Archive for March, 2007
Music Chic Showz – ดัง พันกร
Posted on Tuesday, March 20th, 2007
กดที่ภาพเพื่อดูได้เลย
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
Music Chic Showz: ดัง พันกร บุณยะจินดา
Music Chic Showz ณ The Center Point of Siam Square วันพุธนี้ พบกับ แอมมารี่ กับ อัลบั้ม Embrace with Love และ ดัง พันกร บุณยะจินดา กับ อัลบั้ม HI – SOUL บริเวณ ลานน้ำพุ Center Point สยามสแควร์
พบกับเพลง เพราะๆ ที่ ดัง นำมาฝาก จากอัลบั้มใหม่ ของ ดัง 2 เพลงด้วยกัน เพลง คนดีก็ไม่รัก คนรักก็ไม่ดี และ เพลง บอกให้รู้ว่ารักเธอ เป็นเพลงปิดท้าย เรียกเสียง กรี๊ดจากแฟนเพลงที่มาร่วมงาน Music Chic Showz ได้มากมาย
สนใจดูบรรยากาศ สดๆ ได้ด้วยตัวเอง ทุกวันพุธ เวลา 17.00 - 18.00 ที่ The Center Point of Siam Square แล้วพบกัน
ตอน 8 - โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร (เสียงสัมภาษณ์)
Posted on Saturday, March 17th, 2007
ตอน 8 - โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร
ชอบฟังแต่เสียง, เบื่อหน้าพิธีกร Download แต่เสียงได้ที่นี่ (20MB)
รักการอ่าน คลิ๊กอ่านบทสัมภาษณ์ได้ที่นี่เลย
และูดูวิดีโอการสัมภาษณ์แบบเต็มๆ ได้ที่นี่
ตอน 8 - โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร (บทสัมภาษณ์) 2
Posted on Saturday, March 17th, 2007
ตอน 8 - โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร (บทสัมภาษณ์) 2
ต่อคร้าบ ….. เป็นวงที่สร้างปรากฎการณ์อีกแล้ว บทสัมภาษณ์ให้เราจริงๆ มันยาวเกินกว่า 1 หน้าจะเอาอยู่
อ๊อฟ : แล้วมีเวลาส่วนตัว ไปมีแฟนบ้างไหม
โต๋ : น้อยมากเลยครับ นั่นคือประเด็น ที่บอกว่าเราไม่มีใคร หลายคนไม่เชื่อ คือมันก็มีคนคุย การเป็นแฟนมันต้องมากกว่าคุย มันต้องมีเวลา อย่างที่บอกครับ ตารางผมแค่นี้ก็เต็มจะตายอยู่แล้วจะเอาเวลาที่ไหน แล้วใครเค้าจะเข้าใจ
อ๊อฟ : แล้วคนที่คุยด้วยเค้าไม่เข้าใจเหรอ
โต๋ : คนที่เค้าคุยก็คุยเฉยๆ รู้จักกันเป็นเพื่อนกันไปก่อน ไม่ได้รีบไงฮะ คือ อายุ 23 ไม่ต้องรีบแต่งงานไงฮะ ไม่ได้รีบไปไหน
อ๊อฟ : คุยทุกวันไหม
โต๋ : ไม่ ไม่ เกือบทุกวันครับ ก็มีบ้าง คนเราก็ต้องมีเพื่อนสนิทบ้าง
อ๊อฟ : คุยวันละ 6 ชั่วโมง ว่างปั๊บคุย
โต๋ : ไม่ ผมไม่ได้ว่างขนาดนั้น ผมเป็นคนที่คุยโทรศัพท์น้อยมาก ไม่ค่อยชอบคุยโทรศัพท์เท่าไหร่
อ๊อฟ : แค่ 5 นาที ก็เยอะแล้ว
โต๋ : 5 นาที ถ้าต่อคนก็เยอะแล้ว อันนี้ล้อเล่นนะ
พี : ดีจัง ให้ผู้หญิงเค้าซักกันไป
โต๋ : ก็ดีนะ ดีใจ ถามมาเหอะ ถามเกื่ยวกับผู้หญิงดีแล้ว ดีกว่าถามเกี่ยวกับผู้ชาย
พี: มีแฟนเพลงผู้ชายเหนียวๆบ้างไหม
โต๋ : ก็มีครับ มีแฟนเพลงผู้ชายที่เหนียวแน่นมาก เพราะว่าแบบ ผมเชื่อว่าแฟนเพลงทุกคนอาจจะมองเห็นเราแบบ แฟนเพลงผู้หญิงเยอะ เข้าใจว่าเค้าชอบเราที่ผลงาน ที่อะไรต่างๆด้วย เข้าใจว่ามีส่วนหนึ่งที่ชอบเพราะตัวเราเองด้วย ผมไม่อยากให้คิดว่าการที่มีผู้หญิงมาชอบเยอะๆเนี่ย มันทำให้เรากลายเป็นศิลปินที่ออกมา หลายๆคนมองข้ามตรงนั้นไป ศิลปินคนไหนที่สาวกรี๊ดเยอะ เค้าก็จะมองข้ามเรา bias ไปเลยว่าคนนี้ขายหน้าตาแน่เลย ถ้าใครว่าอย่างนั้นก็ ผมก็ขอขอบคุณนะครับที่ว่าผมขายหน้าตา ถ้าเค้าคิดว่าผมขายหน้าตา ผมก็คิดว่าเค้าชมผมไงครับ ผมก็ขอขอบคุณไว้ก่อนละกัน แต่ผมก็อยากบอกผมก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองอะไร หน้าตาดี จะออกมาขายหล่ออะไรเลย ถ้าผมไม่ได้เล่นดนตรี ก็คงไม่ได้มาอยู่ตรงนี้ ไม่อยากให้มองข้ามจุดตรงนั้นไปเพราะว่า การเป็นนักดนตรี และทำให้แฟนเพลงผู้ชายยอมรับ ก็อยู่ที่การยอมรับที่ฝีมือ ที่ผลงานมันต้องมีครับ มันต้องมีบ้าง เพราะว่าผมเชื่อว่าการที่แฟนเพลงผู้ชายยอมรับเราได้ต้องอยู่ที่ผลงาน ยอมรับในฝีมือ เค้าถึงชอบ เพราะว่าถ้าเป็นผู้หญิง ออกมาให้สาวกรี๊ดอย่างเดียวผู้ชายคงไม่ชอบ
อ๊อฟ: รู้ได้ยังไงว่าผู้ชายจริงๆ
โต๋ : อะไรนะครับ ไม่รู้เหมือนกัน ผมไม่อยากรู้ด้วย ผมไม่อยากรู้ด้วย เค้าเป็นผู้ชายไม่ผู้ชาย เอาแค่เค้า ชอบผลงานเราแค่นี้ก็พอแล้ว
พี : มีสเปคผู้หญิงไหมครับ
โต๋ : ชอบผู้หญิงไม่เล่นดนตรี ชอบผู้หญิงร้องเพลงเพี้ยนๆ เวลาร้องเพลงเพี้ยน แล้วทำท่าพยามจะร้องเรารู้สึกว่าเป็นอะไรที่น่ารักมากๆ
พี : เหมือนเรื่อง My Best Friends Wedding รึเปล่า ที่ Cameron Dias พยามร้อง
โต๋ : ใช่ครับ ผมว่ามันน่ารักดี ชอบเพราะว่ามัน ไม่รู้ดิ มันจริงใจดี ชีวิตเรามีแต่ดนตรีแล้ว เราอยากเรียนรู้อย่างอื่นบ้าง
อ๊อฟ :รู้สึกว่าตัวเองหน้าตาดีไหม
โต๋ : เฉยๆ คิดว่าตัวเองหน้าตาเฉยๆ ไม่ได้ ออกมาขายหน้าตาขนาดนั้นไม่ได้คิดอะไรอย่างนั้น ผมว่าถ้าผมไม่ได้อยู่กับเปียโน คนก็คงไม่ ถ้าผมไม่ได้มีอะไรทางด้านดนตรี ผมก็คงไม่มีอะไรมาน่าสนใจมากๆ มากมาย ผมไม่เชื่อหรอก ว่าแฟนคลับผมจะมาชอบผม จะมารักผมขนาดนี้ แค่เพราะหน้าตา เค้าก็ต้องชอบตัวเราด้วย หลายๆอย่างของเรา แค่หน้าตาคงไม่สามารถทำให้เค้ารักเราได้ขนาดนี้ เพราะว่าเราก็ไม่ได้ ก็ยืนยัน ถ้าเค้าชอบเราแค่หน้าตาก็แป๊บเดียว แค่ผิวเผิน
อ๊อฟ: เคยได้ยินว่าโต๋ เปรียบเปียโนเป็นแฟน เปลี่ยนเปียโนไปกี่ตัว
โต๋ : เปียโนจริงๆที่บ้านมี 2 ตัวมี up right ตัวนึง ในห้องนอน มี Grand ตัวนึง อยู่ข้างล่าง up right เป็นเปียโนผิงผนัง มิวสิค รักเธอ เป็น up right ในห้องอัดก็จะเป็นเปียโนไฟฟ้า เปียโนมันไม่ได้เป็นอะไรเหมือนกีตาร์นะแบบจะได้เปลี่ยนกันบ่อยๆ มีตัวเดียว ก็แปลว่ารักคนเดียว รักจริง รักเดียวใจเดียว
อ๊อฟ: มี 3 ตัวนะ
โต๋ : มี 3 ตัว คนละแบบ ก็มี เปียโน up right เปียโนแกรนด์ เปียโนไฟฟ้า คิดไปถึงไหนเนี่ย
พี : เปียโน up right อยู่ใน MV รักเธอ ชุดนี้มีคาราโอเกะ แน่นอน
โต๋ : มีครับ dvd karaoke ออกประมาณปลายเดือนมีนา ทุกเพลง จะมีภาพเบื้องหลัง การถ่ายทำทั้ง MV แล้วเบื้องหลังในห้องอัดด้วย
อ๊อฟ : เป็นพระเอกเองหมดไหม
โต๋ : ใช่ก็เป็น ไม่ได้มีเรื่องทุกเรื่อง ส่วนมากของจะเป็น line Syn ไม่ต้องมีเรื่องราวมากมาย
พี: เล่นยากไหม MV ชอบเล่นไหม
โต๋ : ก็โอเคครับ บางทีก็เขินๆบ้าง
อ๊อฟ : แล้วถ้ามีคนชวนไปเล่นหนัง เล่นละคร
โต๋ : เคยมี เดี๋ยวขอคิดดูก่อน ตอนนั้นผมไม่เล่นเพราะผมอยากให้เค้ารู้จักเราในฐานะศิลปินมากกว่า อยากให้เค้ารู้จักเราในฐานะนักดนตรี ไม่อยากให้คนพูดถึงโต๋ แล้วนึกถึงละคร หลังจากนี้แล้วเดี๋ยวค่อยดู ยังไม่แน่
พี : แล้วตอนนั้นเค้าให้เป็นบทอะไร
โต๋ : ไม่รู้ครับ ไม่ทราบเหมือนกันครับ ก็ขอดูก่อนละกันครับ
พี : จริงๆ บีไฟว์ เนี่ยเอาไปเล่นละครได้นะ พระเอกก็มีแล้ว โจรก็มีแล้ว พี่เบน นางเอกก็มีแล้ว
โต๋ : ฟ้องเบน โทรไปหาเบน
อ๊อฟ : เบน เค้าพูดขำๆมั้ง
โต๋ : พูด แซวเรา
อ๊อฟ : เรายังมีคำถามจากแฟนคลับ
โต๋ : ครับได้
อ๊อฟ : วันๆโต๋ทำอะไรบ้าง
โต๋ : ก็มีงาน ส่วนมากก็มีงานตลอดเลยทั้งวันเลย อย่างวันนี้ก็มานี่ตั้งแต่เช้า ช่วงนี้ก็จะยุ่งทุกวันเลย
อ๊อฟ : โต๋ ซ้อมเปียโน วันละกี่ชั่วโมง
โต๋ : ไม่ได้ซ้อมทุกวัน แต่ก็ได้จับทุกวันครับ แต่มันก็ต้องมีช่วงนึงที่ซ้อมเยอะๆ ก็ประมาณ 12-13 ช่วงวัยรุ่น แต่ตอนนี้ก็วัยรุ่นอยู่ ถึง 17-18 ซ้อมเยอะมาก มันต้องมีช่วงนึงที่ซ้อมเยอะๆ แต่พอน้องๆซ้อมถึงจุดนึงมันจะอยู่ในหัวน้อง เล่นอะไรก็ได้
อ๊อฟ : ตอนนี้โต๋ ก็ไม่ได้ซ้อมทุกวันแล้ว
โต๋ : ไม่จำเป็นต้องซ้อม มันอยู่ในหัว ซ้อมเปียโน การซ้อมเปียโนมันก็ได้ด้วย มันได้ รันเพลง มันก็ได้นิ้ว ได้ทักษะ ถ้ามันอยู่ในหัวแล้วมันจะเล่นได้
อ๊อฟ : มีเทคนิค แนะนำไหม ว่าซ้อมยังไง
โต๋ : ซ้อมเยอะๆ ซ้อมง่ายๆเลยครับ คือ ซ้อมเยอะๆ ซ้อมแบบตั้งใจ ซ้อมแบบ การซ้อมเนี่ย เราต้องดูที่จุดอ่อนตัวเอง คือ ถ้าเราเพลงอะไรที่เพราะ เพลงนี้เล่นง่ายเล่นได้อยู่แล้ว ตอนซ้อมเราไม่ควรจะเล่นเลย การซ้อมเนี่ยเป็นการที่เอาด้านอ่อนของตัวเองออกมาให้ตัวเองเห็น แล้วก็พัฒนาจุดนั้น เพราะว่าอะไรที่แข็งอยู่แล้วไม่เห็นต้องซ้อมเลย เพราะไม่มีจุดหมายที่ต้องซ้อม แต่ไอ้ที่จุดอ่อนๆเนี่ย การซ้อมเป็นเวลาที่อยู่กับตัวเองแล้วติต่างว่าตรงไหนอ่อนตรงไหนไม่ดี แล้วเราว่าลุยกับตรงนั้น ตรงนั้นเป็นสิ่งที่ควรจะให้ให้ความสำคัญมากกว่า
อ๊อฟ : เค้าบอกว่า เคยไปดูโต๋ เล่น แล้วบอกว่า เพลงนี้มอบให้น้องผลไม้
โต๋ : จริงเหรอครับ นี่มีเค้าฝากมาเหรอครับ
อ๊อฟ : ที่ ABAC
โต๋ : อ๋อ get ละ get ละ อ๋อ ไม่ใช่ get ละ นานยังครับ ยังไม่นานใช่ไหม เพิ่งฝากมา น้องผลไม้ที่ abac วันนั้นไปเล่นงานที่ abac มันเป็นงานเล็กๆของ abac ที่ผมพูดชื่อน้องผลไม้เนี่ย คือ น้องผลไม้เค้ามีชื่อ เป็นเหมือนผลไม้ชนิดนึง ก็คือ
พี : กล้วย
โต๋ : ทุเรียนไหมพี่ คือเพื่อนผมมันแอบชอบ พอเราขึ้นไปเล่น เพื่อนมันก็อัดเพลงคนไม่พิเศษไปให้ ด้วย พอผมขึ้นไปเล่น เพื่อนมันก็บอกว่าอยากให้คนนี้มาดูจังเลย ผมเลยแกล้งพูดขึ้นมาว่า เพลงนี้ขอมอบให้ ผมพูดชื่อเพื่อนด้วย เพลงนี้ขอมอบให้คนนี้นะคะ อาจจะฟังมาผิด มั้งครับ
อ๊อฟ : ก็เลยกลายเป็น พี่โต๋ มอบให้น้องผลไม้
โต๋ : ไม่จริงครับผม
อ๊อฟ : เมื่อก่อนเคยแต่เพลงเล่นๆบ้างไหม แต่งเพลงจีบสาวไรงี้
โต๋ : มีครับ เยอะแยะเลย ก็มี ส่วนมากไม่ค่อยใช้เพลงจีบสาวเท่าไหร่ ไม่ใช้เพลงจีบสาวเลย ไม่เคยใช้ เพราะว่ามันเป็นอะไรที่แบบ ธรรมดาไป เพราะทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าเราเล่นเปียโนได้
พี : แล้วใช้อะไรจีบสาว
โต๋ : ไม่เคยจีบ ไม่เคยจีบเลย ไม่เคยขอเบอร์ใครด้วย ไม่เคยเลย
อ๊อฟ: เคยมีแฟนไหม
โต๋ : มีครับ มันรู้จักกันเอง รุ่นน้อง แต่ตอนแรกมันเริ่มจากเพื่อน ตอนนั้นมัธยม เริ่มจากเพื่อน มาเป็นแฟน ผมไม่เคยเดินเข้าไปขอเบอร์ใคร ผมว่ามันเป็นการที่ ไม่รู้ดิผมไม่ชอบ มันไม่ใช่อะไร เรียบร้อยมั้งครับ มันเขินด้วย ไม่รู้แบบ มันเข้าไปขอเบอร์มันแปลกๆ เป็นผู้หญิงผมไม่อยากให้ อะไร ทำไม มันต้องรู้จักกันก่อน
พี : มีศิลปินในดวงใจที่เป็นตัวอย่าง
โต๋ : เยอะมากเลย แล้วแต่จะเอาแนวไหน เอาแนวนักเปียโนนะ ตอนนี้กำลังชอบ ถ้าสาย jazz ก็มีแบบ Herbie Hancock , Bob James คนล่าสุดที่ชอบ คนนี้ชอบมาก คือ Jacques Loussier คนนี้เป็นคนที่เอาเพลงของ Bach มาทำเป็น Jazz นั่นคือสาย Jazz ที่ชอบนะ แต่สาย pop มาหน่อย ก็อาจจะเป็น Alicia Keys , Jamie Cullum อะไรอย่างเนี่ย John legend อะไรอย่างเนี่ย แล้วก็จะมี Elton John นี่ชอบเลยใช่ไหมฮะ คือก็เราฟังหลายแนว
อ๊อฟ : ความฝันอันสูงสุดของโต๋
โต๋ : คือไม่ได้เน้นไปที่ไกลมาก ตอนนี้เราอยากจะทำหน้าที่ศิลปินให้ดีที่สุด ทำอัลบั้มในประเทศไทย ทำอัลบั้ม local ให้ดีที่สุดก่อนนะ ก็อยากให้เวลากับแฟนเพลงเยอะๆด้วย ตอนนี้เราว่างด้วย หลังจากนี้ก็คงหายกลับไปเรียนโท แล้วก็อาจจะมีอัลบั้มต่อ แล้วก็ความฝันอันต่อไปผมอยากจะ วันนึงผมอยากจะเอาเพลงดนตรี pop ป๊อป ของประเทศไทยออกไปให้ชาวต่างชาติได้ฟังบ้าง คือประเทศเราตอนนี้ทุกคน Jpop Kpop อะไร pop กำลังดังมากเลย คนไทยก็ไม่ยอมฟังเพลงคนไทยกันเอง แล้วผมก็คิดว่าเพลงเกาหลี ก็ไม่ได้ต่างไปจากเพลงไทย ปัญหาอยู่ที่ภาษานิดเดียวเอง เพราะเค้าไม่ฟังภาษาเรา เราดันไปฟังภาษาเค้า ก็เลยคิดว่า วันนึงน่าจะมีโอกาสก็น่าจะแบบ เอาเพลงไทยออกไปนอกประเทศบ้าง ผมว่าน่าจะดี เป็นความภูมิใจ แต่ก่อนหน้านั้นก็ต้องทำหน้าที่ศิลปินในประเทศให้ดีก่อน
อ๊อฟ : เรียนโทต่อที่ไหน
โต๋ : ได้ทุนเรียนปริญญาโท ต่อที่ abac
อ๊อฟ : ไม่ได้ทิ้งแฟนเพลงไปไหน
โต๋ : ใช่ครับ
พี : วันนี้ โต๋ ได้ทำของที่ระลึกไว้ให้แฟนๆด้วย
อ๊อฟ : นี่ไง เสื้อโต๋ วาดไว้ให้แฟนๆ อะไร
โต๋ : เนคไท สังเกตว่าชุด concept ของ album นี้ เวลาโต๋ มี คอนเสิร์ตใหญ่ ๆ ที่ไหนก็จะมีเนคไท เส้นนึง อยากลองทำดู เป็น เนคไท ลายเปียโนบ้าง ยังหาผ้าที่เป็นลายเปียโนไม่ได้ ก็เลยยังไม่มี ก็เลยวาดให้ก่อน ผมก็หาอยู่เหมือนกันแต่ยังหาไม่เจอ ใครหาได้เอามาฝากด้วย
อ๊อฟ : ข้างหลัง
โต๋ : เขียนว่า อ่านปากของฉันนะว่า เขียนโน้ตไว้ให้ เป็นโน้ต มี ที มี ลา 2 ตัว นะครับ เป็นโน็ตเอาไว้เล่นกันเอง
พี : มี ที นี้คือ ตึ้ง ตึง ใช่ไหม
โต๋ : ใช่ครับ
พี : เรามีเสื้อมาฝากโต๋ด้วย
โต๋ : คีย์เปียโน สีฟ้าเชียว จิกกะบาล website คนอินเดีย
พี : ตอนแรก โต๋ เค้าเข้าใจว่า website เราเป็น website คนอินเดียนะ
โต๋ : ใช่ จิกกะบัน ออกแนว บานๆ ออกแนว ซาราตะ แบบใส่ผ้าโผกหัว จิกกะบัน จิกกะบัน พอเค้าพูดว่า จิกกะบาล โต๋ ก็อ้อ จิกกะบาล อ้อ get แล้วนะครับ เป็นคนไม่ค่อยรู้เรื่องไม่ค่อยทัน
อ๊อฟ : ครั้งที่แล้วเราเจอโต๋ เราถามกันไว้ว่า มีกี่ ตึ้งตึง
พี : ได้นับรึยังครับ
โต๋ : ยังครับ
พี : มีคนไปนับมาแล้ว
โต๋ : เท่าไหร่
อ๊อฟ: 14
โต๋ : รวมหมายเลยใช่อ่ะ รวมหมดเลยใช่อ่ะ โอเค ลองนับกันดู intro 2 อัน hook แรก 3 hook ที่ 2 อีก 3 แล้วพอเข้า solo ก็จะมี ตึ้งติงติ่ง อีกอัน เป็น 9 hook สุดท้าย อีก 3 เป็น 12 วนมาอีกทีนึง ใช้ มีอีก 2 ที ใช่ ตอนสุดท้ายไม่ได้นับอ่ะดิ ตลอดไป ตะแดแดแด็ด มี ติ้งติง ติ้งติง ติ้งติง ติ้งติง ไม่ได้นับอ่ะดิ เกิน 14 ครับ ติ้งติง ติ้งติง ติ้งติง ติ้ง 14 15 16 17 น่าจะประมาณ 17 นะ ไปลองนับดู เพราะตอนจบมันจะมี ติ้งติง ติ้งติง ติ้งติง นับครับ นับครับ ใครรู้ช่วยบอกด้วย
อ๊อฟ: วันนี้ต้องขอบคุณ โต๋ มากที่ให้เกียรติกับรายการ สถานที่ เรามาบุก ตีท้ายครัวโต๋ เป็นปากท้อง สำหรับคราวหน้าที่เราจะเจอโต๋อีกที เมื่อได้แจกเสื้อแล้ว ดูว่าพี่โต๋ เค้าจะว่างให้กับมือไหมนะ
โต๋ : ได้ครับ
พี : ขอบคุณครับ สวัสดีครับ
ตอน 8 - โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร (บทสัมภาษณ์)
Posted on Saturday, March 17th, 2007
ตอน 8 - โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร
ไปดู Video กดตรงนี้
บทสัมภาษณ์ โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร
พิธีกร: อ๊อฟ, พี
สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกแล้วครับกับรายการ จิกกะบาล แขกรับเชิญของเราวันนี้พิเศษมากๆ ช่วงนี้เนี่ยเป็นช่วงของเค้าเลย พูดเข้าศิลปินคนเนี่ย ไม่ยากเลยครับ ผมจะพูดแค่เนี่ย 2 คำ ตึ้ง ตึง เราไปพบกับเค้าเลยดีกว่า น้อง โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร
โต๋ อ๊อฟ พี : สวัสดีครับ สวัสดีคะ
อ๊อฟ: วันนี้ ยินดีมากเลยนะ
พี: เป็นเกียรติสุดๆ
อ๊อฟ: ขออนุญาต โต๋ ขออนุญาต แฟนๆ ขออนุญาตผู้ดูแล ว่าวันนี้เราจะลวนลามโต๋ สุดฤทธิ์ ก่อนอื่นเราต้อง แสดงความยินดี กับเกียรตินิยมเหรียญทอง
โต๋ : อ๋อ จบปริญญาตรี ABAC คณะ บริหารธุรกิจ ครับ
อ๊อฟ: ทำไมถึงเหรียญทอง
โต๋ : ก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ก็เรียนไปเรื่อยๆ แล้วก็ได้ ก็เรียนไป ก็ตั้งใจ ไม่ได้ตั้งใจว่าต้องได้ก็เรียนให้ดีที่สุด เดี๋ยวมันก็ได้เอง
อ๊อฟ: เรียนจบมาแล้วจะไปเป็นนักบริหารไหม
โต๋ : ก็ เป็นนักบริหารอยู่แล้ว เราเรียนบริหารจบมาไม่ได้จำเป็นว่าไปใช้บริหารธุรกิจอย่างเดียว แต่เราบริหารตัวเอง ชีวิตตัวเอง เวลาตัวเอง อัลบั้มตัวเอง โปรเจคตัวเองได้
พี : ตอนแรกนึกว่า โต๋ จะตอบว่า บริหารหัวใจ
โต๋ : ผมไม่ได้เป็นคนขนาดนั้น
อ๊อฟ: คิดจะทำงานประจำไหม
โต๋ : ไม่ครับ ตอนนี้กำลังทำอัลบั้มอยู่ ก็อยากทำหน้าที่การเป็น ศิลปินมากสุด ก็อยากให้เวลากับงานตรงนี้มากกว่า แล้วหลังจากนี้ค่อยว่ากัน
พี : มาเข้าเรื่องเพลงกันบ้าง อัลบั้มชุดนี้ เป็นชุดที่
โต๋ : ชุดที่ 3 ครับ ก่อนหน้านี้ ก็มี เพลงบรรเลง ของพี่บอย อันแรก แล้วก็มี ของ B5 ของ Piano & I แล้วก็ชุดนี้
อ๊อฟ : ที่พูดมาเมื่อกี้ มัน 4
โต๋ : อ๋อเหรอ เออใช่ อัลบั้มที่ 4 แต่ผลงานเดี่ยวเป็นอัลบั้มที่ 3
อ๊อฟ : ถ้าเทียบกับชุดอื่นๆแล้ว กระแสตอบรับเป็นยังไงบ้าง
โต๋ : อ๋อ ชุดนี้เหรอ ครับ ตกใจกับกระแสตอบรับมากๆ เพราะไม่เคยคิดว่าคนจะตอบรับได้มากขนาดนี้ครับผม เพราะว่าเราก็นึกว่าเราก็มีแฟนเพลงของเรา ของเบเกอรี่ กับแฟนเพลงที่มีอยู่แล้ว เราไม่เคยคิดว่า เพลงเราจะไปขึ้น ชาร์ต ที่ 1 Seed ที่ 1 Hot Wave ที่ 1 FMMAX เราไม่นึกว่าจะได้ขึ้น ชาร์ต มหาชนขนาดนั้น แล้วก็ดีใจกับ feedback อัลบั้มนี้ ดีกว่าที่คิดไว้ ดีกว่าที่คาดไว้เยอะมาก
อ๊อฟ : Fat radio ก็เกือบแล้วนะ
โต๋ : fat เหรอ fat radio ได้ที่ 2 ผมว่า ด้วยความที่เรามาจาก bakery music indy อยู่แล้ว คนก็เชื่ออยู่แล้วว่าเราเป็นศิลปินทำเพลงเองจริงๆ แล้วก็พอไปสู่มหาชนผมว่า อยู่ที่แนวเพลงด้วย ก็ดีใจ เพราะว่าผมว่าค่อนข้างยากที่จะได้ขึ้นอันดับ 1 ใน Fat แล้วก็ในชาร์ตของมหาชนด้วย พร้อมๆกัน ส่วนมาก ไม่ อินดี้ ก็จะ mass ไปเลย แต่ตอนนี้เราอยู่ตรงกลาง ก็แต่เราก็วาง position ตัวเองอยู่แล้วว่าเราจะเป็นตรงกลาง รู้สึกดีที่เป็นอย่างที่ตัวเองคาดหวังไว้ แต่กระแสตอบรับก็มากกว่าที่คาดหวังเยอะ
อ๊อฟ : คิดว่าเป็นเพราะอะไรคะ
โต๋ : ไม่รู้เหมือนกัน เพราะหลายๆอย่าง อาจจะเป็นเพราะเพลง ตอนนี้ก็กระแส ฮิปฮอป กระแสร็อค กำลังมาแรงในบ้านเรา นั่นคือสาเหตุ ไม่มีใครทำแนวนี้ไงครับ สังเกตุเปิดคลื่นวิทยุก็ได้ยินแต่ เพลงของแนว rock sound คล้ายๆกันหมด ร้องก็คล้ายๆกันหมด พอเพลง pop ป๊อป ออกมาเน้นเครื่องดนตรีเฉพาะเปียโน อาจจะเป็นเพราะสาเหตุตรงนั้นด้วย ทำให้เพลงเรา sound ดนตรีของเพลงเราค่อนข้างฉีกออกไปจากเพลงอื่นในตลาด อาจจะเป็นเพราะเพลงที่ลงตัวด้วย ตัวเพลงเองก็ฟังง่ายด้วย อาจจะเป็นเพราะหลายอย่างครับ
พี : แล้วบทบาทที่เพิ่มขึ้นในอัลบั้มนี้ คือ การร้อง รู้สึกมันยากไหม
โต๋ : ครับผม อัลบั้มนี้เหรอครับ ที่ยากขึ้นไม่ใช่อยู่ที่การร้อง เพราะเราร้องอยู่แล้ว โต๋บอกเสมอไม่อยากให้คนคิดว่า เฮ้ยมันเล่นเปียโนดัง แล้วจะมาจับไมค์ร้องเพลง ไม่ใช่นะฮะ ก็คือเราต้องใจที่จะร้องตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ถ้าเล่นไปด้วยร้องไปด้วย อัลบั้มนี้ก็จะชัดเจนขึ้นเรื่องเล่นไปด้วย ร้องไปด้วย เพราะว่ามันเหมือนทำให้เรารู้สึกสมบูรณ์แบบขึ้นด้วย การเป็นศิลปิน เมื่อก่อนเล่นเปียโนอย่างเดียว เราก็สามารถเล่นคอนเสิร์ต ก็สามารถเอาคนดูอยู่ได้ แต่มันก็ยังไม่สนุกเท่าไหร่ เพราะเปียโนอย่างเดียว พอตอนนี้ เล่นเปียโนไปด้วย ร้องไปด้วย ร้องบ้าง บรรเลงบ้าง มันเลยสนุกยิ่งขึ้น ทำให้โชว์ของเรามันสมบูรณ์แบบมากขึ้น
อ๊อฟ: แล้วทำไมตอนแรกไม่ร้องตั้งแต่แรก
โต๋ : ถ้าเกิดเราร้องตั้งแต่แรกๆ คนจะมองภาพการเป็นนักร้องของเรา คนจะแบบนึกว่าเราเป็นนักร้องธรรมดา พอเล่นเปียโนได้ เราไม่อยาก เราอยากให้คนมองเราเล่นเปียโนได้จริงๆ แล้วค่อยมาร้องเพลงทีหลัง
อ๊อฟ: ตอนนี้คนเค้าก้รู้นะว่าเป็นนักเปียโน แต่เค้าก็อยากให้ร้องมากกว่า
โต๋ : การร้องอาจจะฟังง่ายกว่า แต่การบรรเลงก็เป็นอีกส่วนนึงที่ผมไม่อยากทิ้ง ความที่ผมเล่นเปียโนเป็นส่วนนึงที่ผมไม่อยากทิ้ง
อ๊อฟ : แล้วเพลงที่เห็นโต๋ ชอบเล่นบ่อยๆ ของคนอื่น คนใจง่าย ทำไม
โต๋ : ใช่ ที่ชอบเล่นคนใจง่าย เพราะรู้จักกันด้วยกับ ไอซ์ เป็นเพื่อนกัน หลายคนก็บอกว่าหน้าตาเหมือนกัน เราเจอกันก็จะทักกันว่าแบบ เค้าเป็นแฝดคนพี่ ผมเป็นแฝดคนน้อง ก็ทักกันบ่อยๆ แนวเพลงด้วยก็เข้ากันกับเราด้วย ผมเอามาเล่นผมก็ไม่ได้เล่นแนวเหมือนเค้าผมก็ไม่ได้เล่นแนว dance ผมเล่นแนวผมเอง เป็น pop แนวบอสซ่า ชิวๆหน่อย มี solo Piano คนละแนวกันด้วย ดนตรีก็เอามาทำแบบนี้ผมก็ว่าน่ารักไปอีกแบบนึง ก็เข้ากับเราด้วยก็อยากจะร้อง
อ๊อฟ: แล้วไม่คิดจะลุกขึ้นมาเต้นบ้างเหรอ
โต๋ : ไม่ฮะ ผมเคยทำพลาดไปที ตอน ซานมิเกล ตอนนั้นเปียโนไม่ดังครับ ก็ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน เอาไว้นานๆมีทีจะได้ดูน่ารักๆ พองาม ถ้าดูบ่อยๆด้วยแบบ เอ๊ะ โต๋ อะไรเนี่ย ถ้าอยากเห็นโต๋เต้นก็ทำให้เปียโนดับ เดี๋ยวโต๋แก้ปัญหาเฉพาะหน้าอีกรอบ
พี: โชว์เปียโน เคยเล่นผิดบ้างไหม
โต๋: บ่อย ไม่มีใครรู้ ก็เนียนไงฮะ เวลาเล่น อาจจะเป็นเพราะแนวผมแนว freestyle อยู่แล้วไง เราก็เล่นตามสไตล์ มันก็มีผิดบ้าง เป็นธรรมดา ผิดนิดๆหน่อยๆ โต๋ก็จะเนียนๆไหลๆไป ฟังไม่ค่อยออก มันต้องมีอยู่แล้ว ความจริงทุกเพลงที่ผมขึ้นไปเล่น เพลงบรรเลงต่างๆ ส่วนมากขึ้นไปเล่น ผมไม่เคยคิด ไม่เคยเตรียมมาก่อนเลย ว่าจะเล่นเพลงไหน ขึ้นไปปุ๊บ เห็นบรรยากาศมันเหมาะจะเล่นบรรเลง ก็ลองเล่นไปก่อน พอเราเล่นไปเพลงนึง คนชอบ ก็เลยเพิ่มอีกเพลงนึง คนก็ชอบใหญ่ พอเล่น โดเรมอน คนก็ยิ่งบ้าแตกไปเลย ก็โอเค
อ๊อฟ: แสดงว่าต้องซ้อมไว้ก่อนแล้วดิ เพลงพวกนี้
โต๋ : ไม่ต้องซ้อม ไม่ได้ซ้อม ก็เล่นได้อยู่แล้ว ส่วนมากได้ยินเพลงอะไร อย่างบางเพลงก็เพิ่งได้ยินจากวิทยุตอนมาเล่นคอนเสิร์ตแต่ไม่เคยเล่น พอมาถึงปุ๊บมีแต่คนพูดถึงเพลงนี้ ก็เลยเล่น ซะเลย
พี: ถ้าฟังได้ขนาดนี้ นี่ถือว่าแบบ Perfect Pitch อะไรอย่างนี้ไหม
โต๋ : ใช่ Perfect Pitch ใช่เป็นอยู่แล้ว
พี : ถ้าแบบนี้ละ
โต๋ : ถ้าแบบนี้มันไม่เป็นโน๊ต เพราะมันไม่มีเสียงกังวาน อันนี้มันไม่กังวาน ถ้าเป็นเสียงแก้วอะไรอย่างเงี่ย
พี: ถ้าอย่างนี้ละ อย่างนี้โน๊ตอะไร โน้ต เชิญยิ้ม ครับ
โต๋ : ผมจะออกจากรายการละครับ
อ๊อฟ : เราทดสอบเค้า แล้วเราจะรู้ไหมว่าเค้าถูก
โต๋ : ใช่
พี : แต่เมื่อกี้ผิดนะ ตอนแรกจะทำจมูกโต แล้ว บอกว่าเป็น โน้ต อุดม แต่มันยาก
โต๋ : ยอมครับยอมครับ
อ๊อฟ : ออกอัลบั้มมาก็เยอะ ทำเดี่ยว บีไฟว์ ชอบแบบไหนมากกว่ากัน
โต๋ : ชอบทุกอย่าง คือไม่ได้แปลว่าผมทำเพลงร้อง แล้วผมจะลืมเพลงบรรเลงนะ ผมก็ยังทำเพลงบรรเลงออกมาอยู่ บีไฟว์ ก็ยังทำอยู่ คนจะได้มองเห็นภาพลักษณ์เราเปลี่ยนไปบ้าง คนเห็นเราเป็นนักร้องบ้าง นักเปียโนบ้าง อะไรบ้าง เปลี่ยนไปเรื่อย เพราะเรามีหลายด้านอยู่แล้วในตัวเอง อยู่กับเพื่อนๆก็สนุกดี อยู่คนเดียวก็สนุกดี สนุกคนละแบบอ่ะครับ สังเกตว่า b5 ทุกครั้งที่เราเล่น คนที่ได้ดูวีดีโอ หรือติดตาม B5 เนี่ยเวลาทุกคนเล่น ฟลัว เล่นคนเดียว เบน เล่นคนเดียว โต๋ เล่นคนเดียว มันก็จะมีพลังของตัวมันเอง พอเมื่อไหร่ที่จับมาขึ้นพร้อมกัน 5 คน เนี่ย มันเหมือนพลังแต่ละอย่างมัน คูณ 5 ขึ้นมา ผมว่ามันเป็นพลังที่ซ่อนอยู่ใน บี 5
อ๊อฟ : ตอนเด็กๆฝันอยากจะเป็นนักร้องดังแบบนี้ไหม
โต๋ : ตอนเด็กก็ฝันอยากมีอัลบั้มเป็นของตัวเองเฉยๆ
พี : เรียนเปียโน มาตั้งแต่กี่ขวบ
โต๋ : 3-4 ขวบ
พี : แล้วร้องได้เรียนไหม
โต๋ : ร้องไม่ได้เรียน ร้องก็ร้องเองครับ
พี : เครื่องดนตรีอื่นๆ เล่นอะไรได้อีก
โต๋ : กีต้าร์ เบส กลอง แล้วก็ ไวโอลิน เครื่องดนตรีส่วนใหญ่ ถ้าให้มามองดู ขอใช้เวลาศึกษาก็เล่นได้ ดนตรีมันก็ไม่หนีศาสตร์ดนตรีแล้ว ถ้าคุณจับจุดจับหัวใจมันถูก เครื่องไหนก็เล่นได้
อ๊อฟ : แล้วได้เรียนไหม
โต๋ : เรียนเปียโน อย่างเดียว นอกนั้นเป็นเอง
พี : ปกติอ่านการ์ตูนไหมครับ มันมีเรื่อง โนดาเมะ ภูตรักนักดนตรี พระเอก เป็นนักเปียโน
โต๋ : ไม่ค่อยอ่าน ไม่เคยอ่านการ์ตูน เป็นคนไม่ค่อยชอบอ่านการ์ตูน เท่าไหร่
อ๊อฟ : ตอนเด็กๆที่เรียนเปียโน อยากเรียนเองรึเปล่า
โต๋ : ไม่ครับ คุณพ่อคุณแม่จับเรียน มันก็โดนบังคับ โดนจับซ้อม เหมือนคนทั่วๆไป เหมือนกับคุณพ่อคุณแม่ค่อนข้างเข็มงวดด้วย กับการเรียน ถูกจับซ้อม พอโตมาเราก็รู้ว่า การที่เราถูกบังคับซ้อมมามันดีนะ
อ๊อฟ: โดนบังคับอยู่กี่ปี ถึงอยากซ้อมเอง
โต๋ : จนถึง 10-11 ขวบ
อ๊อฟ : ก็ยังเด็กอยู่เลยนะ
โต๋ : คุณแม่ คุณพ่อ คุณแม่ ค่อนข้างเข้มงวดกับการการซ้อม การใช้ชีวิต ทั้งด้านเรียน ด้านกีฬา
อ๊อฟ : บ้านที่เข้มงวดส่วนมากเค้าจะไม่สนับสนุนการเป็นนักดนตรี
โต๋ : ก็บ้านผมไงครับ คุณพ่อเป็นนักดนตรี ก็เลย เค้าก็สนับสนุนการเรียนด้วย ดนตรีด้วย ดนตรีไม่ได้เป็นสิ่งที่ ดนตรีไม่จำเป็นต้องมองว่ามันเป็น พ่อแม่หลายๆคนก็สนับสนุนให้ลูกตัวเองเล่นดนตรีกันเยอะขึ้นนะครับ
อ๊อฟ : เคยประกวดได้รางวัลไหม
โต๋ : ไม่ได้ประกวด เป็นการสอบเทียบเฉยๆ สอบเกรด เหมือนกับเราสอบวัดอันดับ ก็ได้คะแนนสูงเป็นอันดับ 2 ของผู้สอบเฉยๆ ไม่ได้แปลว่าเราเก่งอันดับ 2 ของโลก แต่อย่างไร อย่าเข้าใจผิด หลายๆคนเข้าใจผิด คือ ผมก็พยามจะอธิบาย มันอาจจะยาวไปนะครับการที่บอกว่า คะแนนสูงเป็นอันดับที่ 2 ของผู้สอบ มันอาจจะยาวไป เค้าเลยตัดเหลือแค่อันดับ 2 ของโลก ตอนครั้งแรกที่ออกทีวี แล้วเค้าตัดเหลือแค่เนี่ย จะร้องไห้ โอ๊ย พี่เขียนอย่างงี้ผมก็โดนด่าตายดิ มันไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย แล้วอีกอย่าง รางวัลนี้ มันไม่ได้เป็นสิ่งที่เรา ผมไม่ได้ปิดบ้านเลี้ยงฉลอง ผมก็กลับบ้านเฉยๆ เพราะผมได้รางวัลนี้ ไม่เห็นดีใจเลยครับ สอบได้คะแนนสูงเป็นอันดับ 2 แล้ว so what แล้วยังไง ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นมาตรงไหน มันไม่ต้องดีใจ มันก็เป็นจุดนึง แล้วมันก็ผ่านไป มันไม่ได้เป็นไรที่เราต้องมานั่งบูชามันตลอด มันก็ดีใจ ผ่านไปมันก็ต้องมีอะไรต่อในชีวิต
พี : ถ้าจะเล่นเปียโน มือต้องใหญ่ๆ
อ๊อฟ: ขอดูมือหน่อย ลวนลาม นิดนึง
โต๋ : เล็บดำ เล่นบาสมา เล็บมันเลยดำ
พี : นี่แอบลวนลาม
โต๋ : นี่บ่อยแล้วนะ
อ๊อฟ : ปกติคนเล่นเปียโน จะมือนิ่ม นี่
โต๋ : ไม่นิ่มครับ หลายคนบอกครับมือนิ่ม มอบให้ การที่นักเปียโนส่วนมากมือนิ่มเนี่ย ถ้าเป็นแนวแบบ classic แนวสาย คลาสิค เนี่ย เค้าจะต้องถนอมมือตัวเองมากเลย ส่วนมากเค้าจะใส่ถุงมือ ของหนักๆไม่ยกเลย เค้าจะถนอมมือของเค้า เวลาเล่น เรื่อง scale เค้าจะเด่น ด้วยความที่แนวของเราเป็นแนว freestyle อยู่แล้ว ผมเชื่อว่า ฟรีสไตล์อยู่แล้ว ผมคิดว่าการที่เราเล่นเปียโนเนี่ย โอเค เราก็ดูแลรักษานิ้วเรา สุขภาพ มันก็คงไม่ต้องขนาดที่เราไม่มีความสุขในช่วงวัยรุ่นเลย เหมือนผมเล่นเปียโน พวกบาส คือ บาส เป็นกีฬาที่นักเปียโน ไม่ควรเล่นเลย แต่ผมก็เล่น แต่ถ้าเล่นไปซักพัก ชินกับจังหวะแล้วมันก็ไม่เป็น
อ๊อฟ : เคยคิดจะเป็นครูสอนเปียโนไหมคะ
โต๋ : ไม่เคยครับ เพราะสิ่งที่ผมได้มา ผมไม่มีใครสอนมา ผมเรียนเปียโน คลาสิคมา ซึ่งเปียโนคลาสิคที่ผมเรียนมาก็เหมือนกับน้องๆทุกคนที่ไปเรียนเปียโนมาก็ไม่มีอะไรต่างกันเลย คือเรียนโน๊ต เรียนอะไรเหมือนกันหมด แต่สิ่งที่เราได้มากกว่านั้น มันมาจากการเล่นที่โบสถ์ มันมาจากประสบการณ์ มันมาจากอะไรหลายๆอย่าง ให้ผมแนะได้ แต่อย่าให้ผมสอนเลย มาถามผมได้ แล้วผมแนะให้ได้ว่ามันเป็นยังไง แต่อย่าให้ผมมาสอนเป็นคอร์ส 1 คอร์สโต๋ มันไม่มีอะครับ ผมว่าเปียโน ดนตรีมันต้องฟรีสไตล์ น้องต้องตามหา สไตล์ของน้องเอง ผมก็บอกเสมอว่าไม่อยากให้ ผมก็ดีใจที่สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับหลายๆคนกลับมาเล่นเปียโน กลับมาซ้อมกลับมาอะไร แต่อย่าเอาผมไปเป็น ไอดอล ไปเป็นตัวอย่าง หลายๆให้คนบอกว่าเห็นพี่โต๋ เป็นตัวอย่างอยากเล่นได้อย่างพี่โต๋ จังเลย อยากเล่นให้เหมือน คนไม่พิเศษ อยากเล่นให้เหมือนจังเลย โต๋ ก็บอกว่า ไม่อยากให้เล่นให้เหมือน เพราะถ้าน้องๆเล่นเหมือนเนี่ย ชีวิตนี้น้องก็ต้องเล่นตาม เล่นเป็นเพลงของคนอื่นไปตลอดชีวิตเลยครับ อย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย น้องเอา คนไม่พิเศษ มาเปลี่ยนเป็นของน้องเอง ไปทำอะไรของน้องเองก็ได้ น้องหาเพลงของน้องเอง เป็นแบบแนวตัวเองจะดีกว่า เพราะไม่งั้นเล่นเพลงของคนอื่นไปตลอด มันน่าเบื่อมากนะครับ มันเป็นอะไรที่ไม่เคยเจออะไรใหม่เลย
อ๊อฟ: แล้วตอนนี้เครื่องดนตรีที่รักมากที่สุดเป็นเปียโนรึเปล่า
โต๋ : ครับผม ถ้าชอบที่สุดก็คงเป็นเปียโน
อ๊อฟ: มีความสุขไหมเวลาเล่นเปียโน
โต๋ : มากครับ มีความสุขมากเล่นเปียโนไปด้วย ร้องไปด้วย บรรยากาศที่ไปเล่นตามงานต่างๆ แล้วมีคนดู มันเป็นช่วงเวลาที่เราไม่อยากเลิก อยากเล่นต่อเรื่อยๆ
อ๊อฟ : นอกจากในคอนเสิร์ตละ เล่นเปียโนบ้างไหม
โต๋ : ก็ไม่ค่อยได้เล่น ก็แล้วแต่วัน คือมันไม่ได้จับทุกวัน ไม่ได้แปลว่ามันต้อง Fix ว่าวันนี้ต้อง 3 – 4 ชั่วโมง คนเราพอซ้อมไปถึงจุดนึง นักดนตรีทุกคนพอซ้อมไปถึงจุดๆนึง มันจะเหมือนอยู่ในหัว คุณซ้อมเองก็ได้ รถติดก็ซ้อมได้ ซ้อมในหัว run เพลงในหัว ว่าเพลงนี้เป็นยังไง
พี: ปกติอยู่บ้านทำอะไรบ้างครับ
โต๋ : พักผ่อน ดูทีวี เล่นเกมส์บ้าง เล่น winning
พี : ชอบฟุตบอล
โต๋ : เตะไม่เป็น ชอบเล่นเกมส์ ชอบดู ดูไปเมื่อวาน ไปแดง 5 ใบ เหลือง 3 ใบ
อ่านบทสัมภาษณ์ต่อ
ต่อคร้าบ ….. เป็นวงที่สร้างปรากฎการณ์อีกแล้ว บทสัมภาษณ์ให้เราจริงๆ มันยาวเกินกว่า 1 หน้าจะเอาอยู่
ตอน 8 - โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร (วิดีโอ)
Posted on Saturday, March 17th, 2007
กดที่ภาพเพื่อดูได้เลย
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
ความยาว 40 กว่านาที
ผู้โชคดีได้รับเสื้อฝีมือ พี่โต๋
คือ comment ที่ 117 noon_kmitl ยินดีด้วยนะจ๊ะ (นับจากอันบนสุด เป็นอันที่ 1 )
ครั้งนี้ พี่โต๋ ไม่ได้เป็นคนเลือกเองนะ พี่โต๋ เข้ามาดูแล้ว และได้อ่าน comment ของน้องๆทุกคน
แต่พี่เค้าเลือกไม่ได้ ทางทีมงาน จึงทำการ random เอานะจ๊ะ
สำหรับคนที่พลาดในครั้งนี้ รอลุ้นต่อกับศิลปินคนอื่นๆต่อไปนะจ๊ะ


รักการอ่าน คลิ๊กอ่านบทสัมภาษณ์ได้ที่นี่เลย
ชอบฟังแต่เสียง, เบื่อหน้าพิธีกร คลิ๊กเพื่อ Download แต่เสียงได้ที่นี่
Video ในรูปแบบอื่นๆ (เพื่อความคมชัด)
ขนาด 227MB (640×480)
ขนาด 114MB (320×240)
Truelife Jam Sessions - โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร
Posted on Thursday, March 15th, 2007
กดที่ภาพเพื่อดูได้เลย
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
TrueLife Jam Sessions - โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร @ Truelife
โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เปิดด้วยเพลง รักใน C major ของ วง แกนด์ เอ็กซ์ ของคุณพ่อ ซึ่ง เป็นส่วนนึงที่ทำให้ ชื่ออัลบั้มใหม่ของ โต๋ เป็น Living in C Major (อยู่ในคลิป TrueLife Jam Sessions - Saranya @ Truelife ตามไปดูกันนะจ๊ะ) แล้ว ต่อด้วยเพลง ไม่มีวันอยู่แล้ว , เพลง เฉียด , เพลง อะไรก็ได้ , เพลง คนไม่พิเศษ , เพลง คนใจง่าย ของ ไอซ์ ศรันยู และ มี Guest เป็น น้องชายของโต๋ ชื่อ เต๋ ขึ้นมาร้องเพลง หยุด จาก Groove Rider ด้วยกัน ก่อนจะปิดท้าย ด้วยเพลง รักเธอ ( ตึ้งตึง หรือ ติ้งติง)
บทสัมภาษณ์ โต๋ ศักดิ์สิทธิ์
อ๊อฟ: สวัสดีคะ จิกกะบาล เสนอหน้านะคะ วันนี้เสนอหน้ามาคุยกับโต๋ วันนี้โต๋ มาทำอะไรคะ ที่ truelife
โต๋: ครับ เสนอหน้าเลย วันนี้มาเล่น Truelife jam sessions เป็น Guest แขกรับเชิญ ของพี่ก้อย ศรัณย่า
อ๊อฟ: แล้วรู้สึกยังไงบ้างที่ได้มาเป็น Guest
โต๋: ก็ ตอนแรกก็ เอาตามตรง คือรู้จักพี่ก้อยอยู่แล้ว รู้จักชื่อ เพลงผมอาจจะเกิดไม่ค่อยทันเท่าไหร่ นะครับ แต่ได้มาเล่น เค้าเรียกอะไร ได้ขึ้นเวทีกับรุ่นใหญ่อีกแล้ว ก็รู้สึกดี เพราะว่าปกติเราก็ได้ยินแต่ชื่อ แต่ไม่เคยเจอ แล้วก็ อย่างที่บอก ผมอาจจะยังเด็กเล็กๆอยู่ไม่ทันเพลงของพี่ก้อยเท่าไหร่ ผมไม่ได้ว่านะ ผมแค่พูดเฉยๆ ก็เป็นเกียรติละกันครับที่ได้มาเล่นกับรุ่นใหญ่
อ๊อฟ: เขินบ้างไหม
โต๋: เขินมันก็ไม่ค่อยเขินเท่าไหร่นะ ไม่ได้รู้สึก พี่ก้อยเค้าเจอเราเค้าก็ friendly กับเรา เราก็เลยรู้สึกอุ่นใจขึ้นเยอะ
อ๊อฟ: วันนี้โต๋โชว์เพลงอะไรบ้างคะ
โต๋: วันนี้ก็โชว์หลายเพลงเลยครับ ก็ ตอนนี้พูดตามตรงก็ ยังไม่ได้เขียน song list เลย แต่ทั้งหมดประมาณ 4-5 เพลง
อ๊อฟ: เพลงของโต๋ ส่วนมากจะเป็นเพลง เขินๆ อาย แต่ทำไมอ้อนแฟนเพลงเก่งจัง
โต๋: ใช่ เอ้า ก็คนเขิน เค้าถึงจะอ้อน ถ้าคนไม่เขินเค้าคงไม่ต้องอ้อน เค้าคงบอกไปเลย แต่จริงๆผมไม่ได้อ้อนมาก แต่คนคิดไปเลยรึเปล่า ผมไม่ได้อ้อนเลยนะ ผมร้องเฉยๆ
อ๊อฟ: โต๋ จะพูดถึงเพลงตัวเอง ว่า ติ้ง ติง ตกลงว่ามัน ติ้งติง หรือ ตึ้ง ตึง
โต๋: ฮะ ไม่รู้เหมือนกันฮะ เค้าเรียกว่าอะไรกัน เค้าเรียกว่า ตึ้งตึง เหรอ ครับ จริงๆโต๋ เรียกว่า รักเธอ แต่เห็นคนอื่นเค้าพูด โต๋ ก็เลยพูดบ้าง ติ้งติง ตึ้งตึง มันก็เหมือนกันแหละ ขอให้โน๊ตถูกก็พอแล้ว
อ๊อฟ: ตกลง โต๋ จะเอา ติ้งติง
โต๋: ตึ้งตึง ก็ได้ครับ
อ๊อฟ: วันก่อนเจอโต๋ที่ Music Chic Show รู้สึกยังไงบ้างที่น้องที่ได้รางวัลไป เค้าไม่รู้จักเราเลย
โต๋: รู้สึก ขำๆ นิดหน่ยอ รู้สึก ตลกดี จริงๆ น้องเค้าร้องได้นะ ผมว่าเค้าเขินมากกว่า พี่ทีมงานก็บอกว่าน้องเค้าก็ร้องอยู่ข้างล่าง เค้าขึ้นมาคงเขิน เค้าก็เลยบอกร้องไม่ได้
อ๊อฟ: แล้วจริงๆไปนับรึยัง ว่ามีกี่ครั้ง
โต๋: ผมยังไม่ได้นับเลย ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามีกี่ครั้ง
อ๊อฟ: แฟนๆก็ไปลองนับกันดูว่ามีกี่ครั้ง
โต๋: ใช่ไปลองนับดูครับ ผมว่าก็จะลองไปนับดู เอาทุกเม็ดเลยไม่จำเป็นต้องอยู่ใน ฮุค อย่างเดียว เดี๋ยวต้องกลับไปนับ
อ๊อฟ: เดี๋ยววันนี้ถ้าโต๋ เล่นก็นับไปพร้อมๆกันกับโต๋ นะคะ
โต๋: ครับผม
อ๊อฟ: ขอบคุณมากคะ
โต๋: ขอบคุณมากครับ
One-2-Call! Max Stage Mobile # 2 - จิดา
Posted on Wednesday, March 14th, 2007
กดที่ภาพเพื่อดูได้เลย
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
“One-2-Call! MAX Stage Mobile ” โดนใจวัยโจ๋ – จิดา
ถูกใจขาโจ๋แบบจังๆกับคอนเสิร์ต One-2-Call! Max Stage Mobile # 2 ตอน หมวยเซ็กซี่ ตี๋อินเตอร์ ของคลื่นวัยมันส์ MAX 88.5 ที่ยกขบวนความสนุกสนานไปโชว์กันที่บริเวณลานหน้า เมเจอร์ ปิ่นเกล้า งานนี้เหล่าบรรดาหมวยเซ็กซี่และหนุ่มตี๋อินเตอร์ก็ตามไปร่วมสนุกกันเต็มเพียบ
ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้เป็นครั้งที่สองก็มีบรรดาพีเจของคลื่น ยกขบวนไปร่วมสนุกกันหมดทั้งคลื่น นอกจากจะได้มันส์ไปกับคอนเสิร์ตแล้ว ยังมีกิจกรรมต่างๆให้ชาวแมกซ์ได้ร่วมสนุกกันอีกมากมาย หลังสนุกกับเกมส์และกิจกรรมมันส์กันไปแล้วก็เข้าสู่คอนเสิร์ต One-2-Call! Max Stage Mobile
พักอารมณ์ชาวร็อกกันด้วยสาวเสียงใส “ จินดา ” แห่ง Craftman record ที่มากับเพลง สนุกๆ เริ่มด้วย เพลง อนุรักษ์ และ เพลง ใครบอกว่าฉันกลัว ออกมาโชว์น่ารักทำเอาหนุ่มๆตาค้างไปตามๆกัน
สำหรับคนที่พลาดกิจกรรม One-2-Call! Max Stage Mobile ครั้งนี้ไม่ต้องเสียใจเพราะยังมีกิจกรรมมันส์ๆแบบนี้อีกหลายที่ติดตามรายละเอียดได้ที่ MAX 88.5 หรือ www.fmmax.com
บทสัมภาษณ์ จิดา
จิดา : สวัสดีคะ จิดานะคะ วันนี้ก็อยู่ที่ Major ปิ่นเกล้า มาแสดง คอนเสิร์ตร่วมกับ Max 88.5 นะคะ วันนี้ก็ดีนะคะ เป็นแบบเวทีเคลื่อนที่ คราวที่แล้วก็ที่สยาม คราวนี้ก็ย้ายที่ก็เปลี่ยนไป ก็เปลี่ยนบรรยากาศดีคะ แต่ว่า sound ตอนแรกอาจจะไม่ได้ยินเสียงดนตรีเลย เป็นเสียงร้องโดดๆ งงๆ นิดหน่อย แต่รวมๆ แล้วก็สนุกดีคะ ก็ให้มาร้องเพลงก็สนุกอยู่แล้ว ชอบอยู่แล้ว
One-2-Call! Max Stage Mobile # 2 - Spin Head
Posted on Wednesday, March 14th, 2007
กดที่ภาพเพื่อดูได้เลย
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
“One-2-Call! MAX Stage Mobile ” โดนใจวัยโจ๋ – Spin Head
ถูกใจขาโจ๋แบบจังๆกับคอนเสิร์ต One-2-Call! Max Stage Mobile # 2 ตอน หมวยเซ็กซี่ ตี๋อินเตอร์ ของคลื่นวัยมันส์ MAX 88.5 ที่ยกขบวนความสนุกสนานไปโชว์กันที่บริเวณลานหน้า เมเจอร์ ปิ่นเกล้า งานนี้เหล่าบรรดาหมวยเซ็กซี่และหนุ่มตี๋อินเตอร์ก็ตามไปร่วมสนุกกันเต็มเพียบ
ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้เป็นครั้งที่สองก็มีบรรดาพีเจของคลื่น ยกขบวนไปร่วมสนุกกันหมดทั้งคลื่น นอกจากจะได้มันส์ไปกับคอนเสิร์ตแล้ว ยังมีกิจกรรมต่างๆให้ชาวแมกซ์ได้ร่วมสนุกกันอีกมากมาย หลังสนุกกับเกมส์และกิจกรรมมันส์กันไปแล้วก็เข้าสู่คอนเสิร์ต One-2-Call! Max Stage Mobile
ศิลปินวงร็อกที่สาวๆต่างเทคะแนนใจให้ “สปิน เฮด” ที่มาในเพลง “ เจ้าชู้ ” และ “ ไม่ได้หลายใจ ”งานนี้ทำเอาบรรดาสาวๆใจแทบจะละลาย เพราะเจอที่เด็ดจากหนุ่ม “ซาหริ่ม” (ร้องนำ) บอกไปว่า ไม่เจ้าชู้แล้วจะรักแฟนๆทุกคนได้ไง และได้นำ เพลง หยุดได้ไหม ของ เล้าโลม มาร้องด้วย
สำหรับคนที่พลาดกิจกรรม One-2-Call! Max Stage Mobile ครั้งนี้ไม่ต้องเสียใจเพราะยังมีกิจกรรมมันส์ๆแบบนี้อีกหลายที่ติดตามรายละเอียดได้ที่ MAX 88.5 หรือ www.fmmax.com
บทสัมภาษณ์ Spin Head
Spin Head: สวัสดีครับ พวกเรา Spin Head
ซาหริ่ม Spin Head: ครับ ผม สลิม ร้องนำ ครับ
เบิร์ต Spin Head: กีต้าร์ ครับ
นนท์ Spin Head: เบสครับ
ปอนด์ Spin Head: บอล กลองครับ
ซาหริ่ม Spin Head: สำหรับวันนี้เราก็มา Concert Max Stage Mobile ครับ วันนี้ก็ตื่นเต้า และ ยินดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะเวทีเคลื่อนที่ได้ ตื่นเต้นเน้อ แล้วเวลาเล่นมันจะเคลื่อนที่ไปไหมอ่ะ
Spin Head: ไม่
เบิร์ต Spin Head: วันนี้มีพิเศษๆ กับการโชว์ ของเราครับ
ซาหริ่ม Spin Head: อย่าลืมไปมันกัน
One-2-Call! Max Stage Mobile # 2 - Slot Machine
Posted on Wednesday, March 14th, 2007
กดที่ภาพเพื่อดูได้เลย
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
“One-2-Call! MAX Stage Mobile ” โดนใจวัยโจ๋ – Slot Machine
ถูกใจขาโจ๋แบบจังๆกับคอนเสิร์ต One-2-Call! Max Stage Mobile # 2 ตอน หมวยเซ็กซี่ ตี๋อินเตอร์ ของคลื่นวัยมันส์ MAX 88.5 ที่ยกขบวนความสนุกสนานไปโชว์กันที่บริเวณลานหน้า เมเจอร์ ปิ่นเกล้า งานนี้เหล่าบรรดาหมวยเซ็กซี่และหนุ่มตี๋อินเตอร์ก็ตามไปร่วมสนุกกันเต็มเพียบ
ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้เป็นครั้งที่สองก็มีบรรดาพีเจของคลื่น ยกขบวนไปร่วมสนุกกันหมดทั้งคลื่น นอกจากจะได้มันส์ไปกับคอนเสิร์ตแล้ว ยังมีกิจกรรมต่างๆให้ชาวแมกซ์ได้ร่วมสนุกกันอีกมากมาย หลังสนุกกับเกมส์และกิจกรรมมันส์กันไปแล้วก็เข้าสู่คอนเสิร์ต One-2-Call! Max Stage Mobile
เปิดตัวกันด้วยวงดนตรี Slot Machine ที่ออกมาในที่มากับ เพลง หลอน แล้วต่อด้วย เพลง คำสุดท้าย
เพลง รอ และ เพลง ตาสว่าง ของ Modern dog และ ปิดท้ายด้วย เพลงสุดฮิต “ผ่าน”
สำหรับคนที่พลาดกิจกรรม One-2-Call! Max Stage Mobile ครั้งนี้ไม่ต้องเสียใจเพราะยังมีกิจกรรมมันส์ๆแบบนี้อีกหลายที่ติดตามรายละเอียดได้ที่ MAX 88.5 หรือ www.fmmax.com
บทสัมภาษณ์ Slot Machine
Slot Machine: สวัสดีครับ พวกเรา Slot Machine
แก๊ก Slot Machine: สวัสดีครับ ผม ยุทธ ครับ
วิทย์ Slot Machine: ผม วิทย์ ครับ
เฟิร์ส Slot Machine: ผม เฟิร์ส ครับ
แก๊ก Slot Machine: แก๊ก ครับ
ออโต้ Slot Machine: ผม ออโต้ ครับ
เฟิร์ส Slot Machine: วันนี้พวกเราก็มาเล่นดนตรีกลางแจ้ง เป็นรถอะไรสักอย่างที่มันเปิดหลังคาได้ มาเล่นที่หน้าลาน เมเจอร์ ปิ่นเกล้า เป็นงานของ FM MAX กับ 12 Call
วิทย์ Slot Machine: วันนี้ก็มัน ถึงจะร้อนไปหน่อยนึง ก็มัน
แก๊ก Slot Machine: ไม่หน่อย
อ๊อฟ: รู้สึกยังไงบ้าง เล่นบนเวที เคลื่อนที่ได้
วิทย์ Slot Machine: ก็ร้อนนะ
เฟิร์ส Slot Machine: ถ้ามันเคลื่อนที่ไปด้วย ตอนเราเล่นก็น่าจะดีเหมือนกันเน้อ
อ๊อฟ: ไม่กลัวตกเหรอ
เฟิร์ส Slot Machine: ไม่กลัวหรอกครับ
แก๊ก Slot Machine: นึกว่าตรงหน้าเวทีจะไม่มีคน
เฟิร์ส Slot Machine: อันนี้พี่ยุทธใช่ไหมครับ
แก๊ก Slot Machine: แล้วแก๊กว่าไง วันนี้คนมาออ กันเยอะ ไม่กลัวแดด ถือว่าสนุกดีครับวันนี้
วิทย์ Slot Machine: ไม่ขำ
ออโต้ Slot Machine: Concept งาน ก็คือ ระวังหมดอายุครับ อยากให้เพื่อนๆออกมากล้า มาสนุกเหมือนพวกเรา ก่อนที่จะหมดอายุ
เฟิร์ส Slot Machine: คือ ทำอะไรก็รีบทำ อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง เพราะว่าอาจจะไม่มีวันพรุ่งนี้ก็ได้
วิทย์ Slot Machine: ทำอะไรก็รีบทำ จะจีบใครก็รีบจีบ
เฟิร์ส Slot Machine: ส่วนตัวรึเปล่า
วิทย์ Slot Machine: นึดนึงครับ
One-2-Call! Max Stage Mobile # 2 - Gear Knight
Posted on Wednesday, March 14th, 2007
กดที่ภาพเพื่อดูได้เลย
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
“One-2-Call! MAX Stage Mobile ” โดนใจวัยโจ๋ – Gear Knight
“เกียร์ ไนท์”สุดมันส์แฟนแดนซ์กระจาย
ถูกใจขาโจ๋แบบจังๆกับคอนเสิร์ต One-2-Call! Max Stage Mobile # 2 ตอน หมวยเซ็กซี่ ตี๋อินเตอร์ ของคลื่นวัยมันส์ MAX 88.5 ที่ยกขบวนความสนุกสนานไปโชว์กันที่บริเวณลานหน้า เมเจอร์ ปิ่นเกล้า งานนี้เหล่าบรรดาหมวยเซ็กซี่และหนุ่มตี๋อินเตอร์ก็ตามไปร่วมสนุกกันเต็มเพียบ
ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้เป็นครั้งที่สองก็มีบรรดาพีเจของคลื่น ยกขบวนไปร่วมสนุกกันหมดทั้งคลื่นนอกจากจะได้มันส์ไปกับคอนเสิร์ต แล้วยังมีกิจกรรมต่างๆให้ชาวแมกซ์ได้ร่วมสนุกกันอีกมากมาย หลังสนุกกับเกมส์และกิจกรรมมันส์กันไปแล้วก็เข้าสู่คอนเสิร์ต One-2-Call! Max Stage Mobile
ปิดท้ายคอนเสิร์ต ด้วยวงดนตรีร็อกคุณภาพ “ เกียร์ ไนท์ ” ที่งานนี้ขึ้นมาโชว์พลังเสียงสร้างความมันส์ กับเพลง กระสุนนัดสุดท้าย และต่อด้วย เพลง อยากได้แฟน เพลง ตกลงเราเป็นอะไรกัน และได้มีเพลงพิเศษ คือ เพลง จีบฉันที ของ Black Vanilla ร้องโดย พจน์ มือกีตาร์ ก่อนจะปิดท้ายกันด้วย เพลง คนมีคู่ไม่รู้หรอก ทำเอาเหล่าบรรดาแฟนๆมันส์แบบเต็มๆตั้งแต่เพลงแรก จนเพลงสุดท้ายเลยทีเดียว
สำหรับคนที่พลาดกิจกรรม One-2-Call! Max Stage Mobile ครั้งนี้ไม่ต้องเสียใจเพราะยังมีกิจกรรมมันส์ๆแบบนี้อีกหลายที่ติดตามรายละเอียดได้ที่ MAX 88.5 หรือ www.fmmax.com
บทสัมภาษณ์ Gear Knight
เบน Gear Knight : วันนี้พวกเรามาเล่นคอนเสิร์ตนะครับ งาน 12 call Max Stage Mobile
อ๊อฟ : รู้สึกยังไงบ้างได้เล่นคอนเสิร์ตกับ Stage Mobile
เบน Gear Knight : เป็นความรู้สึกที่ดีนะครับ เพราะว่าไม่ค่อยได้เล่นคอนเสิร์ตต่อหน้าผู้คนเยอะขนาดนี้ เป็นอะไรที่น่าสนใจ น่าจะมันดี
อ๊อฟ : ทราบไหมคะว่า Stage Mobile เค้าลากมา
เบน Gear Knight : ทราบครับ ไปดูมาแล้วครับ
อ๊อฟ : ตื่นเต้นไหม
เบน Gear Knight : ก็ดีครับ เมื่อกี้ก็ยังเห็นอยู่ว่าประตูมันเปิดได้ ก็ใหญ่ๆขนาดนั้น หดเหลือรถคันเดียวได้
อ๊อฟ : กลัวไหมพับได้
เบน Gear Knight : ไม่กลัวหรอก ถ้าพับได้ก็ดีครับ เป็นสีสันของโชว์ครับ
อ๊อฟ : วันนี้มีอะไรมาฝากแฟนเพลงบ้าง
เบน Gear Knight : วันนี้เราก็มีเพลงมาฝากกัน แล้วก็มีเพลง พิเศษให้ พี่พจน์ ร้องด้วย มือกีต้าร์ ช่วยกันร้อง เพราะคนนี้เค้าสาวกรี๊ดเลยทีเดียว
One-2-Call! Max Stage Mobile # 2 - Etc.
Posted on Wednesday, March 14th, 2007
กดที่ภาพเพื่อดูได้เลย
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
“One-2-Call! MAX Stage Mobile” โดนใจวัยโจ๋ – Etc.
ถูกใจขาโจ๋แบบจังๆกับคอนเสิร์ต One-2-Call! Max Stage Mobile # 2 ตอน หมวยเซ็กซี่ ตี๋อินเตอร์ ของคลื่นวัยมันส์ MAX 88.5 ที่ยกขบวนความสนุกสนานไปโชว์กันที่บริเวณลานหน้า เมเจอร์ ปิ่นเกล้า งานนี้เหล่าบรรดาหมวยเซ็กซี่และหนุ่มตี๋อินเตอร์ก็ตามไปร่วมสนุกกันเต็มเพียบ
ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง ก็มีบรรดาพีเจของคลื่นยกขบวนไปร่วมสนุกกันหมดทั้งคลื่น นอกจากจะได้มันส์ไปกับคอนเสิร์ตแล้ว ยังมีกิจกรรมต่างๆให้ชาวแมกซ์ได้ร่วมสนุกกันอีกมากมาย หลังสนุกกับเกมส์และกิจกรรมมันส์กันไปแล้วก็เข้าสู่คอนเสิร์ต One-2-Call! Max Stage Mobile
ศิลปินวง “ ECT ” เริ่มกันด้วย เพลง เปลี่ยน และขยับจังหวะขึ้นกับ เพลง ฉวยโอกาส และ เพลง จริง จริง และปิดท้ายด้วย เพลงฮิต “ เธอคือใคร ” มากระแทกใจคนที่อยากมีแฟน
สำหรับคนที่พลาดกิจกรรม One-2-Call! Max Stage Mobile ครั้งนี้ไม่ต้องเสียใจเพราะยังมีกิจกรรมมันส์ๆแบบนี้อีกหลายที่ติดตามรายละเอียดได้ที่ MAX 88.5 หรือ www.fmmax.com
บทสัมภาษณ์ Etc.
Etc.: สวัสดีครับ พวกเรา Etc.
หนึ่ง : วันนี้เรามางาน
โซ่: 1 2 Call Max Stage Mobile
หนึ่ง : วันนี้ก็ดีใจมากที่ได้มาเล่นในงานนี้ ก็ท่ามกลางแสงแดด ข้างล่างเดี๋ยวเราก็จะได้ลงไปมันกันนะครับ แล้วก็ เพลงที่เตรียมมาพิเศษสำหรับวันนี้ ก็คงจะเป็นเพลงที่อยู่ในอัลบั้มนะครับ ก็มี เพลง เปลี่ยน กับ เธอคือใครนะครับ อีกสองเพลง เดี๋ยวต้องไปดูกันเองนะครับ ว่าจะเอาเพลงอะไรมาเล่นนะฮะ
จิกกะบาลเสนอหน้า– Etc.
Etc @ Retro Live Cafe # 2
Etc @ Retro Live Cafe # 1
Etc. @ CLIQ ทองหล่อ ซอย 25
Etc. @ Motown รัชดา ซอย 8 part3
Etc. @ Motown รัชดา ซอย 8 part2
Etc. @ Motown รัชดา ซอย 8 part1
MAX Day – Etc.
Point 5 Point Live # 1 - Etc .
Hilight: CentralWorld Presents Melody of life - Moon , Sofa , Etc.
One-2-Call! Max Stage Mobile # 2 - Etc.
เปิดอัลบั้ม “เปลี่ยน” วง Etc .
จิกกะบาล – Etc.
ตอน 12 Etc. และ โชว์ จาก Etc.
MV – Etc.
Etc. MV เปลี่ยน
MV คนใกล้ตัว - หนึ่ง ETC (อภิวัฒน์ พงษ์วาท)
Etc. MV ผิดที่ฉันเอง (Complete Version)
Etc. MV ผิดที่ฉันเอง
Etc. MV เธอคือใคร
Etc. MV เจ้าชายนิทรา
ร่วมแบ่งปันกับชาวจิกกะบาล
Posted on Monday, March 12th, 2007
ร่วมสนุกกับจิกกะบาล ด้วยการส่ง Clip Concert มาแบ่งปันความสนุกกับเพื่อนๆชาวจิกกะบาล สำหรับ Clip ที่ได้รับการคัดเลือก ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในจิกกะบาลเสนอหน้า จะได้รับเงินรางวัล เป็นเงินสด 1,000 บาท และของขวัญพิเศษจากทางรายการ
เพียงส่ง Clip Concert มาให้เราในรูปแบบ แผ่น DVD พร้อมกับ ชื่อ และเบอร์ติดต่อกลับ
มาที่ รายการ จิกกะบาล
273 เสรี 3 ซอย 6 ถนน รามคำแหง
แขวง สวนหลวง เขต สวนหลวง กรุงเทพ 10250
เรารับแบบไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดอายุ และไม่จำกัดจำนวนในการส่งด้วย ส่งมากก็มีสิทธิ์มากนะจ๊ะ
แล้วก็รอดูฝีมือการถ่าย Concert ของตัวเองที่จิกกะบาลเสนอหน้ากันได้เลย
เรารอดู Concert ในมุมกล้องต่างๆ ของเพื่อนๆอยู่นะจ๊ะ
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
08-6344-8186
ตอน 7 - Sqweez Animal (เสียงสัมภาษณ์)
Posted on Sunday, March 11th, 2007
ตอน 7 - Sqweez Animal
ชอบฟังแต่เสียง, เบื่อหน้าพิธีกร Download แต่เสียงได้ที่นี่ (18MB)
รักการอ่าน คลิ๊กอ่านบทสัมภาษณ์ได้ที่นี่เลย
และูดูวิดีโอการสัมภาษณ์แบบเต็มๆ ได้ที่นี่
ตอน 7 - Sqweez Animal (บทสัมภาษณ์)
Posted on Sunday, March 11th, 2007
ตอน 7 - Sqweez Animal
ไปดู Video กดตรงนี้
บทสัมภาษณ์ Sqweez Animal
พิธีกร อ๊อฟ พี
พี: สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกแล้วครับกับรายการ จิกกะบาล Talk Show สบายๆ สไตล์ จิกกะบาลรายการบันเทิงแนวใหม่ ยุค Hi-Speed แขกรับเชิญพิเศษในวันนี้ เค้ามีเพลงขึ้นอันดับ 1 Fat radio มาแล้ว เราไปพบกับเค้าเลยดีกว่าครับ Sqweez Animal ยินดีมากๆเลยที่ได้ Sqweez Animal มาเป้นแขกรับเชิญในรายการ
สิงห์ : มาให้โดนจิกนะครับ
พี: แนะนำตัวเองหน่อยครับ
วิน : ผม วิน นักร้องนำ
สิงห์ : สิงห์ ครับ เล่นกีต้าร์ ครับ
พี: คุณ สิงห์ ชื่อ ประชาธิป มุสิกพงศ์ ทำไม นามสกุลมัน คุ้นๆ เป็นอะไรกับคุณ วีระ มุสิกพงศ์
เป็นลูกชายครับ เค้าเป็นคุณพ่อ ผมเป็นลูกชาย
อ๊อฟ : Sqweez Animal แปลว่าอะไร แล้วมีที่มายังไง
วิน : มันมาทีละคำ มันไม่ได้มีความหมายว่า Sqweez แปลว่าอะไร Animal เป็นคำที่เราได้มาเพราะเราคิดว่าเราเป็นเหมือนสัตว์ เหมือน Party Animal ตอนกลางคืนเราจะ คึกๆ กันหน่อย
สิงห์ : เปรียบเราเป็นลิงกลางคืน ตอนกลางวันเราจะไม่มีพลังเลย ขี้เกียจ
อ๊อฟ : ทำไมเป็นลิงละ
สิงห์ : คงเป็นสัตว์ที่ใกล้ มันซนอะไร
Sqweez เป็นคำที่พวกเราชอบ เวลาฟังเพลง เพลงมันจะบีบๆ บีบหัวใจ
สิงห์ : เหมือนโดน บีบอยู่ บีบเค้น บีบคั้น
วิน : ก็ลงตัวกับอัลบั้มที่เราทำ ผมร้องเพลงในอัลบั้มนี้ จะบีบๆเสียงหน่อย
อ๊อฟ : มารวมตัวกันได้อย่างไร
วิน : เจอกันตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่ อังกฤษ ครับ
ตั้งแต่อายุเท่าไหร่
วิน : ผมไปตอน 12
สิงห์ : ไปตอน 12 เหมือนกัน
อ๊อฟ : แล้วไปเจอกันตอนไหน
วิน : คือ ผมเล่นดนตรีอยู่แล้วทุกปีก็จะมีจัด Party เหมือนเป็น สมาคมนักเรียนไทย ก็เหมือนเป็นวงดนตรีวงเดียวในเวลานั้น ในขณะนั้น คือ คนอื่นเค้าไม่ค่อยเล่นดนตรีกัน พวกผมไม่ชอบเรียนหนังสือ ก็จะมีผม มีคุณ จีน มหาสมุทร ตอนนั้น สิงห์ ยังไม่ได้เข้ามาเพราะว่าเป็นรุ่นน้อง เล่นๆกันสักพัก พี่ชาย เค้าเป็นเพื่อนกับผม แนะนำให้รู้จักกับ สิงห์ ก็เลยเล่นด้วยกัน แล้วสิงห์เค้าก็ฝีมือดี เล่นกันมาเรื่อยๆ จนกลับมาเมืองไทย อยู่วงเดียวกันตลอดมา ส่วนคนอื่นเค้าก้แยกย้ายไปตามทางเค้า
อ๊อฟ : แล้วทำไมถึงแยกกันละ
วิน : ผมกับสิงห์ นิสัยไม่ดี ไล่เค้าออก
พี : อย่างคำว่า Sqweez Animal อาจจะมาจากคำที่เพื่อนๆใช้เรียกกัน
สิงห์ : อาจจะเป็นไปได้
วิน : ไอ้บีบเหรอครับ
พี: แล้วมาเจอกันตอนอายุเท่าไหร่นะ
สิงห์ : ผม 16
วิน: ผมก็เกือบ 20
อ๊อฟ : แสดงว่าห่างกัน เยอะเหมือนกันนะ
วิน: 4 ปี เพาะว่าเป็นน้องชายของเพื่อนไง
อ๊อฟ: โดนพี่รังแก บ้างไหม
สิงห์ : ไม่ค่อย ไม่มีการรังแก
พี : เข้ามาทำเทปกันได้อย่างไร
วิน : จริงๆ ก็เล่นดนตรีกันอยู่เรื่อยๆ อยู่แล้วอ่ะครับ ผมชอบเขียนเพลง เล่นดนตรี เราก็ทำเพลงของตัวเองบ้าง ระบายความเหงา ความเครียด ของผมไปเรื่อยๆ แต่งเพลงก็ทำมาด้วยกัน ก่อนที่จะมี วิน ศิริวงศ์ ผมก็ทำเพลงของผมเองอยู่แล้ว แต่ที่ได้ทำ เพลง ไม่มีความหมาย ไป เพราะได้ไปรู้จักกับ พี่ โป้ โยคี แล้วได้ไปร้องประสานให้กับเค้า เค้ามาที่อังกฤษแล้วผมไปได้เล่น วง backup ให้เค้า ก็เลยรู้จักกัน เค้าเลยเรียกมาร้องเพลงในอัลบั้มนี้ พอกลับมาเมืองไทยผมก็เอา เพลงที่ผมแต่งๆไว้มาเสนอตามค่ายเพลง เป็น เบเกอรี่ เป็น มิวสิคบัค อะไรอย่างงี้ครับ
พี : แล้วตอนนี้ อยู่ Spicy disc
วิน : ค่ายอื่นเค้าไม่รับอ่ะดิ
พี : ทำเพลงกับสิงห์มาตลอด
สิงห์ : ก็เป็นวง 4 คน ฟังดู งงๆ
วิน : พอเรียนจบ ผมจะเป็นคนสุดท้ายที่กลับมาเมืองไทย
พี : แปลว่าจบช้า
วิน : แปลว่าเรียนสูงสุด ผมกลับมา ผมก็เป็นคนที่เข้าไปคุยกับ เบเกอรี่ กับทุกค่าย เพราะเรารู้จักกันอยู่แล้ว อะไรอย่างนี้ คุยกับพี่ บอย ว่าพี่ ผมมีวงนะ ผมเขียนเพลง สิงห์ ก็อยู่ด้วยกันตลอด
พี : ตอนเด็กๆ ฝันไว้รึเปล่าว่าอยากจะเป็นนักดนตรี
สิงห์ : ผมอ่ะ ฝันมาตลอดครับ อยากออกเทป ตอนเด็กๆ อยากเป็น Michael Jackson ครับ โตขึ้นมา ไปเรียนอังกฤษ ก็เริ่มรู้ เค้าไม่ค่อยแมนครับ ก็ความอยากเป็นเค้าก็เลยน้อยลง ก็เลยมาเล่นกีตาร์ จริงๆ ตอน 8 ขวบ เคยหยิบกีตาร์มาเล่น เพราะ ชอบ เพลง กะลา ของ modern dog เราก็ไม่รุ้จะไปเริ่มเล่นยังไง เราก็เปิดหนังสือเพลงมา แล้วหนังสือเพลงมันก็บอก d minor เราก็มาเล่น เล่นยังไงก็ไม่เหมือน พี่ เมธี เค้าก็เลย โยนกีตาร์ทิ้งไป จนไปถึง อังกฤษ ตอนอายุ 12 กลับมาเล่นใหม่ คราวนี้ตอนเราอยู่ที่โน้น วง Oasis กำลังดัง ก็เลยมีหนังสือบอก เป็น tab ก็เลยง่ายขึ้น เลยเล่นต่อ ก่อนจะเล่นกีตาร์เป็นก็ ร้องเพลงก่อน ตอนนี้ก็ยังร้อง ในอัลบั้มมีร้องอยู่ 2 เพลง
วิน: ไม่ได้ฝันมากอ่ะครับ เราก็ชอบร้องเพลง ชอบอะไรอย่างนี้อยู่แล้ว ตามงานวันเกิดผู้ใหญ่ เราก็ขึ้นไปร้องเพลง แล้วก็สนุกกับการร้องเพลงมาตลอด ไม่ได้คิดว่าจะเป็นนักร้องอาชีพอะไร ซีเรียส ขนาดนั้น แต่ทำแล้วผมชอบ มันก้มีทั้งด้านที่ผมชอบ แล้วก็ เอ๊ะ หรือมันไม่ใช่เราบางที นักร้อง บางทีเค้าน่าจะเป็นคนที่เป็น idol เป็นคนที่คนเค้าน่าจะมองขึ้น อะไรอย่างนี้ ผมแค่ชอบร้องเพลง
อ๊อฟ : เคยเข้าประกวดอะไรกันบ้างไหม
วิน : ไม่มี
สิงห์ : ไม่มี มีแต่งแข่ง ฟุตบอล อ่ะครับ ถ้วยก็มาไม่ถึงตัว
อ๊อฟ : แปลว่าชนะ
สิงห์ : แพ้ ครับ เกือบชนะ
อ๊อฟ :ตอนนี้ อายุเท่าไหร่กันแล้วคะ
วิน: 26 แก่แล้ว
สิงห์ : 22 ครับ
พี : ที่บ้านสนับสนุนไหม
วิน : เค้าก็สนับสนุนนะ แต่ไม่ได้อยากให้ยึดเป็นอาชีพ ขนาดนั้น เป็นงานอดิเรก ถ้างานอดิเรก เราทำได้ดี ก็ทำ แต่ผมมีงานกิจจการของที่บ้านอยู่ด้วย ก็ต้องแบ่งเวลา ดีดีหน่อย
สิงห์ : ทางบ้านสนับสนุนเต็มที่ครับ เพราะว่า ตอนนี้จริงๆแล้วเราพักเรียนไว้ 1 ปี เพื่อที่จะมาทำเพลง อีก 1 ปี ก็กลับไปเรียนต่อที่อังกฤษให้จบ จริงๆ ก็ตอนแรกๆ เกือบตายครับ กว่าจะผ่านมาได้ ตอนแรกๆ เค้าก็จะเห็นเรานั่งทำเพลงอยู่หน้าคอม ไม่เคยได้ยินว่ามันมีอะไรออกมาบ้าง จนกลับมาเมืองไทยก็ เพลงได้ออกวิทยุ เค้าก็ เนี่ยอะเหรอ ที่นั่งอยู่หลัง คอมที่เห็นบ่อยๆ
พี : อัลบั้มที่ผ่านมา ถือเป็นอัลบั้มรึเปล่า หรือว่าเป็น single
วิน : เป็นอัลบั้มที่มีอยู่ 2 เพลง
สิงห์ : เป็น Ep เป็นอัลบั้ม เต็มที่เป็น Ep ให้ได้มาลิ้มรส พวกเราก่อน ชิมๆ
วิน : เราก็ไม่ได้มั่นใจ คือเรา กลับมาก็มีเพลงของเรา เราก็อยากจะรู้ว่าคนที่เมืองไทยจะมองเพลงของเรายังไง
สิงห์ : ทำเองหมดเลย รวมผลิต ซีดี ยัน พับปก ขายครับ พับไป 500
วิน : ก่อนขาย ระดม เพื่อน แม่ พี่ น้อง มาช่วยกันที่บ้าน
พี : อัลบั้มนี้ จะชื่ออะไร เพลงที่ออกมาแล้วจะรวมอยู่ในอัลบั้มนี้ไหม
วิน : อัลบั้ม ชื่อ อาจยังไม่สาย เหมือนกับว่า เพลงเราเคยปล่อยไปเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว
สิงห์ : ยังไม่สายที่คุณ จะรับฟังต่อไป
วิน : อาจจะสายไปแล้วก็ได้
สิงห์ : เหมือนมาอ้อนอ่ะครับ อาจยังไม่สาย
พี: เพลงใน Ep จะรวมในอัลบั้มนี้ด้วยไหม
สิงห์ : รวมครับ
วิน : จะเอามาทำใหม่ เรามี producer เข้ามาช่วย ตอนนี้เพลงมันก็สมบูรณ์ขึ้น 2 เพลงที่เคยปล่อยออกไปก็จะเป็นอีก อารมณ์นึงละ
อ๊อฟ : แล้วถ้าคนฟังอัลบั้มนี้ แล้วอยากฟังอัลบั้มที่แล้วอีก หาได้อีกไหม
วิน : ตอนนี้ยังไม่ได้
พี : แนวเพลงในอัลบั้มนี้ ก็จะเป็นแนวเดียวกับที่เราได้ยินกันไปแล้ว
วิน : ก็ กลิ่นเดียวกัน แต่ก้มันก้มีหลากหลายในเรื่องของความหมาย หรือ ในเรื่องของ Speed ของเพลง แต่ว่า ยังเป็นกลิ่นเดียวกัน
สิงห์ : จะ base on เพลง pop ที่อาจจะแตกต่างนิดนึง มี กลิ่น Funk Soul แล้วก็ จังหวะ disco เข้ามาปนๆอยู่ เป็นทางเลือกใหม่
วิน : เป็นเพลงฟังง่ายเหมือน ท่อนก็เหมือน เพลง pop มี work มี คอรัส มี pre คอรัส คอรัสที่ฟังแล้วไม่ได้ยากเกินไป ความหายก็เกี่ยวกับความรัก สิ่งที่เราเข้าใจกันง่ายๆอยู่แล้วทุกๆคน
อ๊อฟ: ใครทำส่วนไหนในอัลบั้ม
วิน : ในการทำงาน วินก็เขียนเนื้อ เขียน คอร์ด เพลงก็จะเสร็จออกมาก่อนละ แล้ววินก็จะส่งให้สิงห์ ต่อ แล้ว สิงห์ เค้าก็จะ ออกแบบ ลาย เบส คีบอร์ด พวกอะไรแบบเนี่ย
สิงห์ : ทำให้มันเป็นเพลงขึ้นมา
วิน : ทำนอง เนื้อร้อง ผมจะเป็นคนเขียนก่อน แล้ว สิงห์ เค้าจะรับไปทำต่อ แล้วส่งกลับมา มันจะเกิด idea เพิ่งขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่เราส่งกันไปกันมาอย่างเนี่ย
อ๊อฟ: ส่งกันอยู่นานไหม
วิน : แล้วแต่เพลง บางเพลงก็เสร็จเร็วมากเลย ไม่นานเพียงแต่เราต้องใช้เวลาอยู่กับตัวเองเยอะหน่อย ผมนั่งเขียนเพลง สิงห์ก็มาได้อยู่ด้วย สิงห์เอาไปทำผมก็ไม่ได้อยู่กับสิงห์ ต่างคนต่างทำ แล้วค่อยมานั่งสรุปกันเอาเองทีหลังเลย
สิงห์ : สุดท้ายแล้วเราก็มาเจอ Producer ครับ เค้าคือ พี่โต้ง Save de last piece
วิน : demo ที่ออกมาค่อนข้างชัดเจนว่าเพลงเราเป็นยังไงบ้าง เพลงที่จบแล้วอ่ะครับ พี่โต้ง ก็จะช่วยคอยดู post production ว่าเพลงนี้จะให้ใครมาเล่นกลองให้ จะได้เร็วจะได้ มาบอกว่า อันนี้ เยอะไปนะ อย่าโชว์มาก แค่นี้คนเค้าก็ว่าดีแล้ว มาจัดขอบให้น้องๆ
สิงห์ : เป็นมุมมองให้เรากว้างขวางขึ้น
อ๊อฟ: รู้สึกยังไงบ้าง เพลงขึ้น ชาร์ต
สิงห์ : เหลือเชื่อ ไม่เคยหวัง งงมากเลย ดีใจ เป็นแรงพลักดันให้เราทำต่อไป
วิน : ไม่ได้เหลือเชื่ออะไรหรอกครับ แต่ก็ไม่ได้นิ่งๆ มันเป็นไปได้ยังไง รู้สึกดี ที่คนเค้าชอบเพลงเรา ชื่นชมสิ่งที่เราทำลงไป เป้นตัวเราเองล้วนๆเลย ไม่ได้มีใครมาสั่งให้เราทำ
พี: พูดถึง เพลง เริ่มใหม่ ที่ขึ้นอันดับ 1 ไปแล้วหน่อย
วิน : วินก็เป็นคนแต่ง คนเรามันต้องเริ่มอะไรใหม่ๆอยุ่แล้วด้วยอ่ะฮะ ที่เขียนเนื้อ ก็อาจจะเป็นประสบการณ์จริงด้วยเหมือนกัน ว่าเราอยากเริ่มอะไรใหม่ๆ กับใครสักคนนึงอะไรอย่างเนี่ย ก็ไม่ค่อยแน่ใจ เขียนเพลงบางทีก็จำลองสถานการณ์ ขึ้นมาด้วย
อ๊อฟ : เคยแต่งเพลงจีบสาวบ้างไหม
วิน : แต่งให้เค้า ไม่ได้แต่งจีบ แต่แต่งให้ เค้าไม่ต้องมาชอบเราก็ได้
พี: แล้วผลตอบรับเป็นยังไงครับ
วิน : ตอบยาก
สิงห์ : ไม่เคยเลย ขี้อายไม่กล้า
อ๊อฟ : มีแฟนคลับบ้างรึยัง
วิน: ประมาณนึง
อ๊อฟ : ใครแฟนคลับเยอะกว่ากัน
วิน : สิงห์มั้งครับ ไม่เคยวัด ผมว่าสิงห์เยอะกว่า
สิงห์ : อันนี้ก็ไม่ทราบ
พี : แล้วแฟนจริงๆ มีกันรึยัง
วิน : ดูๆกันอยู่จริงๆ ผมยังไม่มีแฟนจริงๆ เราก้ ศึกษาคนที่เรารู้จัก ใกล้ชิด
สิงห์ : ยังไม่มีแฟน ไม่มีครับ มีแต่คนที่ผมแอบชอบอ่ะมี
อ๊อฟ : แล้วเค้ารู้ไหมคะ
สิงห์ : น่าจะรู้มั้งครับ มั้ง
พี : มีศิลปินที่ชอบในดวงใจไหม
วิน: ตอนผมเล่นดนตรีอยู่ ผมมักจะเล่น โยคี เพลย์บอย ชอบเพลงของเค้า แล้วตัวพี่โป้ ผมก็รู้จักเค้า
พี : เล่นเพลงพี่โป้ แล้วเต้นตามพี่โป้ ด้วยไหม
วิน : ทำไมได้ ไม่กล้า ไม่ค่อยนิ่งเท่าไหร่นะ แต่ไม่ขนาดพี่เค้าเท่านั้นเอง ถ้านักดนตรี ฝรั่ง เป็น JK Jimmy Maquire
สิงห์ : คนเดียวกันครับ Jimmy Maquire และที่จะชอบที่สุดเลย คือ Thom Yorke เป็นมือกีต้าร์ ของ Radio Head งานของเค้าเท่าที่ได้ฟังมา ยังไม่มีงานไหนที่ผมมานั่งว่าได้เลย ตอนเค้าแยกมาทำเดี่ยวก็ยังชอบ เค้ามีอะไรใหม่ๆ มาให้เราตลอดเวลา ทำให้เรา Surprise ได้ตลอดเวลา
พี: แล้วได้รับกลิ่นของเค้ามาในการทำงานบ้างไหม
วิน : ก็มีบ้างอ่ะครับ ผมก็ร้องประสานให้พี่เค้าด้วย วิธีร้อง คืออาจจะไม่เหมือนเค้า ผมก็ได้แรงบันดาลใจมาจากเค้าเยอะ วิธีการเขียนเพลงของพี่เค้า เพราะว่าเค้าก็เจ๋ง
สิงห์ : มันก็คงมีอ่ะครับ แต่ไม่รู้ว่ารู้ตัวรึเปล่า คือจริงๆแล้วเป็นคนที่ชอบ หลายคนมากกว่าที่พูดมา ชอบหลายแนวมาก ที่ผ่านมาก็คงซึมซาบมา แต่ละคนนิดๆหน่อยๆ มา แล้วสุดท้าย เราก็ถ่ายทอดมันออกมาผ่านตัวเรา มีเล็กๆน้อยๆมาจากแต่ละคน
อ๊อฟ : เครื่องดนตรีที่ชอบ ชิ้นแรก
วิน : เป็น กีต้าร์ Classical ไปเรียน ตอนเรียนอยู่ที่ โรงเรียนประจำ ที่ อังกฤษ เค้ามีให้เลือกวิชาลง ก็เลยได้กีตาร์ตัวนี้มา
อ๊อฟ : ยังอยู่ไหมคะ
วิน : ไม่อยู่แล้ว ไม่รู้ไปอยู่ไหน
สิงห์ : เมโลเดียน เกือบจะลืมไปแล้ว ที่มีที่เป่า แล้วก็มีคล้ายๆ คีย์บอร์ด ตั้งแต่สมัยประถม ตอนเด็กๆเรียนวิชาดนตรีไง มีขลุ่ยด้วย
พี: เครื่องดนตรีที่ใช้ในการอัดเสียง
สิงห์ : หลักๆแล้ว กีต้าร์ โปร่ง ใช้เป็น Gibson Hummingbird กีต้าร์ ตัวใหญ่ เสียงอ้วน แล้วก็จะมีบางเพลงเป็น double Bass
วิน : เป็น double bass ไฟฟ้า ในอัลบั้มนี้เรามี มือเบส รับเชิญ
สิงห์ : กลองก็ พี่มาด มาตี แต่กลองอะไรไม่ทราบ ส่วนกีตาร์ไฟฟ้า นี่จะหลากหลายหน่อย ยืม พี่ บอล อพาร์ตแม้นคุณป้า มา Telecaster ของเค้าเนี่ยจะใช้เยอะที่สุดเลย แล้วก็จะมี Paul Reed Smith ของผมเอง เป็นรุ่น Custom 24 ปี 89 มีกีต้าร์อีกตัว ของพี่ โต้ง เป็น Yamaha 12 สาย เป็น ไฟฟ้า ตัวนี้ใช้อันเพลงนึง สักครั้ง แล้วก็ใช้เสียง พี่วิน อัด
อ๊อฟ : นอกจากความสามารถด้านดนตรีแล้ว มีด้านอื่นอีกไหม
วิน : ขี่มอไซด์ วิบากได้ แบบ ขึ้นเขา ตะลุยป่า
พี : ไม่ใช่ มอไซด์ ไต่ถัง
วิน : ไม่ใช่ เมื่อก่อนที่บ้าน นำมอไซด์เข้า พ่อก็จะให้ไปเรียน เพื่อที่จะได้ขี่มอไซด์ทางเรียบแล้วปลอดภัย เพราะมอไซด์วิบากมันยากกว่าทางเรียบ
สิงห์ : คุณพ่อจะจับเล่นกีฬา ซึ่งก็ชอบอยู่แล้ว แตะบอลกับคุณพ่อ ซึ่งคุณพ่อก็จะไม่ค่อยไหวแล้ว กลับมาครั้งนึง นอน 5 วันเลย แต่ก้ยังออกมาเตะด้วยกันได้อยู่ครับ
พี: พูดถึงพี่วินหน่อย
สิงห์ : เป็นคนสบายๆ รักความสบายเหมือนกัน อู้เหมือนกัน เรื่อยๆไม่รีบ ถึงทำเพลงด้วยกันอยู่มาได้ตอนนี้ ชิวๆ
อ๊อฟ : แปลว่าชุดหน้านี่อีก 3 ปีเลยรึเปล่า
วิน : ก็ไม่แน่นะ สคีวส อะไรก็เกินขึ้นได้ 10 ปีก็ได้
สิงห์ : อาจยังไม่สาย 2
วิน : สิงห์ เป็นน้องรัก เล่นดนตรีด้วยกันมาตั้งนาน จะมีวงดนตรีบางทีมันยิ่งกว่าแฟนนะ มันต้องเข้าใจ มันต้องเชื่อใจ มั่นใจในกันและกัน มันเป้นเรื่องของใจ มันต้องเชื่อใจในรดนิยมของกันและกัน เวลาส่งงานกันไปมา ผมก็มั่นใจเสมอว่ามันออกมาดีแน่ เป็นคนมีความสามารถ
อ๊อฟ : ตั้งเป้าหมายของอัลบั้มนี้ไว้ยังไง
สิงห์ : กะแค่ อยากให้คนจำนวนมากได้ยิน อย่างน้อยก็ฟังให้ผ่านหู ว่าเพลงเราเป็นทางเลือกใหม่ 1 ทาง ของดนตรีสมัยนี้ ครั้งแรกอาจจะไม่ชอบก็ลองฟังอีกสักที อาจจะชอบกว่าครั้งแรกก็ได้
พี : นอกจามาพูดคุยกับเราวันนี้ เค้ายังทำของที่ระลึกไว้ให้แฟนๆด้วย ไปดูกันเลย
วิน : อัลบั้มเรามันไม่เละอย่างนี้นะครับ เป็นถั่ว หรืออะไรสักอย่างนึง ไม่รู้เหมือนกันครับ
สิงห์ : มันเป็น abstract มีสะดือ ด้วย อาจจะไม่เหมือน สะดือ แต่มันคือ สะดือ
วิน : มีวันที่ด้วย แต่ไม่ใช่วันนี้นะครับ
อ๊อฟ : ใครอยากได้เสื้อตัวนี้ ส่ง comment เข้ามาที่ website ทิ้ง comment ไว้ หรือส่งมาที่ comment@jiggaban.com
วิน : พูดคุยกับเราได้ตลอด จะมี สิงห์ คอยอัพเดท แล้วก็มีตารางงานช์ของเรา ภายใน เดือน หรือ 2 เดือน
สิงห์ : www.myspace.com/sqweezanimal
วิน : มีเพลงให้ลองฟังดูด้วย
อ๊อฟ : ขอบคุณ spicydisc เอื้อเฟื้อสถานที่ วันนี้ลาไปก่อน สวัสดีคะ
ประวัติ Sqweez Animal
ก้าวแรกในต่างแดน วงดนตรีชื่อแปลกๆว่า Sqweez Animal คือ สองหนุ่มนักเรียนอังกฤษที่เล่นดนตรีด้วยกันมาตั้งแต่ตอนอยู่ที่ต่างแดน ก่อนจะกลับมาสานฝันในการมีอัลบั้มของตัวเองในบ้านเกิดวันนี้
(วิน) วิน ศิริวงศ์ - ร้องนำ
แม้จะไม่เคยคิดเลยว่าจะมาเป็นนักร้องอาชีพในทุกวันนี้ แต่วินก็เป็นชายหนุ่มที่บอกใครๆได้เต็มปากว่า รักการร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจ วินเริ่มต้นร้องเพลงด้วยการชักชวนจากเพื่อนๆ จากนั้นเขาก็เริ่มแต่งเพลง และเริ่มสนุกจนหลงรักการร้องเพลงไปในที่สุด
(สิงห์) ประชาธิป มุสิกพงศ์ - กีตาร์
หนุ่มท่าทางเงียบๆ ที่กำลังศึกษาด้านกราฟฟิคดีไซน์ เติบโตมาในบ้านที่รักเสียงดนตรี เขาฝึกเล่นดนตรีมาตั้งแต่ 12 ขวบ และเคยเล่นมาแล้ว ทั้งกีตาร์ เบส กลอง สิงห์ชอบฟังเพลงเป็นชีวิตจิตใจ ใฝ่ฝันอยากทำเพลงของตัวเอง อยากมีอัลบั้มเหมือนศิลปินที่เป็นฮีโร่ของตัวเอง และการได้ทำเพลงออกมาให้คนได้ฟังวันนี้ก็ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของเขา
เรื่องของวงดนตรีวงนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่วินเริ่มเล่นดนตรีกับเพื่อนๆ ที่เมืองนอกมาตั้งแต่เข้าวัยรุ่น เขาเริ่มตั้งวงดนตรีของตัวเองตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ที่อังกฤษ เวลาที่มีงานของคนไทยในอังกฤษก็จะเป็นวงขาประจำที่ได้ไปแสดงโชว์ จนภายหลังเมื่อได้รู้จักกับสิงห์ ซึ่งเป็นน้องของเพื่อน และรู้ว่าเป็นมือกีต้าร์ฝีมือดีก็รู้สึกชอบพอในฝีไม้ลายมือ จนกลายมาเป็นเพื่อนร่วมวงกัน วันเวลาผ่านไป ด้วยภาระในชีวิตจริงที่เพิ่มขึ้น สมาชิกในวงดนตรีก็เริ่มแยกย้าย จนเหลือเพียงวิน และสิงห์ ที่ยังเล่นดนตรีอยู่ และมีความฝันว่าจะเอาจริงด้านนี้ต่อไป แล้วพวกเขาก็กลายเป็นวง ดูโอ “Sqweez Animal” โดยได้ชื่อวงมาจากการเอาคำสองคำที่โปรดปรานมารวมกัน คำว่า Animal มาจากการที่วินและสิงห์เปรียบตัวเองเหมือน ลิงกลางคืน ที่จะคึกคักเมื่อตะวันตกดิน คำว่า Animal ก็เป็นอารมณ์สนุกสนานประมาณนั้น ส่วนคำว่า Sqweez นั้นพวกเขาได้จากชื่อโปรแกรมคอมพิวเตอร์โปรแกรมหนึ่งเป็นคำเทห์ๆ ที่มีความหมายว่า บีบ ซึ่งคำนี้ปกติจะสะกดว่า Squeeze แต่พวกเขานำมาเขียนในแบบตัวเอง เหมือนที่ใครๆบอกว่าวินชอบร้องเพลงด้วยเสียงบีบ แต่ก็เป็นวิธีการร้องที่เค้นอารมณ์และฟังดูดีในแบบของเขาเองอยู่ดี
ก้าวแรก : ในบ้านเกิด
เมื่อกลับมาใช้ชีวิตที่เมืองไทย เสียงร้องของวินก็กลายเป็นที่รู้จักกันในวงกว้างมากขึ้นเมื่อเขาร้องเพลง “ไม่มีความหมาย” ในอัลบั้ม singing in the Playground ให้ค่าย Playground Record เมื่อ 4 ปีก่อน เพลงนี้ได้รับรางวัล Virgin Hit Award จากการติดอันดับอยู่ในชาร์ตนานถึง 28 อาทิตย์ ติดกัน วินยังได้สร้างเครดิตที่หลากหลายให้กับตัวเองต่อๆมาอีกด้วย ตั้งแต่การไปร้องประสานให้กับ โยคีเพลย์บอย ไปร้องให้กับอัลบั้มของ Jerry และ Sleeper 1 และยังไปร้องเพลงในอัลบั้มป๊อปๆ อย่าง Behind The Song ของ เอิ้น พิยะดา และยังไปร่วมร้องให้กับวง HipHop และเขายังเขียนเพลง และร้องเพลงให้กับวง BK1 เพลงหนีไม่พ้น จากอัลบั้ม T-Hop รวมไปถึง การได้รับเลือกให้เป็นหนุ่มโสดที่น่าสนใจจากนิตยสารผู้หญิงอันดับ 1 อย่างคลีโอมาแล้ว แต่เขากับสิงห์ยังคงเกาะกลุ่มเล่นดนตรีกันอย่างเหนียวแน่น ในระหว่างนั้นสิงห์ก็ยังเล่นดนตรีและทำเพลงของวงตลอดเวลา
ก้าวต่อๆมาของวินและสิงห์ก็เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาทำเพลง อาจยังไม่สาย และ ฉันไม่เหงา ในนามวง Sqweez Animal ออกวางขายในงาน Fat Festival 4 9อนปลายปี 2547 ปรากฏว่าได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีทั้งที่ยอดขาย และอันดับในชาร์ตเพลงที่เข้าไปถึง Top 5 ของแฟตชาร์ตได้ทั้ง 2 เพลง และหลังจากการตระเวน แสดงดนตรีตามที่ต่างๆ ตั้งแต่งานเล็กไปถึงงานใหญ่ ตั้งแต่กรุงเทพ๐ไปถึงเชียงใหม่ แคมปัสทัวร์ในมหาวิทยาลัยอีกหลายต่อหลายแห่ง จนวันนี้ที่ฝีมือและความมั่นใจเต็มเปี่ยม ก็ถึงเวลาของอัลบั้มเพลงเต็มรูปแบบจากวง Sqweez Animal ในสังกัด Spicy Disc แล้ว
อัลบั้ม : อาจยังไม่สาย
อาจยังไม่สาย คือ อัลบั้มที่วิน และ สิงห์ตั้งใจทำเต็มที่ให้สมกับเป็นงานชุดแรกในชีวิต วินรับหน้าที่แต่งเพลงและร้องเพลง ส่วนสิงห์ ก็โชว์ฝีมือทางดนตรีโดยเป็นผู้เรียบเรียบดนตรีแทบจะทั้งหมด โดยมี มณเฑียร แล้วกำเนิด หรือ โต้ง Save The Last Piece คอยทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ให้ หากมีใครถามพวกเขาว่า งานชุดนี้มีคอนเซ็ปหรือคำจำกัดความแนวดนตรีอะไรหรือไม่ ทั้งสองหนุ่มก็คงส่ายหน้าแล้วบอกด้วยความภูมิใจว่า มันเป็นเพียงอัลบั้มที่พวกเขาทำในสิ่งที่ชอบเท่านั้น มันอาจจะมีกลิ่นของดิสโก้ ร็อก โซล หรือ อาร์แอนด์บี หรือแม้แต่อารมณ์ชิล์เอาต์แบบที่กำลังฮิตกันอยู่บ้าง เนื้อเพลงก็มีความเป็นป๊อปแบบที่มีวุฒิภาวะ แต่โดยสรุปแล้ว ทุกๆเพลงในอัลบั้มนี้ก็คืองานเพลงที่นำเสนอในแบบของ Sqweez Animal เท่านั้นเอง
15 เพลง จาก Sqweez Animal
1. Intro ฟังสบายๆ เพราะๆ จาก Sqweez Animal ก่อนที่จะนำเข้าสู่อีก 14 เพลงของเขา 2 คน
2. ครึ่งสายตา เปิดอัลบั้มด้วยเพลงงสนุกๆ กับกีตาร์คอร์ดแบบฟังก์ และกีตาร์ไฟฟ้าเป็นสีสันอยู่ฉากหลัง สื่อสารอารมณ์คึกคักของการตกหลุมรักแบแรกพบชวนให้ขยับเท้า และร้องตามเสียงร้องที่สนุกสนานของวิน เพลงนี้เป็นเพลงแรกๆ ในชีวิตที่วินแต่งเอาไว้
3. รักกันดีไหม อีกเพลงรักสนุกๆ คราวนี้เปลี่ยนมาเป็นจังหวะดิสโก้บ้าง แต่ก็เป็นดิสโก้แบบร่วมสมัย มีเสียงอิเล็กทรอนิกส์อย่างเบสซินธ์ ที่ให้จังหวะหนักแน่นถึงขนาดที่อาจจะไปเปิดเป็นเพลงเต้นรำในคลับต่างๆได้เลยทีเดียว
4. ฉันไม่เหงา เพลงเบาๆ เพราะๆ ที่เคยดังมาแล้วใน แฟตชาร์ต ถูกนำมามิกซ์ใหม่ในอัลบั้มนี้ เพลงนี้เป็นเพลงที่มีส่วนผสมของป๊อป บอสซาโนวา และแจ๊ส มี เครื่องดนตรีอย่างเปียโน และดับเบิ้ลเบสมาเพิ่มความนุ่มนวล รับกับเสียงร้องของวินที่ทั้งตัดพ้อและออดอ้อนคนรักอยู่ในที ทั้งที่ปากก็พร่ำบอกว่าไม่มีเธอก็คงไม่เหงาสักเท่าไหร่
5. รักไม่หลอก เพลงเท่ห์ๆที่คล้ายการเดินทางไปไกลไปพบเจออารมณ์หลากหลาย เริ่มต้นด้วยการประสานกันระหว่างกีตาร์โปร่ง กีตาร์ไฟฟ้า พร้อมด้วย Groove ของกลอง และความหนักแน่นของเบส นำพาไปสู่ท่อนฮุกที่จะกลายเป็นดิสโก้ ก่อนจะถึงดิสโก้พร้อมด้วยช่วงเบรกซึ่งจะเป็นซาวด์ที่ล่องลอยอยู่ก่อนท้ายเพลง
6. ไม่มองกลับหลัง เพลงที่เป็นป๊อปร็อคชัดเจนเพลงเดียวในอัลบั้ม ขึ้นต้นด้วยซาวด์เอฟเฟคต์ กับกีตาร์ไฟฟ้าซึ่งเป็นตัวคุมจังหวะของเพลง ก่อนจะมาระเบิดเป็นร็อคในท่อนฮุก กลายเป็นเพลงสนุกๆน่าโยกหัวตาม
7. ทำไงดี เพลงจากการแต่งเนื้อ และร้องโดยสิงห์ ด้วยแนวโซลที่ฟังแล้วรู้สึกได้ว่าพลิ้วล่อยลอย มืดมน แต่ก็ไพเราะและสวยงาม เป็นอีก 1 เพลงที่บอกเล่าอีกแง่มุมในดนตรีของ Sqweez Animal ได้เป็นอย่างดี
8. นางในฝัน เพลงช้าๆที่ซาวด์จะไปทางฝั่งอังกฤษตามถิ่นฐานที่ทั้งวินและสิงห์เคยใช้ชีวิตอยู่ ในแนวที่เรียกว่า บริตป๊อป นั่นเอง เพลงรักเพลงนี้ดนตรีจะปูพื้นด้วยกีตาร์โปร่ง เปียโน เบส มีซาวด์ล่องลอยคล้ายหลุดลอยออกไปนอกห้วงอวกาศอยู่ข้างหลัง ดนตรีเล่นง่ายๆ แต่เนื้อหานั้นชั่งเป็นเพลงเศร้าที่ทำใจได้ไม่ง่ายเลย
9. อีกสักครั้ง เพลงนี้ใช้กีตาร์ไฟฟ้า 12 สาย เป็นสีสันเฉพาะบทเพลง ด้วยลีลาแบบโซลและป๊อป มีสีสันกรู๊ฟของกลอง กีตาร์แบบฟังก์ และเสียงไพเราะของเปียโน
10. อาจยังไม่สาย เพลงจากอีพีอีกเพลงที่นำมาปรับแต่งใหม่ เพลงเท่ห์ๆ เพลงนี้เริ่มต้นช้าๆ ก่อนจะเข้าจังหวะชวนโยกหัวน้อยๆ กีตาร์ไฟฟ้าโชว์ลีลาง่ายๆ แต่งดงาม เบสไลน์แอบชวนให้คึกคัก กลองตีพร้อมจะส่งอารมณ์ให้เสียงร้องของวินระเบิดอารมณ์ได้ทุกเมื่อ ลองตั้งใจฟังกันดู แล้วจะพบว่ายังไม่สายที่พวกเขาจะสื่อความหมายในใจใช่ไหม
11. Materialistic เพลงดิสโก้อีกเพลง แต่เป็นดิสโก้แบบหนืดหน่วง ชวนเต้นแต่ไม่ถึงกับชวนดิ้น เป็นการโยกย้ายแบบสบายๆ ไปกับเนื้อหาว่าด้วยวัตถุนิยม บวกกับเมโลดี้ที่ชวนวาบหวิว ฟังไปเต้นไป และคิดตามไป ก็จะได้ความบันเทิงในหลายมิติ หลากมุม
12. Let’s cry เป็นเพลงช้าซึ้งๆ ทางเดินคอร์ดติดหู เป็นเพลงที่น่าจะถูกใจใครๆได้ไม่ยาก ที่สำคัญคือเป็นการผสมผสานกันระหว่างความเก่าและใหม่ได้ดังใจของ Sqweez Animal ทั้งท่วงทำนองแบบเก่าๆ แต่การเรียบเรียงกีตาร์แบบสมัยใหม่ ในขณะที่เบสก็เป็นดับเบิ้ลเบสแบบโบราณเพื่อให้ได้เสียงที่ใหญ่โตลึกซึ้ง
13. เริ่มใหม่ เพลงโปรโมตเพลงแรกของอัลบั้มนี้ ซาวนด์ทั้งกีต้าร์ เบส กลอง จะย้อนยุคไปถึงช่วงทศวรรษที่ 70 เมโลดี้ติดหู เสียงร้องเท่ห์ขาดใจ แต่ที่เท่ห์ที่สุดก็คือ ท่อนฮุกที่ร้องว่า เพียงเรายอมรับวันใหม่ เพียงเรายอมรับวันเก่าๆที่ผ่านไป เป็นคำคมง่ายๆ ที่อาจจะเป็นปรัชญาในการค้นพบความรักที่มีความสุขก็เป็นได้
14. อาย เพลงชิล์เอาท์ แสนสบายอีก 1 เพลง ที่สิงห์ได้ร้องไว้ในอัลบั้มนี้ ซึ่งอินโทรจะเป็นการเล่นประสานกันระหว่างกีต้าร์ไฟฟ้าและกีตาร์โปร่งในสไตล์ของสิงห์ ผสมด้วยเปียโนไฟฟ้าบางๆ แต้มสีสัน ท่วงทำนอง จังหวะผ่อนคลาย รอให้ถึงท่อนฮุกจะมีความสดในมามอบให้
15. Suffocate เพลงนี้เป็นโซลแบบเต็มตัวของ Sqweez Animal ชาวด์ที่หม่นแต่ค่อนข้างจะหรูหราซับซ้อน กีตาร์ไฟฟ้าใช้เอฟเฟคต์เป็นหลัก ซาวนค่อนข้างทุ้ม จึงเป็นเพลงปิดอัลบั้มที่ได้อารมณ์แตกต่างออกไปอีกแบบ
ตอน 7 - Sqweez Animal (วิดีโอ)
Posted on Sunday, March 11th, 2007
กดที่ภาพเพื่อดูได้เลย
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
ความยาว 40 กว่านาที
สำหรับคนที่อยากได้เสื้อฝีมือ Sqweez Animal หลังจากcommentแล้ว
ส่งเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวกไปที่ comment@jiggaban.com ด้วยนะจ๊ะ
รักการอ่าน คลิ๊กอ่านบทสัมภาษณ์ได้ที่นี่เลย
ชอบฟังแต่เสียง, เบื่อหน้าพิธีกร คลิ๊กเพื่อ Download แต่เสียงได้ที่นี่
Video ในรูปแบบอื่นๆ (เพื่อความคมชัด)
ขนาด 229MB (640×480)