลื่อนที่จากนิตยสาร Laptop
ทั้ง ROKR EM30 และ ROKR E8 จึงเป็นมิวสิคโฟนตัวเด่นที่มาพร้อมการเปิดตัวของแคมเปญ MOTO MASHUP ที่จะมาร่วมสร้างมิติใหม่ในแวดวงเพลงด้วย 3 บทเพลงใหม่ในแนวแมชอัพโดยฝีมือคนไทย ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MOTO MASHUP ได้ที่เว็บไซต์ www.Hellomoto.com/th
ข้อมูลเกี่ยวกับโมโตโรล่า
โมโตโรล่า เป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมและการสื่อสารชั้นนำของโลก มุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และบริการที่อำนวยความสะดวกสบายในทุกการติดต่อสื่อสาร ด้วยกลุ่มธุรกิจที่ประกอบด้วย โครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร โซลูชันสำหรับระบบสื่อสารไร้สายขององค์กร อุปกรณ์รับสัญญาณดิจิตอล โมเด็ม อุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ และอุปกรณ์บลูทูธ เพื่อประสบการณ์แห่งการสื่อสารที่ไร้ขีดจำกัด สำหรับผู้บริโภค องค์กรธุรกิจ ตลอดจนหน่วยงานราชการ
โมโตโรล่า ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 บริษัทที่มีชื่อจัดอยู่ใน ‘Fortune 100 company’ ของนิตยสาร Fortune ซึ่งเป็นทำเนียบของ 100 บริษัทที่มีรายได้ประจำปีสูงที่สุดในสหรัฐอเมริกา โดยโมโตโรล่า มียอดการจำหน่ายในปี 2550 สูงถึง 36.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโมโตโรล่า คลิกไปที่ www.motorola.com และสำหรับประเทศไทย คลิกไปที่ www.Hellomoto.com/th
Slot Machine (สล็อต แมชีน)
ประกอบด้วย
เฟิร์ส - ศริส หอมหวล (ร้องนำ)
แก๊ก - อธิราช ปิ่นทอง (เบส)
วิทย์ - เจนวิทย์ จันทร์ปัญญาวงศ์ (กีต้าร์)
ออโต้ - เศรษฐรัตน์ พังจุนันท์ (กลอง)
Slot Machine (สล็อต แมชีน) ศิลปินร็อครุ่นใหม่ที่มาแรงและเป็นที่จับตามองมากที่สุดอีกวงหนึ่งในขณะนี้ จากผลงานสร้างชื่ออย่างเพลง “ผ่าน” ซึ่งสร้างความฮือฮาให้กับวงการเพลงไทย ด้วยซาวนด์ดนตรีที่แตกต่างและเนื้อหาดีๆที่แฝงอยู่ในบทเพลง จนทำให้เพลงนี้คว้ารางวัล Song Of The Year จากเวที Seed Awards และยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลทางดนตรีอีกหลายสาขาจากหลายสถาบัน จากจุดเริ่มต้นของ First (เฟิร์ส - ร้องนำ) และ แก๊ก (เบส) 2 เพื่อนนักเรียนมัธยมจากโรงเรียนสาธิตศิลปากรที่ร่วมกับเพื่อนอีก 2 คน ก่อตั้งวง “อะลุ้มอะหล่วย” และเริ่มฉายแววความสามารถด้วยการคว้ารางวัลจากการประกวดดนตรี อาทิเช่น รองชนะเลิศอันดับ 2 จากเวทีศิลปากร มิวสิคอะวอร์ด และรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ฮอตเวฟ มิวสิค อะวอร์ด ครั้งที่ 6
ในปี 2547 ทั้ง 4 สมาชิกของ “อะลุ้มอะหล่วย” ก็ได้มีโอกาสออกอัลบั้มชุดแรกกับ โซนี่ มิวสิค บีอีซี-เทโร (ซึ่งต่อมาคือ โซนี่ บีเอ็มจี ในปัจจุบัน) โดยพวกเขาเลือกที่จะเปลี่ยนชื่อวงจาก “อะลุ้มอะหล่วย” มาเป็น “Slot Machine” โดยมีอัลบั้มแรกที่ใช้ชื่อเดียวกับชื่อวง มีเพลงดังอย่าง “รอ” บทเพลงในแนวบัลลาดร็อคที่เปิดโอกาสให้เฟิร์สได้โชว์พลังเสียงแบบเต็มๆ และแจ้งเกิดในฐานะนักร้องนำคุณภาพคนใหม่ของวงการเพลงไทย
ปี 2549 Slot Machine มาพร้อมกับจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้นจาก 4 เป็น 5 คน และสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการเพลงร็อคด้วยอัลบั้ม “Mutation” (มิวเทชั่น) งานเพลงคุณภาพที่สร้างมาตรฐานใหม่ด้วยซาวนด์ดนตรีที่แปลกและแตกต่าง กับบทเพลงคุณภาพอย่าง “ผ่าน”, “คำสุดท้าย” และอีกหลายเพลงในอัลบั้ม ที่ส่งให้ Slot Machine ขึ้นทำเนียบวงร็อครุ่นใหม่ที่น่าจับตามองของยุคนี้
นอกจากการถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลทางดนตรีจากหลายสถาบันแล้ว ความสำเร็จของอัลบั้ม “Mutation” ยังเปิดโอกาสให้ Slot Machine ได้รับเชิญเป็นวงเปิดการแสดงให้กับคอนเสิร์ตของวงร็อคระดับโลก Linkin Park Live In Bangkok 2007 ที่ผ่านมาอีกด้วย
วันนี้ด้วยประสบการณ์ทางดนตรีและฝีมือที่พัฒนาขึ้น Slot Machine พร้อมแล้วที่จะนำเสนอผลงานชุดใหม่ อัลบั้มลำดับที่ 3 ที่ใช้ชื่อว่า “GREY” (เกรย์) งานเพลงที่ตอกย้ำความชัดเจนในตัวตน และแนวทางดนตรีของ Slot Machine ได้เป็นอย่างดี ทางวงใช้เวลากว่า 1 ปีในการสร้างสรรค์และกลั่นกรองบทเพลงใหม่ที่ดีที่สุด และใช้เวลาอีกกว่า 2 เดือนในการบันทึกเสียงผลงานชุดนี้ที่ Sexy Pink สตูดิโอ ซึ่งระหว่างการทำงานในอัลบั้มนี้ก็มีเหตุให้ทางวงต้องเปลี่ยนแปลงสมาชิกกลับ มาเป็น 4 คนอีกครั้ง แต่ทั้ง 4 สมาชิกที่เหลือก็ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าทำงานต่อไป
โดยในอัลบั้มนี้ Slot Machine ยังคงร่วมงานกับ Scott Moffat (สก็อต มอฟแฟท) โปรดิวเซอร์ฝีมือดีจากแคนาดา ที่มีส่วนช่วยสร้างสรรค์ซาวดน์ดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์จากอัลบั้มชุดที่แล้ว และครั้งนี้ทางวงยังได้รับเครดิตในการเป็นโค-โปรดิวเซอร์ของอัลบั้มโดยมี ส่วนร่วมในการสร้างสรรค์งานเพลงทุกขั้นตอนอีกด้วย ส่งผลให้อัลบั้มชุดนี้มีความชัดเจน, เฉียบคมและเป็นเอกภาพมากขึ้นในด้านดนตรี ร่วมด้วยเนื้อเพลงที่สละสลวยงดงามแฝงความหมายและแง่คิด
มากมาย จากการบรรจงเลือกใช้ภาษาและถ้อยคำในแต่ละเพลง ซึ่งเป็นสิ่งที่พบได้ไม่บ่อยนักในงานของศิลปินยุคนี้ เปิดตัวด้วย “ฝัน” ซิงเกิ้ลแรกที่สามารถบ่งบอกความเป็น Slot Machine ได้เป็นอย่างดีด้วยซาวนด์ดนตรีที่มีเอกลักษณ์, ท่วงทำนองไหลลื่น, เนื้อเพลงสละสลวย เรียบง่าย ความหมายดี และที่ขาดไม่ได้ก็คือพลังเสียงที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของ“เฟิร์ส”นักร้องนำ นั่นเอง
ร่วมด้วยเพลงดีๆอีกมากมาย อาทิ “หากฉันตาย”บทเพลงสโลว์ร็อคตีแผ่ความในใจของเฟิร์สเจ้าของเนื้อเพลงนี้ได้ อย่างหมดเปลือกและน่าจะโดนใจใครอีกหลายๆคน, “เหนือกาลเวลา”บทเพลงที่งดงามทั้งท่วงทำนองและเนื้อหา จนคุณสามารถหลับตาและปล่อยใจให้ซาบซึ้งไปกับเพลงนี้ได้อย่างง่ายดาย, “ลืมโลก” การผสมผสานระหว่างเพลงร็อคและเพลงแดนซ์จนกลายเป็นอีกเพลงเด่นในอัลบั้มนี้, “เวิ้งว้าง” เพลงร็อคบรรยากาศย้อนยุค ที่แฝงอารมณ์เหงาจนถ่ายทอดมาเป็นเนื้อเพลงและชื่อเพลงนี้
นอกจากภาคดนตรีที่แข็งแรงแล้ว ในอัลบั้มนี้ Slot Machine ยังโดดเด่นด้วยภาพลักษณ์ใหม่ที่ทางวงภูมิใจนำเสนอ ในขณะที่วงอื่นๆสวมเพียงเสื้อยืด – กางเกงยีนส์ แต่ Slot Machine เลือกที่นำแฟชั่นด้วยการจะออกแบบชุดที่พวกเขาสวมใส่เองให้ดูแปลกและแตกต่าง ออกไป แถมยังรับหน้าที่ดูแลคอนเซ็ปท์ด้านภาพ (Visual Concept) ทั้งหมดของอัลบั้มนี้ด้วย ตั้งแต่การออกแบบเครื่องแต่งกาย, ทรงผม, ไปจนถึงการถ่ายภาพนิ่ง และมิวสิควิดีโอเลยทีเดียว
ในยุคที่เต็มไปด้วยผลงานเพลงมากมายจากทั้งจากค่ายใหญ่และอินดี้ ยุคที่การละเมิดลิขสิทธิ์กำลังกลายเป็นเรื่องปกติ ยุคที่คนส่วนใหญ่ฟังเพลงแค่ผ่านหูเพื่อประดับความรู้ไม่ให้ตกยุค จะมีสักกี่เพลงถูกถ่ายทอดและเรียบเรียงอย่างบรรจง จะมีสักกี่คนที่ยังคงตั้งใจทำงานในแนวของตัวเองอย่างชัดเจน และจะมีสักกี่คนที่คู่ควรกับคำว่าศิลปินอย่างแท้จริง ร่วมหาคำตอบจากคำถามเหล่านี้ได้ในอัลบั้ม “GREY” (เกรย์) จาก Slot Machine 19 มิถุนายนนี้ แน่นอน
ผลงานที่ผ่านมา
อัลบั้ม
2547 SLOT MACHINE
2549 MUTATION
รางวัลทางดนตรี
SEED AWARDS ครั้งที่ 2 - มกราคม 2550
เพลงยอดเยี่ยมสุดซี้ดประจำปี SEED SONG OF THE YEAR - “ผ่าน”
ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล
SEED AWARDS ครั้งที่ 2 - มกราคม 2550
รางวัลเพลงยอดเยี่ยมสุดซี้ดประจำปี SEED SONG OF THE YEAR - “ผ่าน”
รางวัลอัลบั้มร็อกยอดเยี่ยมสุดซี้ดประจำปี SEED ROCK ALBUM OF THE YEAR - “Mutation”
รางวัลศิลปินร็อกยอดเยี่ยมสุดซี้ดประจำปี SEED ROCK ARTIST OF THE YEAR
รางวัลมิวสิควีดีโอยอดเยี่ยมสุดซี้ดประจำปี SEED MUSIC VDO OF THE YEAR - “คำสุดท้าย”
รางวัลสีสัน อวอร์ดส ประจำปี2549
ศิลปินกลุ่มร็อค ยอดยี่ยม
Music Express Awards 2006
เพลงไทยยอดเยี่ยม - “ผ่าน”
อัลบั้มเพลงไทยยอดเยี่ยม - “Mutation”
คอนเสิร์ต
คอนเสิร์ต “คืนกลายพันธุ์” - (24 ธันวาคม 2549)
Pattaya International Music Festival 2007 - (17 มีนาคม 2550)
Melody Of Life ครั้งที่ 2 - (24 มีนาคม 2550)
เทศกาลดนตรีอัลเทอร์เนทีฟไทย - (28 กรกฏาคม 2550)
Linkin Park - Live In Bangkok 2007 (11 พฤศจิกายน 2550)
Mint
Album’s name “TBC”
Artist อรรถวดี จิรมณีกุล (มิ้นท์) Ardhawadee Jiramaneekul (Mint)
Album “TBC”
วันเกิด 8 เมษายน 2525
การศึกษา จบไฮสคูล จาก Heath field School ประเทศอังกฤษ
ความสามารถพิเศษ พูดได้หลายภาษา เช่น ไทย, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, อิตาเลี่ยน และสเปน
เครื่องดนตรีที่เล่นได้ เปียโน, ฟลุท
เบอร์ติดต่อ 01-632-7777
ประสบการณ์ด้านดนตรี - เป็นนักร้องนำใน Choir (คไวร - คณะนักร้องประสานเสียงในโบสถ์) - เป็นคอนดักเตอร์ คุมคณะคไวร - เล่นฟลุท - เปียโน ประจำวงออร์เคสตร้าของโรงเรียน - สอบร้องเพลงจบเกรด 8 ของ Royal School Of Music ที่อังกฤษ (ได้คะแนนระดับ Distinction ซึ่งเป็นระดับสูงสุด)
รางวัลที่ได้รับ เพลง”รักเธอที่สุด” กับรางวัลเพลงยอดเยี่ยม, คำร้องยอดเยี่ยมและเรียบเรียง เสียงประสาน ยอดเยี่ยมจากงานประกาศรางวัลผลงาน บันเทิงดีเด่น ประจำปี 2545 โดยสมาคมนักข่าวบันเทิง
แนวเพลง “TBC”
ประวัติความเป็นมา “มิ้นท์” ชื่นชอบดนตรีมาตั้งแต่เด็ก คุ้นเคยและคลุกคลีกับดนตรี มาตั้งแต่อายุ 3 ขวบ เล่นเปียโนและฟลุทเรื่อยมา จนมาเริ่มเรียนร้องเพลง ตอน 7 ขวบ พออายุได้ 11 ขวบ ก็ได้เรียนเกี่ยวกับดนตรีในระดับยากขึ้น ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งเธอเรียน เพลงคลาสสิก อย่างโอเปร่า ถึงขั้นได้เป็นนักร้องนำของคณะประสานเสียงในโบสถ์ และร่วมในวงออร์เคสตร้าของโรงเรียน พอย้ายไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ มิ้นท์ก็ ยังคงเลือกเรียนเกี่ยวกับดนตรี ทั้งเรื่องการแต่งเพลง ทำเพลง วิจารณ์เพลง ประ- วัติศาสตร์เพลง
ด้วยความสามารถและอาจารย์เห็นแวว เลยแนะนำให้ไปสอบร้องเพลงของ Royal School Of Music ซึ่งเป็นสถาบันที่ใช้วัดมาตรฐานของคนเรียนดนตรี และเธอก็ได้ คะแนนระดับสูงสุด ซึ่งถือเป็นความภูมิใจของชีวิต
ใน ปี 2541 มิ้นท์ได้ไปร้องเพลงในงานการกุศลแห่งหนึ่ง จนทำให้ได้มาสกรีนเทสต์ที่ บ.อราทิสท์ฯ อีก 3 ปีต่อมา เธอก็มีผลงานเป็นของตัวเอง ในชื่อ ว่า MINT: ARDHAWADEE แนวดนตรีหลากหลายทั้ง R&B,ป๊อปแดนซ์ สะท้อนภาพผู้หญิงยุค- ใหม่ มั่นใจ ชัดเจน บวกกับการถ่ายทอดทุกบทเพลง ด้วยความรู้สึกจากหัวใจ ทำให้ น้ำเสียงของเธอ เข้าไปอยู่ในใจของคนฟังเพลง และในปีเดียวกัน เธอก็มีอัลบั้มพิเศษ Mint Special One ตามออกมาติด ๆ
ปี 2545 กับผลงานเพลงล่าสุด อัลบั้ม รางวัลที่ยิ่งใหญ่ ที่มีทุกอารมณ์ของความรัก ทั้งอบอุ่น เศร้า ซึ้ง และความสามารถในการร้อง AD-LIP รวมทั้งเสียงร้องประสานที่ เป็นเสียงของเธอเอง ทำให้มีความโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ และเต็มไปด้วยคุณภาพ “รางวัลที่ยิ่งใหญ่” จึงไม่ใช่แค่การร้องเพลง แต่คือการได้ทำ ในสิ่งที่ตัวเธอเองรักมาก ที่สุด เพื่อให้คนฟังเพลงมีความสุข และความสุขของคนทำเพลง ทั้งหมดก็คือรางวัล ที่ยิ่งใหญ่ที่เธอได้รับกลับมานั่นเอง
DJ. Suharit
จาก…สุหฤท
ทำไมไม่มีคนยิ้มในสิ่งที่ผมพูด…
ทำไมมีคนพูดกับผมในสิ่งที่ผมไม่พูด…
ทำไมผมต้องมีความรู้สึกกับคนที่ผมไม่สนใจ…
ทำไมผมต้องเดินในทางที่ทุกคนคิดว่าผิด…
ทำไมผมจึงทำในสิ่งที่คนปรานาม…
ทำไมผมต้องปรานามวีรบุรุษของคนอื่น
ผมทำถูกหรือไม่…หรือผมทำผิด
หรือผมแพ้แล้ว…ที่เขียนในสิ่งที่ไม่อยากเขียน
ผมอยากไปในที่ที่ชอบ…โดยไม่สิ้นลมหายใจ
ชื่อ สุหฤท สยามวาลา
เกิด นานแล้วประมาณปี 11 แต่หัวใจเกิดปี 20
ชอบ เพลง การทำเพลง การเล่น concert Club DJ พูดในที่สาธารณะ
Album ออกปี 1996 ขายได้ 1.2 ล้านก้อปปี้ทั่วโลก ชื่ออัลบั้มสุหฤท
คติประจำใจ ไม่มี มันเปลี่ยนไปทุกวัน
อยาก เป็นชายที่มีหัวใจหญิง
ไม่อยาก เป็นหญิงที่มีหัวใจชาย และ ไม่อยากปราศจากหญิง
สิ่งที่ผ่านมาในชีวิตของสุหฤท ตัวน้อย ๆ คือ
ออกอัลบั้มเมื่อปี 1996
ตัวแทนประเทศไทยไปแข่งพูดใน south east asia ของToastmaster international club แต่ไม่ได้รางวัลเป็นถ้วยแต่ได้รางวัลชีวิต
เป็น Club DJ independent ตั้งแต่ 1998
เป็น DJ fat ตอน 2002 กลางปี
ผู้อำนวยการฝ่ายขายบริษัทดี เอช เอ สยามวาลา จำกัด และอยู่กับบริษัทนี้มาร่วม 12 ปี
โรงเรียนอัสสัมชัญ ABAC
โท ที่ ม.กรุงเทพเนื่องจากไม่มีตังไปนอก
Trainer เรื่องการขายตามที่ต่าง ๆ
พยายามทำให้ bedroom artist ประสบความสำเร็จกับเพลงของเขาด้วยคุณภาพของเขาเอง
มี concert ของตัวเองจนได้เมื่อเดือนสิงหาคม
กำลังจะมีประสบการณ์การเป็นพ่อคน
จิกกะบาลเสนอหน้า - slotmachine
Bangkok 100 Rock Festival 2008 by 100 Pipers
MOTO MASH UP @ Moon Star
เมื่อ”เบน”เดินผ่าน มาเจอกับความรักแบบ Slot Machine
Virgin Hitz - We Rock BKK
SlotMachine กลับมาแล้ว
It’s My MTV
SlotMachine The Gray
MAX Day # 4
MAX Day # 3
MAX Day # 2
MAX Day # 1
Seed Awards ครั้งที่ 3 สัมภาษณ์
BIGMAX:ROCKSPACE รวมศิลปิน
BIGMAX:ROCKSPACE Slotmachine # 2
BIGMAX:ROCKSPACE Slotmachine # 1
Bike Festival - SlotMachine # 2
Bike Festival - SlotMachine # 1
MAX Day - SlotMachine
Hilight: CentralWorld Presents Melody of life - Friday , Slot Machine
One-2-Call! Max Stage Mobile # 2 - Slot Machine
BBA Charity Concert - Slot Machine
จิกกะบาล – slotmachine
ตอน 74 - SlotMachine
MV - slotmachine
MV หากฉันตาย - SlotMachine
Gallery - slotmachine
MOTO MASH UP @ Moon Star
Bangkok 100 Rock Festival 2008 by 100 Pipers ” 29-30 พ.ย.นี้
Virgin Hitz - We Rock BKK
MAX Day
“Seed Awards ครั้งที่ 3”
จิกกะบาลเสนอหน้า – Scrub
Bangkok 100 Rock Festival 2008 by 100 Pipers
MOTO MASH UP @ Moon Star
บรรยากาศงาน No More Belts’ Happening Concert
Seed Awards ครั้งที่ 3 โชว์ 3
Seed Awards ครั้งที่ 3 สัมภาษณ์
“Singha Presents Melody of Life 3 at CentralWorld”
“แฟต เฟส โชว์เหนือ” แอ่วถึงถิ่น!! #3
“แฟต เฟส โชว์เหนือ” แอ่วถึงถิ่น!! #2
Tiger Translate Scrub
CPInfinityParty #2
BIGMAX:ROCKSPACE รวมศิลปิน
BIGMAX:ROCKSPACE Scrub # 1
คอนเสิร์ต Scrub ที่ แจ่มบาร์ ตอนที่ 2
คอนเสิร์ต Scrub ที่ แจ่มบาร์ ตอนที่ 1
One-2-Call! MAX Stage Mobile # 7 - Scrub
รูป - Scrub
MOTO MASH UP @ Moon Star
Bangkok 100 Rock Festival 2008 by 100 Pipers ” 29-30 พ.ย.นี้
” target=_blank> No More Belts’ Happening
“Seed Awards ครั้งที่ 3”
“Singha Presents Melody of Life 3 at CentralWorld”
จิกกะบาลเสนอหน้า - slotmachine
Bangkok 100 Rock Festival 2008 by 100 Pipers
MOTO MASH UP @ Moon Star
เมื่อ”เบน”เดินผ่าน มาเจอกับความรักแบบ Slot Machine
Virgin Hitz - We Rock BKK
SlotMachine กลับมาแล้ว
It’s My MTV
SlotMachine The Gray
MAX Day # 4
MAX Day # 3
MAX Day # 2
MAX Day # 1
Seed Awards ครั้งที่ 3 สัมภาษณ์
BIGMAX:ROCKSPACE รวมศิลปิน
BIGMAX:ROCKSPACE Slotmachine # 2
BIGMAX:ROCKSPACE Slotmachine # 1
Bike Festival - SlotMachine # 2
Bike Festival - SlotMachine # 1
MAX Day - SlotMachine
Hilight: CentralWorld Presents Melody of life - Friday , Slot Machine
One-2-Call! Max Stage Mobile # 2 - Slot Machine
BBA Charity Concert - Slot Machine
จิกกะบาล – slotmachine
ตอน 74 - SlotMachine
MV - slotmachine
MV หากฉันตาย - SlotMachine
Gallery - slotmachine
MOTO MASH UP @ Moon Star
Bangkok 100 Rock Festival 2008 by 100 Pipers ” 29-30 พ.ย.นี้
Virgin Hitz - We Rock BKK
MAX Day
“Seed Awards ครั้งที่ 3”
Bangkok 100 Rock Festival 2008 by 100 Pipers
Posted on Friday, September 26th, 2008
ดูรูปบรรยากาศไปพลางๆก่อนนะ ดูจากจำนวนศิลปินสิ
กดที่ภาพเพื่อดูได้เลย
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
อีกครั้ง! กับความมันส์ครั้งประวัติศาสตร์ของเทศกาลดนตรีร็อคที่ใหญ่ที่สุดใน Southeast Asia “ Bangkok 100 Rock Festival 2008 by 100 Pipers ” 29-30 พ.ย.นี้
100 Pipers กอดคอ สกายไฮฯ ชวนขาร็อคทั่วประเทศมาร็อคให้สนั่นกับความมันส์ครั้งประวัติศาสตร์อีกครั้ง ในเทศกาลดนตรีร็อคที่ใหญ่ที่สุดใน Southeast Asia “Bangkok 100 Rock Festival 2008 by 100 Pipers” (แบงค็อก ฮันเดรด ร็อค เฟสติวัล 2008 บาย ฮันเดรด ไพเพอร์ส) ที่รวบรวมวงร็อคชื่อดังทั้งฝั่งอเมริกาและฝั่งอังกฤษอย่าง Manic Street Preachers (เมนิค สตรีท พรีเชอร์) Hoobastank (อูบาสแทงค์) Ash(แอช) และอีกหลายวงชั้นนำจากต่างประเทศ ประชันความมันส์ทะลุพิกัดกับวงร็อคแนวหน้าของไทยอาทิ Modern Dog, Silly Fools, Ebola, Slot Machine, Tattoo color, Slur, Apartment Khunpa , Scrubb ,The Richman Toy ,Brandnew Sunset และวงอินดี้ร็อคอีกมากมายกว่า 40 วง ระหว่างวันที่ 29-30 พ.ย นี้ ที่ ร.1 พัน 1 รอ. ถนนวิภาวดีรังสิต
นาย เจฟฟรี่ คิมเบิล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท เพอร์นอต ริคาร์ด (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าดีลักซ์สก็อตช์วิสกี้ 100 ไพเพอร์ส เปิดเผยว่า “ฮันเดรด ไพเพอร์ส เชื่อว่าดนตรีเป็นความบันเทิงที่ผู้บริโภคชื่นชอบพึงพอใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะดนตรีแนวร็อคที่มีกลุ่มผู้ฟังเป็นจำนวนมาก ทั้งยังเป็นแนวดนตรีที่มีความเป็นสากลเป็นที่นิยมทั่วโลก เช่นเดียวกับความเป็นเวิร์ลดคลาสแบรนด์ ของฮันเดรด ไพเพอร์ส ยิ่งไปกว่านั้น ดนตรีร็อคเป็นดนตรีที่ต้องเล่นกันเป็นวง เป็นกลุ่มเพื่อน การชมคอนเสิร์ตร็อคก็ต้องมีเพื่อนๆ มาร่วมกันจึงจะมันส์ ซึ่งทั้งหมดนี้คือแบรนด์คาร์แร็กเตอร์ของ ฮันเดรด ไพเพอร์ส ที่ทุกคนจะทราบดีว่า มีทั้งความเป็นเพื่อน และการแบ่งปันฉลองความสุขกับผองเพื่อนอย่างจริงใจ แบบมิตรภาพแท้เต็มร้อย เช่นเดียวกับความเป็นสก็อตช์วิสกี้แท้ 100% ดังนั้น ฮันเดรด ไพเพอร์ส จึงให้การสนับสนุนคอนเสิร์ตของศิลปินทั้งระดับโลกจากต่างประเทศและศิลปินไทยเป็นจำนวนมากมาโดยตลอด
ล่าสุดที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงและยังคงได้รับการกล่าวขานถึงอยู่ เพราะเพิ่งจัด
กันไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้เองคือ ซีรีย์ ฮันเดรด ร็อค ดิอันเซนเซ่อร์ ที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการด้วยร็อคคอนเสิร์ตบนเรือเดินทะเลลำใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นคอนเสิร์ตที่ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างมาก จนทำให้เราเกิดกำลังใจที่จะสร้างสรรค์ปรากฏการณ์คอนเสิร์ตให้ยิ่งใหญ่ ซึ่งอะไรจะดีไปกว่า Bangkok 100 Rock Festival by 100 PIPERS ที่เคยสร้างความลือลั่นกันแบบข้ามประเทศ จนเป็นที่กล่าวขานถึงไปทั่วภูมิภาคนี้มาแล้ว”
Event Title Bangkok 100 Rock Festival 2008
Date 29-30 November 2008
Venue ร.1 พัน.1 รอ. (1st Battalion Regiment King’s Own Bodyguard)
Event Type The Biggest Rock Festival in SEA.
Artist Day 1: Main Stage Day 2 : Main Stage
1. HoobastankUS) 1. Manic Street Preachers (UK)
2. Melee (US) 2. ASH (UK)
3. As I Lay Dying (TBC) 3. Penny Century (TBC)
4. Ebola (THA) 4. ModernDog (THA)
5. Silly Fools (THA) 5. Apartment Khunpa (THA)
6. BrandNew Sunset (THA) 6. Scrubb (THA)
7. Slot Machine (THA) 7. Tattoo Colour (THA)
8. The Richman Toy (THA) 8. Slur (THA)
29 November 2008
Indie Stage Indie Stage
Max On the Rock Slam Stage 100% for Friends Slim Stage
1. Harem Belle 1. Greasy Café (Small room)
2. Ritalinn 2. The Mousses
3. Feeling in my Heart 3. The Papers
4. Silent Scream (THA) 4. จุ๋ย จุ๋ย ส์
5. Roses Fall 5. Kid Insane
6. Audition 1 6. Auditions 2
7. Butterfly Effect 7. Street Funk Rollers
8. Sick Lab 8. ภูมิจิตร
9. A-ZERO 9. Sound Landing
10. กล้วยไทย 10. อรอรีย์
30 November 2008
Indie Stage Indie Stage
Max On the Rock Slam Stage 100% for Friends Slim Stage
11. Oblivious 11. Saliva bastards
12. Born from Pain 12. Sunday Drive
13. Rabbit Dolls 13. Abuse the Youth
14 Sign of Silhouette 14. Redtwenty
15. UV 15. Stylish Nonsense
16. Chance 16. Death Trip
17. Hobbit 17. อัศจรรย์จักรวาล
18. Flame 18. Desktop Errors
19. Infamous 19. Revenge of A Cybermen
20. Sleeping Sheep (THA) 20. Futon
Ticket 1 Day Pass: 800 / 2 Days Pass: 1,400
Public sale 16 October 2008
Ticket Office Total Reservation 0 2833 5555
BTS Mo-chit Station / BTS Victory Monument Station
Emporium / Siam Paragon
The Mall Bang-kair / Ta-pra / Bang-kapi / Ramkumhang / Ngamwongwan
Hall 4 Impact Muang Thong Thani
www.totalreservation.com
Press Conference 1st Press Conference 25 September 2008
2nd Press Conference November 2008
Activity 1 Rock Band Audition: September - November
1.1 Showcase Day : 23,25 October 2008
1.2 Competition Day : 2 November 2008
1.3 Show Day : 29-30 November 2008
Sponsor 100 Pipers /Media Partner/CH V / MAX 94.5 ifeelmax / Komchad Lug/ a-day/Hamburger/Music Express/ The Guitar Mag/Overdrive/Happening/Bioscope/ Central Pattana /Central Department Store /Central World / Zen / Rs In store Media/Music Label/ Warner Music / Sony BMG / Platinum / Universal /Small Room / Dark side / Aborigin / 9 Rigter / Music Bug / I Believe / Panda Record /SO-ON /My the Gap
******************************
RETURN ! “BANGKOK 100 ROCK FESTIVAL 2008 BY 100 PIPERS ”
THE BIGGEST ROCK FESTIVAL IN SOUTHEAST ASIA ON THIS COMING 29th-30th NOVEMBER.
100 Pipers and Sky-High Network induce all Rock lover to join the biggest Rock festival “BANGKOK 100 ROCK FESTIVAL 2008 BY 100 PIPERS” Gathering the renowned international artists from US and Brit Rock from like Manic Street Preachers, Hoobastank, Ash, Melee and many more. Plus Thai new blood Alternative, Emo and Metal Rock as Modern Dog, Silly Fools, Ebolar, Slot Machine, Tatoo Color, Slurr, Apartment Khunpa, Scrubb, the Richman Toy, Brand new Sunset and over 40 Indy Rock bands performing during this coming 29th-30th November at Military Camp, Vibhavadirangsit Road opposite Surasakmontri School.
Mr. Jeffrey Kimble, the Director of Marketing and Business Development, Pernod Ricard (Thailand) Co.,Ltd., the No.1 imported deluxe Scotch Whisky 100 PIPERS reveals “Music is what 100 Pipers believes that it is one of the entertainment which simply pleasuring the satisfaction of consumer. Especially, Rock music always keeps the popularity among a large group of fans in Thailand and worldwide similar to 100 Pipers, our world class brand. Whenever a Rock music playing as a band, a group of friends are accompanying…..either good fun with good friends in joining this concert…”Friendship is a branding character of 100 Pipers” Sincerely sharing and celebrating a happiness with our friends is Give friends 100% similar to real 100% Scotch whisky. Thus, 100 Pipers has constantly sponsoring the world class concert of the international and Thai artists.
Recently ‘100 Rock the Uncensored’ on the last April, the concert on the largest sea barge in Thailand at Klongtoey Port, has receiving the great success and still renowning until today. It’s a new phenomenon in the concert industry with good feedback which causes us to still sponsoring “Bangkok 100 Rock Festival” in the year 2008, the renowned festival of this region.
Komsan Chetchotisak, Managing Director of Sky-High Network Co., Ltd under RS Public Co., Ltd. said “Sky-High and 100 Pipers the No.1 imported Scotch Whisky in Thailand by Pernod Ricard (Thailand) Co., Ltd has arranging the biggest Rock festival in Southeast Asia “Bangkok 100 Rock Festival 2008 by 100 Pipers”. It’s one of great Rock festival with 2 days noon til midnight with over 50 bands both international artists from US and UK : Manic Street Preachers, Hoobastank, Ash, Melee and more. Also, can’t be missed with Thai familiar artists like Modern Dog, Silly Fools, Ebola, Slot Machine, Tatoo Color, Slur, Apartment Khunpa, Scrubb, The Richman Toy, Brand New Sunset and over 40 Indy Rock bands during this November 29th-30 at Military Camp, Vibhavadirangsit Road. With over 30,000 sq.m of the event area, it’s able to contain over 30,000 audiences per day.
Target group mostly will be all Rock lover especially teens. With over 35 millions baht of investment, the event activities are consisting of Indy stage ‘Max on the Rock Indy Slam Stage’ for new blood Rock bands, Max Station for live simulcast for 2 days through Max 95.5 ‘I Feel Max’, over 100 indy shops, 20 branding restaurants, music shops by all international and Thai music companies and other Indy activities. Anticipate for being a greatest music festival at this year end.”
Boonperm Intanapasat, Business Development Director of Sky-High Network
Co., Ltd. as the “Promoter” of Bangkok 100 Rock Festival 2008 supported “This Rock festival has its own unique character emphasizing the unlimited Rock identity which composing of concert, music store, souvenir shop, restaurant, art gallery, street art, Indy ctivities and many more. It can be said it’s the combination of most renowned Rock artists in Southeast Asia.
Main attraction for Rock lover and other music lover that should not be
missed is the trend update of Thai and international Rock music which is the hottest fashion for real Rock fans or followers. They would find varieties of Rock music such as Hard Core, Death Core, Emo, Brit Rock, Garage and more with over 10 hours per day by over 50 artists for 2 days on 3 stages : Indy Slam Stage (heavy Rock) / Indy Slim Stage (easy Rock) and Main stage (the performance stage of renowned international and Thai artists) On November 29th, Rock from US like Hoobastank the Punk Metal, Post-Grunge and alternative Rock or a Rock band like Melee with their hit song “Built to Last” top chart in Bangkok and
Asia whilst November 30th, meet with real Brit Rock from UK like Manic Street Preachers who many thousand of fans waiting for over 15 years, another Brit Rock band ‘ASH’ with their hit songs ‘Polaris, You Can’t Have It All” and other international artists. Against with Thai extreme Indy Rock bands on same stage like Modern Dog, Ebola and others in full concert.
Many thousands of Thai fans and foreigners would join the festival, highly
recommend to reserve tickets or see the festival details including concert schedule of each artists or activities at www.bangkok100rock.com
Gratify your soul with world international Rock and Thai bands. Booking ticket on this coming October 16th, 2008 onwards : 1 day ticket = 800 baht / 2 day ticket = 1,400 baht at www.totalreservation.com and all branches of Total Reservation or Mo Chit and Victory Monument BTS station. For information, contact (02) 833-555 or see www.bangkok100rock.com or www.100community.com
melee
Origin : Orange County, California, United States
Genre(s) : Pop rock
Years active : 2000–present
Label(s) : Warner Bros. Records
Hopeless Records
Official Website : www.meleerocks.com
Band Members
• Chris Cron (vocals, keyboard, guitar)
• Ricky Sans (guitar, vocals)
• Ryan Malloy (bass, vocals)
• Mike Nader (drums)
Influenced by the songwriting classicism of piano men Elton John, Coldplay’s Chris Martin, and neo-soul star John Legend, Mêlée present their own style of carefully crafted melodic pop on Devils & Angels, the quartet’s debut album for Warner Bros. Records, was released on April 3rd. The songs, which range from driving pop-rock anthems to uplifting power ballads, are characterized by solid hooks, lilting melodies, and frontman Chris Cron’s soaring vocals and expressive piano-playing.
On tracks like first single, “Built to Last,” Mêlée display a grown-up songcraft, one with an unabashed emotionalism uncommon in young bands these days. Upon first listen, Devils & Angels may sound like an album full of relationship songs, but dig deeper and you’ll find reflections on “getting in fights with friends, songs about friends coming home from college and not being able to get jobs,” says Cron. “The album is about being in your ’20s in modern America. It’s about our experiences right now - with life, love, friends - and asking questions about where we’re going and what’s going to happen. That’s the whole theme.”
Adds guitarist Ricky Sans: “There are obviously several really optimistic love songs, but others have to do with problems that our friends and loved ones were going through.” “Imitation” deals with one of Sans’ girlfriends finding out that her sister was schizophrenic. “I was carrying a lot of weight dealing with this broken family who were being torn apart by all this crazy stuff,” he says. “And the song is about how there’s nothing you can do but hope for the best and be there for the people in your life.”
The stunning piano ballad “Can’t Hold On” is about someone Cron knew who died. “I was concerned about why I wasn’t getting really upset,” he says. “I thought, ‘What’s wrong with me? I don’t want to be an emotionless robot. I want to be able to feel like everyone else.’” Then there’s “Rhythm of Rain,” which is inspired by Hurricane Katrina. “We were actually in New Orleans for the first time a week before the storm hit,” Sans says. “We loved the city, so the disaster hit close to home. We wrote the song from the perspective of how sometimes terrible things happen and all you can do is accept it and try to make the best out of it.”
“Then, of course, we have songs about crazy ex-girlfriends,” he adds with a laugh. “We try to cover all the bases.”
Cron and Sans have been writing songs together for eight years, and share song-writing duties on the album. For Cron, the process starts with sitting down at the piano or with a guitar and seeing if anything comes. “I’m more methodical and organized, whereas Rick,” who says his songwriting usually begins with a lyric or part of a poem, “is more into an instant ‘if it sounds good, go with it’ approach,” Cron says.
“Rick and I can’t really be described without our differences,” Cron continues. Adds Sans: “We were raised very differently and had very different experiences growing up, which has given us each a unique view of how we see the world. So when we come together to write, we tend to butt heads trying to agree on a message that we both feel is truthful. We both have such strong personalities, so we just work it out til we’re both happy. It can be a tough process, but the end product is very genuine. I think it works because the songs have a universal perspective that comes as a result of two different people coming together as one.”
“One thing we do agree on though is that a song really needs to emotionally connect, even if it’s a tongue-in-cheek pop song,” Cron says.
Devils & Angels was produced by in-demand studio wiz and 2006 Grammy Award nominee for “Producer of the Year” Howard Benson, who might be considered an unusual choice given his work with harder-edged bands such as My Chemical Romance, All-American Rejects, and Head Automatica. “It turns out that Howard is really big into ’70s pop artists,” Cron says, “and he’s a piano player himself, so keyboards are his main focus as far as instruments. He wanted to do a record like ours for a long time, but hadn’t found the right band yet. He really helped steer us in the right direction, while at the same time, let us be creative and roam free.”
That freedom included letting Cron’s piano become something of a second lead vocalist. Cron started playing piano at age 5 and took jazz piano lessons in college (”which really opened me eyes to what I could do on the piano other than playing Bach”), but didn’t start writing songs until he picked up a guitar at age 12. “I didn’t think piano was cool at the time,” he says. “I used to hate going to lessons, but then I got the guitar and was like ‘Oh, I can write songs and maybe girls will like me.’”
He and childhood friends Sans and bassist Ryan Malloy played music together all through high school in Orange County, but got serious about it while attending college. They signed to Hopeless Records, and brought drummer Mike Nader into the fold. In 2003, Hopeless released an EP, Against the Tide, followed by a full-length album in conjunction with indie label Sub City, Everyday Behavior, in 2004. That album - which reflected the guys’ early love of power pop and late-’90s ska - sold 15,000 copies and led to a major-label bidding war for their talents. Mêlée signed with Warner Bros. Records in September 2005.
Since then, they have appeared on the Warped Tour, the Take Action! Tour, where they performed alongside The Donnas, Sugarcult, and Motion City Soundtrack, and hit the road with Bowling For Soup, Bayside, and The Junior Varsity, among others. In March and April, they will tour with The Early November and The Rocket Summer in support of Devils & Angels. And the highlight throughout all of this? “Just being with your best friends, traveling the country playing music, and watching everything that we’ve ever dreamed of happening actually happen,” says Cron, “slowly, one step at a time.”
Discography
Albums
• Everyday Behavior (Jun 29, 2004) Sub City Records/Hopeless Records
• Devils & Angels (Mar 05, 2007) Warner Bros. Records
Singles
• An Existential Guide To Love (EP) (2000) (Self-Released/Out Of Print)
• Transmission (EP) (2001) (Self-Released/Out Of Print)
• Mêlée (Self-Titled)(EP) (2002) (Self-Released/Out Of Print)
• Against the Tide (EP) (July, 08, 2003) Sub City Records/Hopeless Records
• Can’t Hold On (Oct 24, 2006) Warner Bros. Records
• Built To Last (Jan 16, 2007) Warner Bros. Records
• New Heart/Sick (Aug 28, 2007) Warner Bros. Records
Hoobastank
Origin : Agoura Hills, California, United States
Genre(s) : Alternative rock, Post-grunge,Funk metal
Years active : 1994–present
Label(s) : Island
Website : http://www6.islandrecords.com/site/artist_home.php?artist_id=316
Band Members
• Doug Robb (Vocal)
• Dan Estrin (guitar)
• Chris Hesse (Drummer)
• Josh Moreau
Hoobastank’s origin can be traced back to Agoura Hills, California USA, in 1994, when vocalist Doug Robb and guitarist Dan Estrin formed this Alternative-Rock band, with bassist Markku Lappalainen and drummer Chris Hess.
The quartet made their debut with the release of a self-titled album in late 2001, it reached the #25 on The Billboard Top 200 chart and went platinum thanks to the heavy spin of single “Running Away”, the track hit #2 on The Modern Rock chart and reached the #44 on The Billboard Hot 100; the album also contained two more Modern Rock top 30 hits including the top 3 “Crawling In The Dark” and “Remember Me”.
Two years later, the Californian act, returned with its second effort, “The Reason”, which was even more wildly successful climbing into the top 3 of The Billboard 200 Albums chart, generating a string of smashes like the Modern Rock top 10 hit “Out Of Control” and “Same Direction” which peakead at #14 in that chart and the album had the massive multi-format hit single in its title-track, the song rose to #2 on The Billboard Hot 100, hit #1 on The Modern Rock list and the top spot on the Triple-A airplay charts.
April 2005 saw Hoobastank release their third full-length CD, “Every Man For Himself”, it includes the singles “If I Were You” and “Inside Of You”.
*****************************
Discography
Hoobastank(2001)
The Reason(2003)
Every Man For Himself(2006)
Albums
• Everyday Behavior (Jun 29, 2004) Sub City Records/Hopeless Records
• Devils & Angels (Mar 05, 2007) Warner Bros. Records
Singles
• An Existential Guide To Love (EP) (2000) (Self-Released/Out Of Print)
• Transmission (EP) (2001) (Self-Released/Out Of Print)
• Mêlée (Self-Titled)(EP) (2002) (Self-Released/Out Of Print)
• Against the Tide (EP) (July, 08, 2003) Sub City Records/Hopeless Records
• Can’t Hold On (Oct 24, 2006) Warner Bros. Records
• Built To Last (Jan 16, 2007) Warner Bros. Records
• New Heart/Sick (Aug 28, 2007) Warner Bros. Records
Compilations
• OCSka.com Compilation CD (2001) Ocska.com
• Featuring “Last Chance”
• Rock Your Socks Off! (2001) Mr. Good Records
• Featuring “Audra”
• The Best of Orange County, Volume 1 (2002) Tankfarm Records
• Featuring “Francesca”
• Because We Care: A Benefit for the Children’s Hospital of Orange County (2002) Gluefactory Records
• Featuring “Goodnight For Now”
• Hopelessly Devoted to You Vol. 5 (2004) Hopeless Records/Sub City
• Featuring “New Day” and “Francesca”
• In Honor: A Compilation To Beat Cancer (2004) Vagrant Records
• Featuring “The War” (Piano Version)
• Hopelessly Devoted to You Vol. 6 (2006) Hopeless Records/Sub City
• Featuring “The War” (Alternate Version) and “The War” (Music Video)
*****************************
ASH
Origin : Downpatrick, Northern Ireland
Genre(s) : Alternative rock
Punk rock
Britpop
Years active : 1992–present
Label(s) : Infectious (UK),
Warner Bros. Records (USA)
Official website: http://www.ash-official.com
Band Members
• Tim Wheeler (vocals and guitar)
• Mark Hamilton (Bass guitar)
• Rick McMurray (Drummer)
Alternative-Rock Punk-Pop act from Downpatrick, NORTHERN IRELAND and originally consisted of singer+guitarist Tim Wheeler, bass player Mark Hamilton and drummer Rick McMurray; they started playing together in the first half of the ’90s.
Their first single, “Jack Names The Planets”, came out in 1994 appearing in advance of their debut album, “Trailer”.
In late 1995 “Girl From Mars” entered the top 10 of the Official U.K. Singles chart, two more British hit singles “Goldfinger” and “Oh Yeah” propelled the band’s second effort, “1977″, to the top of the U.K. Albums chart and helped pump album sales to nearly one million copies worldwide.
Over the course of 1997, having expanded the line-up to include the new guitarist Charlotte Hatherley the group toured the world.
The next year saw the release of “Nu-Clear Sounds”, the album failed to replicate its predecessor’s commercial performance because, under pressure to deliver a follow-up to the success of “1977″, Wheeler suffered writer’s block.
The band resurfaced in early 2001 with the British top 10 hit single “Shining Light” which preceded “Free All Angels”; soon after the album release, the second single, “Burn Baby Burn”, peaked at #13 in U.K. chart, their fourth album topped the British charts and generated two more hit singles: “Sometimes” and “Candy”; “Free All Angels” appeared in the U.S. in June 2002 and conquered the top 20 of the Billboard Magazine’s Heatseekers list.
That same year, Ash, released a double-CD compilation of all their singles and B-sides called “Intergalactic Sonic 7″s” which also included the previously unreleased track “Envy”.
“Meltdown” was issued in mid-2004 going straight into the top 5 of the British Albums chart and spawning the top 10 hit single “Orpheus”.
Discography
Trailer(1994)
1977(1996)
Nu-Clear Sounds(1998)
Free All Angels(2001)
Intergalactic Sonic 7″s(2002)
Meltdown(2004)
Twilight Of The Innocents(2007)
Manic Street Preachers
Origin : Blackwood, Caerphilly, Wales, UK
Genre(s) : Alternative rock
Indie rock
Britpop
Hard rock (Early material)
Years active : 1986–present
Label(s) : SonyBMG/Columbia
Website : www.manics.co.uk
Band Members
• James Dean Bradfield (lead vocals, guitar)
• Nicky Wire (bass guitar, vocals)
• Sean Moore(drums, vocals)
The Glam-Rock outfit Manic Street Preachers was formed in Blackwood, WALES in the late ’80s; their members then were vocalist+guitarist James Dean Bradfield, rhythm guitarist+lyricist Richey James, bassist Nicky Wire and drummer Sean Moore.
The band landed its first record deal in 1990, signing to the indie label, Damaged Goods who released their debut disc, apart from there home pressed “Suicide Alley”, a 12-inch 4-track EP entitled “New Art Riot”.
Manic Street Preachers’ first full-length disc, “Generation Terrorists”, was released as a double album in England in February 1992; the band quickly became a favourite of the media and the album managed to crack the U.K. Top 20.
Taking the heavy-Rock inclinations of “Generation Terrorists” to an extreme, the Manics delivered a flawed but intriguing second album with “Gold Against The Soul”; despite somewhat mixed reviews, the disc hit the top 10 in U.K. upon its June 1993 release.
The Welsh quartet returned a year later with another British top 10 album, “The Holy Bible”; the record was the last to feature Richey James, the main songwriter was a very troubled young man, he was anorexic and had severe depression problems; in early 1995 James disappeared. His car was found in a parking lot near a bridge, his body was never found and no one saw him jump off the bridge, he simply vanished off the face of the earth.
In spite of James’ absence, Manic Street Preachers continued as a trio, releasing 1996’s “Everything Must Go”, a huge commercial and critical success in the U.K. where it rose to #2 on the Official Albums chart spawning no less than four hit singles: “A Design For Life”, the title-track, “Kevin Carter” and “Australia”.
The follow-up album, “This Is My Truth, Tell Me Yours”, finds them putting the tragedy behind them and flourishing as a three-piece outfit; the disc, which was released in August 1998, shot to #1 on the U.K. Pop Albums chart highlighted by the monster hit “If You Tolerate This Your Children Will Be Next”.
Manic Street Preachers didn’t deliver its sixth studio album, “Know Your Enemy”, until March 2001; it peaked at #2 in U.K. generating two top 10 hit singles with “So Why So Sad” and “Found That Soul”. During their world tour in support of “Know Your Enemy”, The Manics became the first major Rock band to play Cuba in over two decades.
“Lifeblood” arrived in late 2004, but the three-and-a-half year gap had seemingly lost the band a lot of fans as the album failed to match either the sales or chart success of the group’s previous record. However, the two singles off the CD, “The Love Of Richard Nixon ” and “Empty Souls” peaked at #2 on the U.K. Pop chart.
Manic Street Preachers returned in May 2007 with “Send Away The Tigers”; the new album includes the single “Your Love Alone Is Not Enough” featuring The Cardigans’ Nina Persson.
In February 2008 the Manics covered Rihanna’s hit song “Umbrella”. Their version appeared on a CD titled NME Awards 2008 given away free with a special souvenir box set issue of the NME magazine, which went on sale 27th February.
***************************
Discography
Generation Terrorists(1992)
Gold Against The Soul(1993)
The Holy Bible(1994)
Everything Must Go(1996)
This Is My Truth Tell Me Yours(1998)
Know Your Enemy(2001)
Lifeblood(2004)
Send Away The Tigers(2007)
Awards
• One of The Writers’ Best Albums (Everything Must Go) of 1996 - The Daily Telegraph
• Writers’ Best Album (Everything Must Go) of 1996 - Melody Maker
• Reader’s Band of 1996 (Runner Up) & “Writers’ Album (Everything Must Go) of 1996″ - NME
• Writers’ Best Live Band of 1996 - NME Brat Award
• “Writers’ Best Album (Everything Must Go) of 1996 - Vox
• Writers’ Best Album (Everything Must Go) of 1996 - The Sunday Times
• “Writers’ Best Album (Everything Must Go) of 1996 - Sky
• Writers’ Best Album (Everything Must Go) of 1996 & Readers’ Best Album (Everything Must Go) of 1996 - Select
• Readers’ Best Album (Everything Must Go) of 1996 - Q Awards
• Writers’ Best Album (Everything Must Go) of 1996 - Music Week
• One of Writers’ Top Ten Albums (Everything Must Go) of 1996 - Metal Hammer
• Writers’ Album (Everything Must Go) of 1996 (Runner Up) - Kerrang!
• One of Writers’ Top Five Albums (Everything Must Go) of 1996 - Independent On Sunday
• Readers’ Best Album (Everything Must Go) of 1996 - Hot Press
• Writers’ Best Album (Everything Must Go) of 1996 - The Guardian
• Best Album & “Best Group” - BRIT Awards, 1997
• Best Band In The World Today - Q Awards, 1998
• Best Album & “Best Group” - BRIT Awards, 1999
• Best Live Act - Q Awards, 2001[11]
• Q Merit Award - Q Awards, 2006
• Best Track (Your Love Alone Is Not Enough) - Q Awards, 2007
• ‘God Like Geniuses’ - Shockwaves NME Awards, 2008
********************************
ARTIST : Modern Dog
ALBUM : ทิงนองนอย
STYLE : อัลเทอร์เนทีฟ
LABEL : -
Modern Dog กลุ่มนักดนตรีร็อกของไทย เป็นหนึ่งในกลุ่มดนตรีกลุ่มแรก ๆ ที่จุดประกายดนตรีนอกกระแส (อัลเทอร์เนทีฟ) ให้เป็นที่นิยมได้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. 2537
Modern Dog เริ่มต้นจากการเป็นวงนักศึกษาที่ชนะการประกวด โค้กมิวสิกอวอร์ด ในปี พ.ศ. 2535 หลังจากนั้นก็ได้ออกอัลบั้มชุดแรก โมเดิร์นด็อก ในปี พ.ศ. 2537 กับค่ายเบเกอรี่มิวสิก โดยมี “สุกี้” กมล สุโกศล แคลปป์ เป็นผู้อำนวยการผลิตให้ ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวของดนตรีแบบ ฟังก์ โซล โมเดิร์นร็อก และกรันจ์ อัลบั้มชุดนั้นประสบความสำเร็จอย่างมาก และเป็นการจุดประกายดนตรีนอกกระแสของประเทศไทยนับตั้งแต่นั้น
สมาชิก ปัจจุบันมี 3 คน ประกอบด้วย
ธนชัย อุชชิน (ป๊อด) ร้องนำ, กีตาร์
เมธี น้อยจินดา (เมธี) กีตาร์
ปวิณ สุวรรณชีพ (โป้ง) กลอง
ในการกลับมาแต่ละครั้งของพวกเขามักจะไม่ธรรมดาเสมอ สำหรับศิลปินผู้เปิดตำนานอัลเทอเนทีฟร็อควงแรกในเมืองไทยอย่าง “Modern Dog” และในครั้งนี้ก็เช่น กันหลังจากที่ห่างหายไปนานถึง 4 ปี กับอัลบั้มใหม่ที่มีชื่อแปลกแหวกแนวว่า “ทิงนองนอย” ที่เพียงแค่เปิดตัว ซิงเกิ้ลแรกกับเพลงที่มีชื่อว่า “นิยาย” ซึ่งเปิดตัวแบบตามใจฉันด้วยการประกาศให้แฟนๆ ตัวจริงได้ทดลองฟังเพลงและมีไว้ในครอบครองก่อนอื่นใดทั้งสิ้น โดยสามารถดาวน์โหลดเพลงกันแบบฟรีๆ ผ่านทางเว็บไซต์ทางการของพวกเขานั้น ปรากฏว่า… สาวกตัวจริงก็ทำเอา www.moderndog.biz ถึงกับเวปล่มไปหลายชั่วโมง จนแฟนๆ ต้องลุ้นกันตัวโก่งว่าจะดาวน์โหลดเพลงเป็นของตัวเองก่อนใครได้สำเร็จหรือไม่ !!! เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวงร็อคชั้นนำของไทยที่คอยสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆให้กับวงการเพลง
ARTIST : Ebola
STYLE : Rock
SONG TITLE : สิ่งที่ฉันเป็น
LABEL : Warner Music Thailand
อีโบล่าพร้อมแล้วกับ Single เปิดตัวอัลบั้ม “วิถีทาง” เพลงที่ยังคงความหนักแน่นในแบบของพวกเขา รวมทั้งเนื้อหาของเพลงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสาระทางความคิดที่พวกเขาได้สัมผัสมาตลอดทุกเส้นทางจากทุกอัลบั้ม นอกจากที่จะเน้นความหนักหน่วงของดนตรีแล้วพวกเขายังทดลองวิธีใหม่โดยนำวงเครื่องสายชุดใหญ่เข้ามาประกอบในเพลงเพิ่มให้รู้สึกถึงความนุ่มนวลปนความหนักแน่นของดนตรีที่แปลกใหม่ของอีโบล่า
ชื่ออัลบั้ม The Way ได้สื่อให้เห็นถึงวิถีทางของวงอีโบล่ากับเส้นทางที่ผ่านมาทั้งหมดในวงการ และย่างก้าวในแต่ละก้าวจากใต้ดินสู่บนดินจนกระทั่งเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ และอัลบั้มชุดนี้ถือเป็นอีกก้าวที่สำคัญของอีโบล่าที่จะได้พิสูจน์ให้แฟนๆได้เห็นว่าดนตรีรวมถึงวิธีการคิดของพวกเขาในอัลบั้มชุดนี้ จะต้องเติบโตไปพร้อมกับความคิดและวิถีชีวิตของแฟนๆทุกคน และไม่ว่าจะเป็นอย่างไรการตัดสินใจในแต่ละอัลบั้มล้วนมีเหตุผลและความกล้าที่จะนำความแปลกใหม่เข้ามาผสมผสานอยู่เสมอก่อนที่จะพามันออกไป
จุดเริ่มของเพลงทั้งหมดและการทำงานในสตูดิโอของอัลบั้ม The Way แตกต่างจากอัลบั้ม Enlighten โดยสิ้นเชิงเพราะอีโบล่าเริ่มต้นงานเพลงของตัวเองผ่านจินตนาการของแต่ละคนก่อนจะนำมารวมกันเพื่อคัดเลือกที่ดีที่สุดมาเป็นแต่ละเพลง นอกจาก “วิถีทาง” เพลงเปิดตัวอัลบั้มแล้วยังมี “เข็มทิศ”เพลงบัลลาดของอีโบล่าที่สะท้อนถึงคนที่กำลังจะสิ้นความหวังและหนทางก่อนที่จะเรียกหากำลังใจจากใครสักคน, “เงา” เพลงที่ใช้เตือนสังคมในด้านปรัชญาความดีกับความเลว, “Burn Down” เอ๋ (ร้องนำ) แต่งขึ้นมาเพื่อให้กำลังใจกับคนที่กำลังต่อสู้กับทุกอย่างบนหนทางที่มีแต่ขวากหนามถึงแม้จะสู้จนตัวตาย ก็ยอม “ดาวดวงสุดท้าย” นี่คือครั้งแรกของอีโบล่าที่เริ่มต้นทำเพลงจาก Piano โดย จอรจ์-วารุศ (Producer) เบื้องหลังความสำเร็จของเพลง “สิ่งที่ฉันเป็น” นอกจากนั้นอัลบั้มชุดนี้ยังเป็นอัลบั้มแรกที่ อีโบล่าได้ร่วมงานกับ Rivermaya วงร็อกร่วมค่ายชื่อดังระดับเอเชียจากฟิลิบปินส์ที่มาเพิ่มความพิเศษให้กับอัลบั้ม
EBOLA เป็นที่รู้จักในแวดวงดนตรีใต้ดินอย่างทั่วถึงและเป็นที่ยอมรับในกลุ่มคนฟังเพลงในรูปแบบเดียวกันในช่วงปี 1996 โดยทางวงได้ทำการแสดงอย่างต่อเนื่องในรูปแบบเพลงของตัวเอง และเพลงคัฟเวอร์ในสไตล์เมทัลปี 2006 อีโบล่าเข้าสู่ปีที่ 10 “SURVIVOR CONCERT” คอนเสิร์ตครั้งแรกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของสมาชิกทั้ง 5 รวมถึงสาวกที่เหนียวแน่นมาตลอด 10 ปี ก็เกิดขึ้น ทำให้ ธันเดอร์ โดม เมืองทองธานี เสาร์ที่ 25 มีนาคม 2006 วันนั้นกระหึ่มทั่วทั้งโดมและเต็มไปด้วยเสียงของทั้งเพลงเก่าจนถึงเพลงใหม่ที่พวกเขาต่างฝ่าฟันและอยู่รอดกันมาได้ถึง 10 ปีเต็ม
ARTIST : Apartment Khunpa
STYLE : Rock
SONG TITLE : ลิปสติกบนลิปสติก , ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ
LABEL : Spicy Disc
วงดนตรีร็อคที่มีส่วนผสมของดนตรี Funk, Jazz, Blues และ hip-hop บวกกับเนื้อหาที่ครอบคลุมทุกอย่างรอบๆตัว ตั้งแต่ เศรษฐกิจ, การเมือง, ศาสนา, Sex, และความรัก มีผลงานมาแล้ว 2 อัลบั้มกับ 1 อีพี และกำลังจะมีอัลบั้มใหม่ “สมรสและภาระ” ในเร็วๆนี้
ผลงาน
Bangkok love story (Album)
Your first kiss (EP)
Romantic Comedy (Album)
สมรสและภาระ (Album)
ARTIST : Silly Fools
STYLE : Rock
SONG TITLE : โง่ , เหนื่อยแล้ว
LABEL : RS [Public] Co.,Ltd
SillyFools เป็นวงดนตรีที่มีประสบการณ์ทำงานเพลงมายาวนาน ถือว่าเป็นศิลปินที่มีการทำงานเพลงที่ชัดเจน บ่งบอกความเป็น SillyFools ได้ทุกครั้ง หากมีใครได้ยิน ทั้งยังเป็นที่ยอมรับของกลุ่มนักดนตรีและผู้ฟังทั่วประเทศ ว่าเป็นศิลปินร๊อคชั้นแนวหนาของวงการเพลงไทยสากล
พบกับ สุดยอดวงร็อค Silly Fools ที่มาพร้อมกับบทเพลงร็อคสุดร้อนแรงของพวกเขาทั้งจากอัลบั้มใหม่ล่าสุด The One อาทิเช่น เราเป็นคนเลือกเอง ,โง่ , เหนื่อยแล้ว , ไกล เพลงเหล่านี้เกี่ยวกับความรัก ความคิดถึง และอีกมากมายในอัลบั้ม “The One” ห้ามพลาดเด็ดขาด!
Silly Fools หรือมีชื่อย่อว่าที่เรียกขานกันว่า SF แต่เดิมวงมีชื่อว่า Silly Foolish โดยมี ต้น เป็นผู้ก่อตั้งวง งานชุดแรกออกกับค่ายเบเกอรี่มิวสิก ในปี 2539 ชุด E.P. และอัลบั้มที่เหลือออกกับค่ายมอร์มิวสิค/แกรมมี่ ทั้งหมด Silly Fools มีสมาชิกในวงทั้งหมด 4 คน ซึ่งมีได้การเปลี่ยนสมาชิกในตำแหน่งมือกลองภายในวงเกิดขึ้น โดยที่ 2 ชุดแรก คือ E.P. และ I.Q. 180 ตำแหน่งกลองคือ เต้ย กอบภพ ใบแย้ม ได้เปลี่ยนมาเป็น ต่อ ต่อตระกูล ใบเงิน ตั้งแต่ชุด Candyman จนถึงอัลบั้มล่าสุด ต่อมา โต ณัฐพล (ร้องนำ) ได้ลาออกจากวง ในที่สุด Silly Fools ต้น หรั่ง ต่อ เริ่มโปรโมตอัลบั้มใหม่ตามสื่อต่างๆ ทั้งหนังสือพิมพ์ และได้ไปออกรายการวิทยุตามสถานีต่างๆ เกี่ยวกับอัลบั้มใหม่ที่จะวางแผงในต้นปีหน้า ในชื่อชุดว่า “Mini” เป็นเพลงภาษาอังกฤษจำนวน 5 เพลง ซึ่งนักร้องคือ Benjamin Jung Tuffnell โดยมีเพลง Stay Away เป็นเพลงเปิดตัว และจากนั้นจึงได้มีอัลบั้มตามออกมาอีก 2 อัลบั้ม คือ Mini (2550) และ The One (2551)
สมาชิก Silly Fools ในปัจจุบันประกอบไปด้วย :
เบนจามิน จุง ทัฟเนล (เบน) ร้องนำ
จักรินทร์ จูประเสริฐ (ต้น) กีตาร์
เทวฤทธิ์ ศรีสุข (หรั่ง) เบส
ต่อตระกูล ใบเงิน (ต่อ) กลอง
ARTIST : Slot Machine
STYLE : Rock
SONG TITLE : ผ่าน
LABEL : Sony BMG Music Entertainment Thailand
Slot Machine (สล็อต แมชีน) ศิลปินร็อครุ่นใหม่ที่มาแรงและเป็นที่จับตามองมากที่สุดอีกวงหนึ่งในขณะนี้ จากผลงานสร้างชื่ออย่างเพลง “ผ่าน” ซึ่งสร้างความฮือฮาให้กับวงการเพลงไทย ด้วยซาวนด์ดนตรีที่แตกต่างและเนื้อหาดีๆที่แฝงอยู่ในบทเพลง จนทำให้เพลงนี้คว้ารางวัล Song Of The Year จากเวที Seed Awards และยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลทางดนตรีอีกหลายสาขาจากหลายสถาบัน
จากจุดเริ่มต้นของ First (เฟิร์ส - ร้องนำ) และ แก๊ก (เบส) 2 เพื่อนนักเรียนมัธยมจากโรงเรียนสาธิตศิลปากรที่ร่วมกับเพื่อนอีก 2 คน ก่อตั้งวง “อะลุ้มอะหล่วย” และเริ่มฉายแววความสามารถด้วยการคว้ารางวัลจากการประกวดดนตรี อาทิเช่น รองชนะเลิศอันดับ 2 จากเวทีศิลปากร มิวสิคอะวอร์ด และรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ฮอตเวฟ มิวสิค อะวอร์ด ครั้งที่ 6
ในปี 2547 ทั้ง 4 สมาชิกของ “อะลุ้มอะหล่วย” ก็ได้มีโอกาสออกอัลบั้มชุดแรกกับ โซนี่ มิวสิค บีอีซี-เทโร (ซึ่งต่อมาคือ โซนี่ บีเอ็มจี ในปัจจุบัน) โดยพวกเขาเลือกที่จะเปลี่ยนชื่อวงจาก “อะลุ้มอะหล่วย” มาเป็น “Slot Machine” โดยมีอัลบั้มแรกที่ใช้ชื่อเดียวกับชื่อวง มีเพลงดังอย่าง “รอ” บทเพลงในแนวบัลลาดร็อคที่เปิดโอกาสให้เฟิร์สได้โชว์พลังเสียงแบบเต็มๆ และแจ้งเกิดในฐานะนักร้องนำคุณภาพคนใหม่ของวงการเพลงไทย
ปี 2549 Slot Machine มาพร้อมกับจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้นจาก 4 เป็น 5 คน และสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการเพลงร็อคด้วยอัลบั้ม “Mutation” (มิวเทชั่น) งานเพลงคุณภาพที่สร้างมาตรฐานใหม่ด้วยซาวนด์ดนตรีที่แปลกและแตกต่าง กับบทเพลงคุณภาพอย่าง “ผ่าน”, “คำสุดท้าย” และอีกหลายเพลงในอัลบั้ม ที่ส่งให้ Slot Machine ขึ้นทำเนียบวงร็อครุ่นใหม่ที่น่าจับตามองของยุคนี้
นอกจากการถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลทางดนตรีจากหลายสถาบันแล้ว ความสำเร็จของอัลบั้ม “Mutation” ยังเปิดโอกาสให้ Slot Machine ได้รับเชิญเป็นวงเปิดการแสดงให้กับคอนเสิร์ตของวงร็อคระดับโลก Linkin Park Live In Bangkok 2007 ที่ผ่านมาอีกด้วย
วันนี้ด้วยประสบการณ์ทางดนตรีและฝีมือที่พัฒนาขึ้น Slot Machine พร้อมแล้วที่จะนำเสนอผลงานชุดใหม่ อัลบั้มลำดับที่ 3 ที่ใช้ชื่อว่า “GREY” (เกรย์) งานเพลงที่ตอกย้ำความชัดเจนในตัวตน และแนวทางดนตรีของ Slot Machine ได้เป็นอย่างดี
ARTIST : Scrubb
STYLE :
SONG TITLE :
LABEL : Sony BMG Music Entertainment Thailand
เมื่อย-ธวัชพนธ์ วงศ์บุญศิริ ในตำแหน่ง ร้องนำ และบอล-ต่อพงศ์ จันทรบุปผา ในตำแหน่ง กีตาร์ 2หนุ่มวง scrubb เจ้าของรางวัล รางวัล Fat award ครั้งที่ 3 สาขาศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม , รางวัลศิลปินอินดี้แห่งปี แฮมเบอร์เกอร์อะวอร์ด ครั้งที่ 2
scrubb ได้ออกผลงานมาแล้วทั้งหมด 2 อัลบั้ม อัลบั้มแรก ‘scrubb’ (2546) และอัลบั้มที่สอง ‘club’ (2548)
หลังจากที่ scrubb ห่างหายจากวงการเพลงไปนานกว่า 2 ปี วันนี้พวกเขากลับมาแล้วกับผลงานชุดที่ 3 เป็น ICD 5 เพลง ที่ใช้ชื่อว่า ‘mood’ ที่ทางวงให้คำจำกัดความของงานชุดสั้นๆ นี้ว่า “สนุก”
scrubb เป็นวงที่มีความชัดเจนในจุดยืนของพวกเขากับแนวดนตรีที่เป็น Brit Pop โดย เมื่อย จะรับหน้าที่หลักในการเขียนเนื้อร้องและ ร้องนำ ส่วน บอล จะรับหน้าที่ในการทำดนตรี แต่ในอัลบั้มนี้มีโอกาสได้ร่วมงานกับคนแต่งเพลงคุณภาพอย่าง พี่ บอย ตรัย และพี่ วิภว์ บูรพาเดชะ บก.นิตยสาร Happening
เมื่อย และ บอล ได้พูดถึงความพิเศษของอัลบั้มนี้ว่า
“ผมกับเมื่อยนั่งคุยกันว่า scrubb เป็นวงที่โตขึ้นมาโดยที่ไม่ยึดติดกับกรอบหรือติดกับรูปแบบ แต่เกิดจากที่พวกเราลงมือลุยกันเองได้ทดลองอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่เคยทำหรือที่ไม่เหมือนชาวบ้าน ลองผิดลองถูกจนสุดท้ายก็ลงตัวเป็น scrubb ทำให้ในอัลบั้มนี้เราเอาความไม่ยึดติดกับรูปแบบของซีดีแบบเก่ามาแต่มาเพิ่มเติมและดัดแปลงเพื่อให้เกิดความแปลกใหม่ขึ้น โดยเราได้เพิ่มความความแตกต่างในเรื่องของ content เข้ามานั้นก็คือในส่วนของ Interactive เราเลยอยากจะเรียกลักษณะซีดีแบบนี้ว่า ICD (Interactive CD) ที่ได้รวบรวมเอาประวัติ รูปภาพ มิวสิควิดีโอ คอร์ทเพลงและเบื้องหลังการทำงานในรูปแบบ “หนังสั้น” ที่เราได้น้องที่รู้จักกันมาถ่ายทำและกำกับให้ ชื่อน้อง พิชญะ ไชยดี และกิตติวัฒน์ แย้มใย แห่ง For Toon Production ที่เป็นเจ้าของรางวัลหนังสั้นยอดเยี่ยม จากเวที “สุพรรณหงส์ทองคำ” ครั้งที่ 16 ประจำปี 2549 ที่ผ่านมานี้เองมาช่วยทำให้
สำหรับอัลบั้มนี้พูดได้ว่าเลยเป็นอัลบั้มที่พวกผมทำแล้วรู้สึกสนุกมาก ค่อนข้างราบรื่นและเร็วมาก ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะเรามีทีมงาน มีค่ายเพลง มาช่วย support เต็มไปหมด แถมพวกเราก้ยังได้ทำเพลงแบบที่เราชอบเหมือนเดิม เรายังทำงานด้วยความรักและอยากสื่อสารให้คนที่ชอบอะไรที่คล้ายๆกันกับเราได้ฟัง และที่สำคัญอยากทำอัลบั้มนี้ให้ดีที่สุดสมกับที่แฟนเพลงรอคอยฟังเพลงของพวกเรา”
ARTIST : The Richman Toy
STYLE : Rock
SONG TITLE : มนต์รักยาเสน่ห์,สะดุดรัก
LABEL : SMALLROOM
The Richman Toy
กลับมาพร้อมความมันส์สุดๆ ของ SINGLE เพลง “มนต์รักยาเสน่ห์” ของพวกเขา “The Richman Toy” (เดอะ ริชแมนทอย) 4 หนุ่มศิลปินมาดเซอร์ที่รวมตัวกันก่อสร้างแนวเพลง Rock ให้กับกลุ่มนักฟังเพลงในบ้านเราได้จดจำกันไปแล้วเมื่อปี 2547 กับบทเพลงสร้างชื่อ “สาวรำวง” ในอัลบั้ม Genie Showroom 2 Open (สังกัดค่าย จีนี่ เร็คคอร์ด ในเครือแกรมมี่) ที่เป็นจุดแรกเริ่มของเค้า แต่ในปีนี้พวกเค้าพร้อมกลับมาสร้างความมันส์ในรูปแบบ Retro Rock ผสม Country Rock อีกครั้งในบ้านหลังใหม่อย่างค่ายเพลง SMALLROOM โดดเด่นด้วยเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ผสมกับซาวด์ดนตรีมันส์ๆ ที่ฟังสนุก แล้วอยากโยกย้าย ส่ายสะโพก กระโดดเต้นไปกับเสียงเพลงของพวกเค้า กับ Single พร้อมเปิดตัวพวกเค้า The Richman Toy ในเพลง มนต์รักยาเสน่ห์….
เพลงแนะนำ : มนต์รักยาเสน่ห์
โดดเด่นด้วยเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์กับแนวเพลง Rock ที่มีจังหวะสนุกสนานและเร้าใจ ชวนให้เด็กแนวอยากกลับไปคว้าเสื้อผ้าย้อนยุครุ่นคุณแม่มาใส่ ด้วยเนื้อหางานเพลงที่ว่าด้วยเรื่องเสน่ห์ของหญิงสาวที่ทำให้ชายหนุ่มทั้งหลายลุ่มหลง ซึ่งเมื่อก่อนอาจจะเป็นการทำไสยศาสตร์ แต่ยุคสมัยนี้ยาเสน่ห์ก็คือการทำศัลยกรรมการแต่งตัว ทาหน้า แต่จะทำให้ผู้ชายหลงใหลได้ขนาดไหน หรือบางทีผู้ชายก็อาจอยากที่จะใช้มนต์ตราของยาเสน่ห์บ้าง มันจะเกิดอะไรขึ้น ต้องลองฟังกัน……
เพลงแนะนำ: สะดุดรัก
เพลงนี้ได้รุ่นพี่ร่วมค่ายอย่าง “กอล์ฟ” วง SUPERBAKER มาช่วยแต่งให้ ซึ่งแม้จะเป็นเพลงช้าแต่ด้วยจังหวะดนตรี และเนื้อหาของเพลงนั้นก็ยังคงความเป็น The Richman Toy ได้อย่างลงตัวและชัดเจน… โดยเนื้อหาของเพลงนั้นกล่าวถึงผู้ชายที่บังเอิญเจอกับผู้หญิงและเกิดหลงรักขึ้นทันที หรือเรียกสั้นๆว่า “สะดุดรัก”
ARTIST : TATTOO COLOUR
ALBUM : No.8
STILE : POP POP
LABLE : SMALLROOM
“4 หนุ่มอารมณ์ดี กับงานดนตรีหลากสไตล์
สมาชิก
เวลาแห่งรอยยิ้ม ความสุข เสียงหัวเราะ กำลังจะกลับมาด้วยพวกเขา “4 หนุ่มอารมณ์ดี กับงานดนตรีหลากสไตล์” ศิลปิน “แทททู คัลเล่อร์” ครั้งนี้กลับมาพร้อมกับงานเพลง อัลบั้มใหม่ในชื่อ “ชุดที่8” รูปแบบความสนุกครบรสชาติที่ถ่ายทอดออกมาเป็นบทเพลง ในแนวทางดนตรีแบบ Pop Pop ที่หลากหลายสไตล์ ในความรู้สึกสบายสบายของทั้ง 4 หนุ่ม ที่ผ่านการสร้างเติมแต่งงานดนตรีให้มีสีสันจากค่ายเพลง “สมอลล์รูม”
ALBUM : No.8 จงเพราะ
ย้อนกลับไปในปี 2006 พวกเขา “แทททู คัลเล่อร์” ได้เปิดตัวงานเพลงอัลบั้มแรกในชื่อชุดว่า “Hong Ser” แล้วสร้างปรากฏการณ์ทางด้านงานเพลง ด้วยการขึ้นครองชาร์ตอันดับหนึ่งของคลื่นวิทยุทั้ง 3 บทเพลงรวด ได้แก่ ฝากที , ฟ้า , อากาศร้อน ๆ ในเวลาเพียงไม่นาน และยิ่งไปกว่านั้นบทเพลงช้าซึ้งกัดกินใจอย่าง “ฟ้า” คว้ารางวัล “หนึ่งในเพลงฮิตที่สุดแห่งปี” ของเวที “Virgin Hitz Awards 2007” ทุกรางวัลที่การันตีความสำเร็จ ทุกเสียงการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากแฟนเพลง พวกเขา 4 หนุ่มศิลปินอารมณ์ดีพร้อมแล้วที่จะขอบคุณทุกความรู้สึกผ่าน ท่วงทำนอง จังหวะ และบทเพลงในผลงานอัลบั้มชุดใหม่ล่าสุด “ชุดที่ 8” ที่พวกเขาภูมิใจอย่างเต็มความมุ่งมั่นกับผลงานชุดนี้ เปิดตัวด้วยเพลง “ขาหมู” เพลงเร็วในจังหวะสนุก ๆ บวกกับเนื้อหาของงานเพลงที่ฟังแล้ว ยียวน กวนใจ ที่ปากบอกว่าเกลียด เกลียด แต่ตัวเองก็ยังทำ ลองฟังดูจะรู้ว่าในบทเพลงนี้พวกเขา 4 หนุ่มนั้นเกลียดอะไรกันบ้าง แต่ทำไมชื่อเพลงนั้นต้องเป็น “ขาหมู” ก็ต้องลองฟังกันเอาเองแล้วกันจ้า ส่วนเพลงช้า ”จำทำไม” ได้เนื้อหาที่โดนใจคนอกหักบวกกับดนตรีที่ซึ้งๆ กินใจ ผสมผสานกับเสียงร้องในสไตล์ของ Tattoo Colour ยิ่งทำให้เพลงนี้โดนใจคนหลายๆคน แถมยังได้ ได๋-ไดอาน่า มาเล่นเอ็มวีให้อีกด้วย ติดตามมิวสิควีดีโอ “จำทำไม” ได้แล้ววันนี้
ARTIST : SLUR (สะเลอ)
ALBUM : BOO!! (บู้)
STYLE : ROCK N’ ROLL
LABEL : SMALLROOM
กว่า 2 ปีระหว่างมิตรภาพของพวกเค้าทั้ง 5 คน ที่ได้ร่วมกันสร้างความฝันทางด้านงานเพลงให้เป็นจริง ทั้งการเล่นคอนเสิร์ตตามสถานที่ต่างๆ หรืองานมหกรรมคอนเสิร์ตระดับบิ๊กที่เคยฝากฝีไม้ลายมือไว้อย่างน่าจดจำ ด้วยการแสดงสดแบบสุดมันส์ ปนความสนุกสนานของจังหวะดนตรีที่คึกคักชวนเต้นรำในสไตล์ ROCK N’ ROLL จนเข้าตาถูกแนวทางของค่ายเพลงอย่าง สมอลล์รูม คว้ามาเป็นศิลปินในสังกัด ด้วยลีลาและภาพลักษณ์ที่สะดุดตา ทั้ง แนวทางงานเพลงบวกกับบุคลิกท่าทางในสไตล์ส่วนตัวของแต่ละคน ที่เรียกได้ว่าสุดๆ แบบไม่ยอมใคร กับอัลบั้มชุดแรกของพวกเค้าทั้ง 5 ที่ร่วมกันลงขันตั้งชื่อแบบสุดจี๊ดว่า “BOO!!”” (บู้) ด้วยการให้คำจำกัดความของพวกเค้าไว้ว่า กบฏทางคนตรีที่มาพร้อมกับเครื่องเป่าด้วยแนวดนตรีแบบ “Rock N’ Roll” ที่ผสาน sound ความเป็น Rock และ Pop เข้าไว้ด้วยกันจนเกิดเป็นทางเลือกใหม่ของผู้ฟังในแนว “Rock N’ Roll” ที่ฟังง่ายและฟังสนุก ทั้ง 11 บทเพลงจากผลงานของพวกเค้า 5 หนุ่มวง “สะเลอ” อัลบั้ม “บู้” ที่วางแผงแล้วทุกวันนี้ทั่วประเทศ
BRANDNEW SUNSET (แบรนด์นิว ซันเซท)
BrandNew Sunset วงร็อคหัวแถวของวงการเพลงใต้ดินเมืองไทย ด้วยผลงานชั้นเยี่ยมและการแสดงสดสุดเร้าใจจึงทำให้ชื่อของ BrandNew Sunset เป็นที่ยอมรับทั้งในเมืองไทยและอีกหลายประเทศทั่วเอเชีย
หลังจากมีผลงานในแบบใต้ดินมาแล้ว 2 ชุด ด้วยยอดขายที่ไม่ธรรมดาเกือบ 3 หมื่นแผ่นทั้งในและต่างประเทศ วันนี้ BrandNew Sunset พร้อมแล้วที่นำเสนอบทเพลงร็อคในแบบของพวกเขาให้แฟนเพลงในวงกว้างได้ฟังกันแบบเต็มๆ ด้วยการเซ็นสัญญากับ SONY BMG พร้อมส่งผลงานชุดที่ 3 “BrandNew Sunset” ที่ใช้ชื่อวงเป็นชื่ออัลบั้ม โดยในอัลบั้มนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ทางวงร้องเพลงเป็นภาษาไทยอีกด้วย หลังจากที่ก่อนหน้านี้ BrandNew Sunset ร้องและแต่งเพลงเป็นภาษาอังกฤษมาโดยตลอด
BrandNew Sunset เกิดจากการรวมตัวของสมาชิกทั้ง 5 คนที่เป็นเพื่อนกันมาก่อน รวมตัวแต่งเพลงกันโดยผสมผสานความชอบของแต่ละคนเข้าไปในเพลง เช่น Rock, Punk, Heavy Metal, Emo, Post-punk ฯลฯ หลังจากที่ใช้เวลาในการซ้อมและแต่งเพลงกันประมาณครึ่งปีจึงเดินหน้าเข้าห้องอัดเพื่อบันทึกเสียงผลงานชุดแรก “Pick you up when you’re falling down” (2003) ซึ่งสมาชิกในวงรับหน้าที่โปรดิวซ์และควบคุมการมิกซ์เสียงทั้งหมดด้วยตนเอง อัลบั้มนี้ถูกขายหมดในเวลาไม่ถึงเดือน ด้วยการทุ่มเทตระเวนทัวร์คอนเสิร์ตร่วมร้อยโชว์จึงทำให้ชื่อเสียงของวง BrandNew Sunset เริ่มเป็นที่รู้จักของคนในวงการเพลงใต้ดิน
ด้วยฝีมือและประสบการณ์ที่เพิ่มมากขึ้น ในปี 2005 BrandNew Sunset กลับมาพร้อมอัลบั้ม “Realistic” ผลงานชุดที่ 2 ที่ยังคงแนวทางของ Brandnew Sunset ไว้เช่นเดิม แต่เพิ่มความหนักแน่นขึ้นทั้งด้านดนตรีและเนื้อหา จนทำให้อัลบั้มนี้ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งคนฟังและสื่อมวลชน โดยได้รับเลือกเป็นศิลปิน Bird’s Eyes View ของ Channel [V] Thailand และยังเป็นครั้งแรกที่ผลงานของ BrandNew Sunset มีวางจำหน่ายในสิงคโปร์, มาเลเซีย และ ฟิลิปปินส์ พร้อมกับทัวร์คอนเสิร์ตสนับสนุนอัลบั้มในประเทศดังกล่าวอีกด้วย ทำให้วง BrandNew Sunset เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นกว่าอัลบั้มแรก
และในปี 2008 นี้ถือว่าเป็นอีกก้าวที่สำคัญของ BrandNew Sunset เลยทีเดียว เมื่อทางวงตัดสินใจเซ็นสัญญาเพื่อออกผลงานชุดที่ 3 ภายใต้สังกัด SONY BMG จนเป็นที่จับตามองของทั้งแฟนเพลงและสื่อมวลชนในแวดวงดนตรีร็อค โดยทางวงได้ให้เหตุผลให้เหตุผลถึงเรื่องนี้ว่า “พวกเราเชื่อในมาตรฐานและระบบการทำงานของ SONY BMG ซึ่งเป็นค่ายเพลงคุณภาพระดับสากลที่จะสามารถนำเสนองานของเราให้ไปสู่แฟนเพลงในวงกว้างมากขึ้น โดยยังคงความเป็น BrandNew Sunset อยู่ อีกทั้งผลงานที่ผ่านมาของศิลปินในสังกัด SONY BMG ก็ยังคงความเป็นศิลปะ และให้ความรู้สึกแบบอินดี้ที่ไม่เอาใจตลาด (Mass) จนเกินไป”
วันนี้ BrandNew Sunset พร้อมแล้วที่จะนำเสนอผลงานชุดที่ 3 ที่ใช้ชื่อวงเป็นชื่ออัลบั้ม โดยยังคงแนวทางร็อคในแบบฉบับของพวกเขา ซึ่งทางวงให้คำจำกัดความว่าเป็นการผสมผสานระหว่างสไตล์ดนตรีร็อคสวยๆในชุดแรกกับความหนักแน่น, ดุดันของชุดที่ 2 เข้าไว้ด้วยกันใน และยังเป็นครั้งแรกที่ BrandNew Sunset แต่งและร้องเพลงเป็นภาษาไทยอีกด้วย ซึ่งทางวงได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า “เป็นความตั้งใจของเราที่จะให้แฟนเพลงที่ติดตามผลงานของพวกเรามาตลอดสามารถร้องตามได้มากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังเป็นการสื่อสารบทเพลงของพวกเราออกไปยังกลุ่มคนฟังที่กว้างขึ้นด้วย”
BrandNew Sunset ใช้เวลาเกือบ 3 เดือนในการบันทึกเสียงอัลบั้มชุดนี้ที่ Sexy Pink Studio ซึ่งถือเป็นการทำงานในสตูดิโอที่พิถีพิถันและยาวนานกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ส่งผลให้ซาวนด์ดนตรีในอัลบั้มนี้มีรายละเอียดที่ซับซ้อนและน่าสนใจขึ้นด้วย และในอัลบั้มนี้ทางวงยังได้ร่วมงานกับ Scott Moffatt (สก็อต มอฟแฟต โปรดิวเซอร์คุณภาพที่ฝากฝีมือไว้กับผลงานของ Slot Machine) ที่มารับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ในอัลบั้มนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ทางวงได้ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์อีกด้วย โดยใน 2 อัลบั้มที่ผ่านมาทางวงรับหน้าที่โปรดิวซ์กันเองทั้งหมด
“Falling Down” คือซิงเกิ้ลแรกประเดิมอัลบั้มชุดนี้ ที่มาพร้อมกับซาวนด์ร็อคมันๆ ที่มีท่วงทำนองติดหู ซึ่งทางวงบอกว่าไม่หนักหรือเบาจนเกินไป สื่อสารด้วยเนื้อเพลงตรงไปตรงมา เข้าใจง่ายและสามารถที่จะทำให้ทุกคนสนุกไปกับเพลงนี้ได้
นอกจากนี้ในอัลบั้มยังมีเพลงเด่นๆอย่าง “Chasing Me”, “My Own Disaster”, “Revolution” และ “Break Ya Leg” เพลงร็อคหนักหน่วงสะใจ โชว์ทักษะการเล่นที่ครบเครื่อง และทีมเวิร์คอันยอดเยี่ยมของ BrandNew Sunset ที่จะไม่ทำให้แฟนเก่าผิดหวังอย่างแน่นอน
ร่วมด้วย “สุดท้าย” เพลงร็อคสบายหูที่มีทำนองป๊อบสวยๆในสไตล์อัลบั้มแรก และ “วันที่โหดร้าย” บทเพลงบัลลาดร็อคสวยๆที่มีเนื้อหาให้กำลังใจในแบบของ BrandNew Sunset
เมื่อถามถึงความคาดหวังสำหรับอัลบั้มนี้ BrandNew Sunset ตอบอย่างไม่ลังเลว่า “เราไม่ได้คาดหวังอะไรมากไปกว่าการสร้างผลงานให้มีคุณภาพที่สุด ที่เหลือก็คงเป็นส่วนของแฟนเพลงที่เราอยากให้ลองเปิดใจฟัง และไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร เราก็จะยังคงตั้งใจทำงานของพวกเราต่อไปให้ดีที่สุด” และนี่คือบทสรุปง่ายๆ แต่บ่งบอกถึงความตั้งใจที่เต็มเปี่ยมของพวกเขา BrandNew Sunset วงร็อคฝีมือวงดีวงนี้ ที่พิสูจน์ให้เห็นมาแล้วว่าความสำเร็จที่ผ่านมาไม่ได้เป็นเพราะโชคช่วยหรือโอกาสที่ดีกว่าคนอื่น แต่ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นมาจากฝีมือและความมุ่งมั่นของพวกเขาทั้ง 5 คนนั่นเอง
เปิดตัวยิ่งใหญ่ “Bangkok 100 Rock Festival”
ศิลปินร็อคไทยตบเท้าโชว์ฝีมือร็อคต่างชาติ
แถลงข่าวเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่สำหรับเทศกาลดนตรีร็อค “Bangkok 100 Rock Festival” ที่บริษัท สกาย-ไฮ เน็ตเวิร์ค จำกัด จับมือกับผลิตภัณฑ์ ฮันเดรด ไพเพอร์ส จัดเทศกาลดนตรีร็อคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจะนำเอาศิลปินร็อคชื่อดังอย่าง เมนิค สตรีท พรีเชอร์,อูบาสแทงค์,อาช ฯลฯปะทะของศิลปินร็อคดังของไทยอีก
โดยวันแถลงข่าวจัดขึ้นที่ เซน อีเว้นท์ แกลเลอรี่ มีบรรดาศิลปิลร็อคดังของเมืองไทยอาทิ โมเดิร์น ด็อก,อีโบลา,ซิลลี่ ฟูลส์,สล็อต แมนชีน,อพาร์ทเม้นท์คุณป้า,สครับ,เดอะริชแมนทอย,ฟูตองแบนด์นิวซันเซท ฯลฯพร้อมด้วยศิลปินร็อคอีกนับ 30 วงเดินทางมาร่วมงานแถลงข่าวถึงความยิ่งใหญ่และพูดคุยถึงความพร้อมในการที่ขึ้นโชว์ในเทศกาลคอนเสิร์ตครั้งนี้ โดยงาน“Bangkok 100 Rock Festival” จะจัดขึ้นที่สนาม ร.1 พัน 1 รอ ถนนวิภาวดี ในวันที่ 29-30 พ.ย.51 สำหรับผู้สนใจเข้าไปชมรายละเอียดได้ที่ www.bangkok100rock.com
Fit Project (ฟิตโปรเจ็คท์)
Posted on Friday, September 26th, 2008
Profile Album : Fit Project (ฟิตโปรเจ็คท์)
Artist : Fit Project (ฟิตโปรเจ็คท์)
Release : 23 Sep 2008
Lable : Quality Entertainment (ควอลิตี้ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์)
กดที่ภาพเพื่อดูได้เลย
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
อัลบั้มความฝันของนักดนตรี…..
“ฟิตโปรเจ็คท์” การรวมตัวของนักร้อง นักดนตรีทั้ง 8 โอ, ปิ๊ก, นิค, ป๊อป, แชมป์, ชา, จิ๊บ, หนิง
ที่แต่ละคนล้วนมีความสามารถหลากหลาย ทั้งร้อง, เต้น, เล่นดนตรี ไปได้พร้อมๆกัน โดยเฉพาะการโชว์และเอ็นเตอร์เทนผู้ชมที่โดดเด่นที่สั่งสมประสบการณ์การเล่นดนตรีในผับมาอย่างโชกโชน
จากความฝันเล็กๆ บวกกับความมุ่งมั่น ตั้งใจจริง ที่มีมาตลอดระยะกว่า 8 ปี ของคนดนตรีเหล่านี้
วันนี้พวกเขาขอโอกาสแจ้งเกิดกับอัลบั้มแรกในชีวิต อัลบั้มแห่งความฝันของนักดนตรี
“ฟิตโปรเจ็คท์” เป็นอัลบั้มวาไรตี้ ที่รวบรวมศิลปินและแนวเพลงหลากหลายทั้ง ป๊อป ร็อค ฮิพฮอพ ที่ดูเหมือนจะต่างกันสุดขั้ว แต่สามารถมารวมอยู่ในอัลบั้มนี้ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็น บุคลิคของทั้ง 8 คน, เนื้อหาของเพลงที่กลั่นออกมาจากชีวิตจริง, ดนตรีที่ได้มาจากการเล่นสั่งสมประ สบการณ์นานหลายปี ทั้งหมดล้วนออกมาจากตัวตนและฝีมือของพวกเขาเองล้วนๆ ซึ่งผสมผสานออก มาได้อย่างกลมกล่อม พอดิบพอดี ทำให้แต่ละเพลงในอัลบั้มมีพลังทางดนตรีที่อัดแน่น แต่ฟังได้ง่าย และโดนใจได้ง่ายๆเช่นกัน ไม่เพียงแค่บทเพลงของพวกเขาที่จะโดนใจ เพราะหากคุณได้สัมผัสกับโชว์ของ “ฟิตโปรเจ็คท์” แล้ว
คุณจะรู้ทันทีว่า…นี่แหละคือรสชาติของความบันเทิง…อย่างแท้จริง!!!
ตัวตนคนดนตรี…..
บทเพลงบทดนตรี…..
รอเธอกลับมา (นิค) คำร้อง /ทำนอง : ชัยศิริ สัตย์ศรี / เรียบเรียง : ทิพากร เกตุสะอาด
หมดความหวังแล้วครั้งนี้ที่จะได้เธอคืนเหมือนเก่า อยู่กับเขาเธอสุขใจกว่าอยู่กับฉัน ฉันก็หวัง หวังเสมอ ให้เขารักเธอมากกว่าฉัน ฉันคงทำได้แค่เพียงมองเธอ **ยิ่งรู้เธออยู่กับเขา ฉันเองเสียใจเหมือนเก่า ยิ่งเห็นเธอไปกับเขา ฉันยิ่งเศร้าใจ เสียดายแต่ความรัก ที่ฉันนั้นเคยมีให้ แม้จะจากกันไป แต่ฉันยังคอยความหวัง *เผื่อเธอจะลืมเขา เผื่อเขาทำเธอให้เสียใจ เผื่อเขาไปมีคนใหม่ ให้เธอรู้ว่ายังมีฉัน หากวันไหนที่เขาไม่เอาใจใส่ และเขาทำเธอให้ร้องไห้ ให้เธอคืนกลับมาหาฉัน…ดังเดิม อยากให้รู้หากวันไหนวันที่เธอต้องไหวหวั่น อยากให้เธอคิดถึงฉันก่อน ก่อนที่เธอจะคิดถึงใคร ไม่ได้หวังให้เธอมองฉันเป็นคนสำคัญ แค่เพียงให้ฉันได้ทำเพื่อเธอ
ปอด (แชมป์, ชา, จิ๊บ) คำร้อง : วราวุฒิ ประกอบการ / ทำนอง/ เรียบเรียง : สิทธิชัย ชุ่มเย็น
สักวาคืนนี้พี่อยากจะเที่ยวผับ เพราะว่ามันนอนไม่หลับรู้สึกกระสับกระส่าย จะมีมั้ยสักคนที่จะมาแนบกาย จะมาช่วยผ่อนช่วยคลายล่ะให้มันหายเหงา จะมองทางซ้ายหรือมองทางขวาก็มีแต่น่ารัก อยากเข้าไปทักอยากเข้าไปทายก็กลัวจะอายเขา คนนั้นก็โดน คนนี้ก็โดน คนโน้นก็ไม่เบา สงสัยจริงๆทำไมตัวเราล่ะถึงไม่เข้าไป โอ้สาวเสื้อแดงดูเธอร้อนแรงเหมือนดั่งไฟ สาวๆเสื้อลายลีลาร้ายแต่ตัวเล็ก สาวๆเสื้อขาวผมยาวหน้าเด๊กเด็ก อ่ะถูกสเป็คกันทั้งร้าน อ่ะจะให้ทำยังไง (มอง มอง มอง ม้อง มอง มองแล้วมองเล่าเฝ้าแต่มอง มอง มอง มอง ม้อง มอง มอง ม๊อง มอง มอง…) พี่อยากจะชวนเธอออกมาล่ะข้างนอกผับ จะชวนเธอไปกินตับกันสองต่อสอง ไปหาที่ลับตาที่ไม่มีคนมอง ชวนไปสองต่อสองไปกินตับๆๆ ก็มัวแต่คิดก็มัวแต่ฝันกันอยู่นั่นแหละ จ้องกันจนตาแฉะก็ได้แต่นั่งฝัน
เอ้า! โต๊ะข้างๆเดินเข้ามา เอ๊ะ!ยังไงกัน ตัวฉันก็เลยอดแด๊กล่ะไม่แปลกเลย
อยากบอกว่ารัก (โอ) คำร้อง / ทำนอง/ เรียบเรียง : สิทธิชัย ชุ่มเย็น
อยากบอกเธอว่ารักดังๆสักครั้ง ถ้ามันจะทำให้เธอซึ้งใจ อยากให้เธอได้รู้ว่าฉันดีใจ ที่มีเธอคนนี้อยู่เคียงข้างกัน อยากจะคิดว่าฝันเพราะมันยิ่งใหญ่ ที่เธอมีใจให้คนอย่างฉัน อยากขอบคุณท้องฟ้าที่เห็นใจกัน ส่งให้ฉันได้พบกับเธอ รักดีๆที่เธอมีให้กัน ฉันจะรักษาไว้อย่างดี ขอให้เธอมั่นใจคนๆนี้ จะมีเพียงเธอคนเดียว อยากบอกเธอวันนี้ฉันแสนดีใจ ชีวิตนี้ไม่ต้องการสิ่งใด แค่มีเธอเคียงข้างเป็นกำลังใจ สุขใดไหนจะเปรียบเลย จะรักเพียงเธอคนเดียว
ร้องไห้คนเดียว (ป๊อบ) คำร้อง / ทำนอง/ เรียบเรียง : สิทธิชัย ชุ่มเย็น
อย่ามาทำยังรัก ว่ายังมีใจ บอกได้เลยว่าฉัน ไม่เป็นอะไร หากอาการมันฟ้องให้เธอต้องลำบากใจ บอกได้เลยไม่เคยเสียใจ **ปากมันแข็งใจมันสั่นไหว เพราะรักทำใจเราเจ็บ สองขามันพลอยหมดแรง..ไม่เหลือเลย *แอบนอนร้องไห้คนเดียว ไม่อยากให้เธอเห็นน้ำตา อยากกอดเธอเอาไว้เพื่อยื้อเวลา อย่าจากกันไปไหน (เลย), (คนดี) เราต่างคนต่างรู้ว่าเธอมีใคร ปากก็บอกมีฉัน คนเดียวในใจ ในแววตาเธอนั้น ฉันเห็นเธออยู่กับใคร ไม่มีเลยที่เคยมีฉัน
ชอบมาก (ปิ๊ก) คำร้อง / ทำนอง: ธรรมรัตน์ สุวรรณโพธิ์ศรี / เรียบเรียง: จิตรกร ชุ่มเย็น
*คนนี้ใช่เลย คนนี้ชัดเลย คนที่เจอเมื่อคืนก็คนนี้ คนนี้แน่เลย คนนี้ใช่เลย คนที่เจอเมื่อวานก็คนนี้ ตากลมๆก็ใช่เลย ผมยาวๆก็ใช่เลย ผิวขาวๆ หมวยๆ สวยๆ เอ็กซ์ๆๆ ทำอะไรก็ใช่เลย ดูยังไงก็ใช่เลย เธอจะทำอะไรก็ดูสวยไปซะหมด…นะ **คนนี้ใช่เลย คนนี้เป๊ะเลย คนที่เจอเมื่อคืนก็คนนี้ คนนี้แน่เลย คนนี้ชัดเลย คนที่เจอเมื่อวานก็คนนี้
สายตายั่วยวนป่วนใจยิ่งนัก *** ชอบมากเลยครับชอบคุณ ชอบมากเลยครับ ก็คุณน่ารัก น่ารักจริงๆนะครับ
ชอบมากเลยครับชอบคุณ มากๆเลยครับ ชอบคุณนะครับ ก็ผมชอบคุณมากๆเลย
ไปส่งพี่ (ปิ๊ก, นิค) คำร้อง / ทำนอง/ เรียบเรียง : สิทธิชัย ชุ่มเย็น
วันไหนก็เจอเธอ ไปไหนก็พบเธอ หรือบุพเพวาสนา อยากจะขอเบอร์ ใจก็ไม่กล้า กลัวจะได้เบอร์รองเท้า แรกพบสบตา รู้เลยว่าใช่ อยากจะร่วมเรียงเคียงหมอน ไม่รู้จะทำไง หาเรื่องคุยก่อน น้องมัวรอใครกันจ๊ะ *ไปส่งพี่มั้ยน้อง พี่อยู่ซอยข้างๆ อยากมีเพื่อนร่วมทาง ถึงวานน้องไปส่ง ส่งพี่มั้ยน้อง หรือว่าน้องไม่กล้า ไม่ต้องกลัวกันนะ เด็กแนวไม่มีรถ **อยากกลับรถเมล์ เด็กเกเรเพียบ กลัวจะต้องไปโรง’บาล หรือว่าแท็กซี่มีก็หลายคัน แต่กะตังค์คงไม่พอ ขออาศัยเพื่อน คงจะไม่ไหว ใครจะอยากไปตามง้อ เดินกลับก็กลัว บ้านอยู่สุดซอย เปลี่ยวจะตาย เกรงจะไม่ไหว น้องช่วยส่งที…
พอแล้ว (หนิง) คำร้อง / ทำนอง/ เรียบเรียง : สิทธิชัย ชุ่มเย็น
พอแล้วคงต้องจบกันซะที ให้ค้างคากันไปคงไม่ไหว คนรักกันทำไมช่างใจร้าย ไม่นึกถึงหัวใจคนที่รอ **พอแล้วไม่อยากฟังคำแก้ตัว ไม่ช้าเธอก็กลับเป็นเหมือนเดิม อยากให้รอ อยากให้ฉันอภัย วันนี้ต้องเสียใจ ฉันไม่ใช่คนเดิม
เหนื่อยกับการรอคอย เหมือนไม่มีวันสิ้นสุด ให้รักมาฉุดรั้งกันทำไม เหนื่อยกับคนไม่รักดี ไม่อยากจะแคร์ ไม่สนใจ
เดี๋ยวก็มีคนใหม่ เดี๋ยวก็กลับมารักกัน (นา นา นา…) ฉันที่เธอเห็น ภายนอกมองก็เป็นคนเดิม ใจ…ที่อ่อนล้า
มันด้านชาจนไม่อาจจะเหมือนเดิม ฉันจะเป็นคนใหม่ ที่ไม่มีวันจะเหมือนเดิม
สัญญาปลอมๆ (ป๊อบ) คำร้อง / ทำนอง/ เรียบเรียง : สิทธิชัย ชุ่มเย็น
โปรดอย่าถามเลย อย่าถามว่าฉันจะเป็นอย่างไร เมื่อไม่มีเธอแล้ว..ฮืม..ฮืม อย่าทำเหมือนยังห่วงใย อย่าทำเหมือนคนมีใจให้กัน อย่าห่วงฉันเลย..ฮืม..ฮืม **เมื่อเธอต้องการจะให้มันจบ เพราะเธอก็รักแต่เขาคนนั้น ถ้าเธอต้อง การฉันพร้อมจะทำ…ฉันยินดี *อย่ามัวเสียเวลากับคำสัญญาปลอมๆ ว่าจะรักกันจนกว่าฉันจะเปลี่ยนไป แต่จะขอ ให้เธอรักเขาให้นานแสนนาน นานกว่าฉันที่รักเธอ เพราะฉันเข้าใจเสียใจมันทรมาน อย่าหวั่นไหวเลย หากเธอต้อง การจะไปจากกัน ให้มันแล้วไป..ฮืม..ฮืม ปิดฉากละครหัวใจ ต่างคนต่างไปมีชีวิตใหม่ อย่าคิดมากเลย..ฮืม..ฮืม
จากคนรักเก่า เปลี่ยนคนรักใหม่ ต้องมีใครเสียน้ำตา..อยู่แล้ว
หนึ่งนาที (โอ) คำร้อง / ทำนอง: ธรรมรัตน์ สุวรรณโพธิ์ศรี / เรียบเรียง: ทิพากร เกตุสะอาด
เหนื่อยนักก็หยุดพักก่อนนะคนดี ที่ตรงนี้ยังมีฉันอยู่ทุกนาที กับสิ่งดีๆที่มีเก็บไว้ให้กัน เพียงเธอเท่านั้นที่เข้าใจ
เมื่อใดท้อหมดความหวังอ่อนล้าใจ ที่ตรงนี้ยังมีฉันอยู่ร่ำไป กับสิ่งดีๆที่มีเก็บไว้จากหัวใจ ในนาทีนี้ฉันมีให้เธอ
**เวลาที่มีอาจดูสั้นไป ไม่เท่าที่ใจเราต้องการ ถ้าเราเข้าใจ ว่าในวันนี้ แค่หนึ่งนาทีก็พอซึ้งใจ ที่มีให้กัน และเป็นพลังให้สู้ต่อไป
*แค่เพียงหนึ่งนาทีเท่านั้น ที่มีให้กันก็สุขใจ แค่เพียงหนึ่งนาทีเท่านี้มีเราสองก็ซึ้งใจ มอบสิ่งดีๆที่มีเก็บไว้จากหัวใจ ในนาทีนี้ฉันมีให้เธอ ….เราซึ้งใจ ในนาทีนี้ฉันมีให้เธอ…
เหี้ยจัง (แชมป์, ชา, จิ๊บ) คำร้อง / ทำนอง : ธรรมรัตน์ สุวรรณโพธิ์ศรี / เรียบเรียง : ธรรมรัตน์ สุวรรณโพธิ์ศรี
กูตื่นสายแม่งก็ด่าว่ากูเหี้ย กูไปไม่ทันแม่งก็บอกว่ากูเหี้ย ทำงานช้ามันก็แปลว่ากูเหี้ย ทำงานพลาดแม่งก็ด่าว่าไอ้เหี้ย การเสนอคือความคิดที่เหี้ยๆ เงียบสนิทไม่มีความคิดคือทำเหี้ย วันๆไม่ทำอะไรก็ไอ้เหี้ย ทำดีเกินหน้าแม่งก็เหี้ย กูแดกเหล้าเงินกูก็ว่าเหี้ย กูดูดบุหรี่พ่นควันก็ว่าเหี้ย กูเที่ยวเทคจีบเด็กก็บอกว่าเหี้ย แล้วปล่อยเด็กมาเที่ยวทำไมล่ะ..เหี้ย กูเงินช็อตจ่ายช้าก็ด่าเหี้ย กูชอบบอลกูแทงบอลก็บอกว่าเหี้ยอีก กูเด็กเยอะกูกิ๊กเยอะก็ว่าเหี้ย มองหน้าแม่งนิดเดียวยังบอกว่าเหี้ยเลย ( หนัก..คุณรึเปล่า หนัก..คุณรึเปล่า หนัก..คุณรึเปล่า หนัก..คุณรึเปล่า ) จีบกันใน Hi5 ก็ไม่เหี้ย พอมาเจอตัวจริงกูนึกว่าเหี้ย เช้าชามเย็นชามไม่เห็นจะเหี้ยนิ วางระเบิดเผาโรงเรียนก็ไม่เหี้ย
ข่มขืน ฆ่าคนก็ไม่เหี้ยนิ ค้ายา ขายยาก็ไม่เหี้ย โกงบ้านโกงเมืองก็ไม่เหี้ย แม่งทำอะไรไม่มีเหี้ย ตัดไม้โค่นป่าก็ไม่เหี้ย เป็นเจ้าพ่อเป็นนักเลงก็ไม่เหี้ย เปิดบ่อนแทงหวยก็ไม่เหี้ย เปิดผับ อัพยายิ่งไม่เหี้ย ก็อปหนัง ก็อปเพลงก็ไม่เหี้ย เอาเปรียบคนจนก็ไม่เหี้ยนิ มีเงินทำอะไรก็ไม่เหี้ย ทีพวกกูล่ะรุมด่าว่า..เหี้ยจัง *ถึงใครจะหาว่าเหี้ยฉันเองก็มีหัวใจ ถึงตัวฉันมันจะเหี้ยมันก็ไม่หนักหัวใคร ถึงใครจะหาว่าเหี้ยฉันเองก็มีหัวใจ ถึงตัวฉันมันจะเหี้ยมันก็ไม่หนักหัวใคร
( หนัก..คุณรึเปล่า หนัก..คุณรึเปล่า หนัก..คุณรึเปล่า หนัก..คุณรึเปล่า )
งานเข้า…ตรงหัวใจ (Fit Project)
คำร้อง : เนติ ผ่องพุทธคุณ / ทำนอง : สิทธิชัย ชุ่มเย็น / เรียบเรียง: Fit Project
(จ้องตายังงี้ ท่าทีจะเรื่องใหญ่ รู้เลยว่างานเข้าตรงหัวใจ รังเกียจมั้ยคะเข้ามาใกล้ๆ ไม่ลองไม่รู้ จะว่าไง ว่าไง)
*ก็เธอมันเข้าตา เจอไม่ทันไรมือเท้าชา เข้าไป say hi ไม่ค้างคา Hey girl just wanna luv ya ทรวดทรงเธอคัพ D ถ้าไม่ว่าอะไรขอ hug ที ไม่ได้มา badboy เนี่ยของฟรี จัดให้ชุดใหญ่แล้วจะฝันดี **ไม่ได้คุย ไม่ได้โม้ ไม่ได้โอ่ ไม่ได้ make ไม่ได้ fake แค่อยากโชว์ ถ้าไม่ลองคงไม่รู้ เราน่ะมือโปร รับรอง take care ***ทำใจฉันวุ่นวาย เธอหลอมจนละลาย หวั่นไหวเมื่อใกล้เธอ (จ้องตายังงี้ ท่าทีจะเรื่องใหญ่ รู้เลยว่างานเข้าตรงหัวใจ รังเกียจมั้ยคะเข้ามาใกล้ๆ ไม่ลองไม่รู้ จะว่าไง ว่าไง) อาการยังงี้ต้องมีเรื่องใหญ่ รู้เลยว่างานเข้าตรงหัวใจ ตาเธอมันฟ้องข้อความข้างใน ค่ำคืนนี้ That’s be alright ตั้งนานไม่เคยเป็น พอมาเจอเธอแทบกระเด็น เร่าร้อนจนแอร์เริ่มไม่เย็น โยกทีย้ายทีหัวใจเต้นซ้ายที ขวาที เป็นเรื่อง ไอ้กระผมมันคนไม่ใช่เครื่อง อวัยวะมันเริ่มไม่เชื่อง อยากชักอยากชวนเธอมาปลดเปลื้อง
ไอ้ฉันก็ไม่ได้คิดก็ไม่ได้คิดว่าเธอจะสนใจ ก็เป็นเค่คนเซอร์ๆ แค่คนเบลอๆ ไม่กล้าจะรักใคร มีกฏก็ชอบจะแหกก็ชอบจะแหวก ทำตัวแปลกๆไป Skill มันโคตรจะห่วย ทำตัวกล้วยๆ คนสวยอาจซวยได้ ก็คุณมันน่ารัก จนทำให้ผมน่ะใจแป้ว ชอบคุณจริงจังทั้งหมดหัวใจผมแน่แน่ว สวยขนาดนี้เดินไปใครเห็นก็อยากจะแซว เดินมาอีกแล้วดูซิน่ะ แล่ว แล่ว แล่ว แล่ว (จ้องตายังงี้ ท่าทีจะเรื่องใหญ่ รู้เลยว่างานเข้าตรงหัวใจ รังเกียจมั้ยคะเข้ามาใกล้ๆ ไม่ลองไม่รู้ จะว่าไง ว่าไง) (จ้องตายังงี้ ท่าทีจะเรื่องใหญ่ รู้เลยว่างานเข้าตรงหัวใจ รังเกียจมั้ยคะเข้ามาใกล้ๆ ไม่ลองไม่รู้ จะว่าไง ว่าไง) อาการยังงี้ต้องมีเรื่องใหญ่ รู้เลยว่างานเข้าตรงหัวใจ ตาเธอมันฟ้องข้อความข้างใน ค่ำคืนนี้ That’s be alright ….
“ฟิตโปรเจ็คท์” ฝันเป็นจริง
ปล่อยโชว์เด็ด…แจ้งเกิดกลางงานแถลงข่าว
หลังปล่อยเพลง “รอเธอกลับมา” จนติดหูติดใจแฟนๆมาแล้ว กลุ่มศิลปินน้องใหม่ “ฟิตโปรเจ็คท์” ก็จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวอัลบั้มอย่างเป็นทางการ ขึ้นที่ร้าน Muse (มิ้วส์) ทองหล่อ ซึ่งงานนี้ถือได้ว่าฝันของพวกเขาเป็นจริงแล้ว และยังถือโอกาสแจ้งเกิดในวงการได้อย่างสวยงาม จากการโชว์บนเวทีที่ครบรส โดดเด่น ที่ถึงกับทำให้แขกในงานออกอาการ อึ้ง ทึ่ง และชื่นชมในความสามารถของ “ฟิตโปรเจ็คท์” กันอย่างถ้วนหน้า
โดยงานนี้ “ฟิตโปรเจ็คท์” งัดเอาความสามารถออกมาโชว์แบบม้วนเดียวจบ ไม่ว่าจะเป็นการสลับสับเปลี่ยนกันร้อง เต้น เล่นดนตรี และการแสดงที่สอดแทรกมุขตลกไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ที่เรียกความสนใจจากผู้ชมได้อย่างท่วม ท้น ตั้งแต่เพลง “งานเข้าตรงหัวใจ” ที่ทุกคนออกมาโชว์ความเป็นทีมเวิร์ก ต่อด้วยเพลง “ปอด” ที่สามหนุ่ม แชมป์,ชา, จิ๊บ โชว์ลีลาร้อง แดนซ์ แร๊พ กันมันกระจาย ก่อนจะเปลี่ยนอารมณ์มาเปิดตัวเพลงซึ้งๆ “อยากบอกว่ารักเธอ” ของ โอ ด้วยมุขร้องหลอกแบบดันดารา ทำเอาคนดูลุ้นไปตามๆกัน ว่าใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของเพลงตัวจริง จากนั้นก็ถึงคิว หนิง สาวสวยหนึ่งเดียวในวงที่ออกมาโชว์ลีลาออดอ้อนในเพลง “พอแล้ว” ต่อด้วยเพลง “ร้องไห้คนเดียว” ของ ป๊อบ และซึ้งกันต่อกับเพลง “รอเธอกลับมา” ของ นิค โดยคู่หูอย่าง ปิ๊ก ยอมวางไม้กลองมาเป่าแซ็กโซโฟนเพิ่มความซึ้งให้อีก และปิดโชว์อย่างสนุกสนานกับเพลง “ไปส่งพี่มั๊ยน้อง” ที่ทั้งวงทั้งร้อง ทั้งเต้น เล่นดนตรีไปด้วยด้วยอย่างพร้อมเพรียงกัน สมกับที่สั่งสมประสบการณ์การโชว์มานาน
ติดตามผลงานอัลบั้มของ “ฟิตโปรเจ็คท์” ได้แล้ววันนี้ ทุกแผงทั่วประเทศ
ติดตามงานดนตรี…..
www.myspace.com/fitproject และ www.fitproject.hi5.com