Archive for February, 2007
Love Charity Concert - เบน
Posted on Sunday, February 25th, 2007
กดที่ภาพเพื่อดูได้เลย
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
Love Charity Concert: เดือนแห่งความรักและการให้
เดือนแห่งความรักกับบทเพลงที่หอมหวานจากศิลปิน ที่พร้อมให้คุณได้เติมเต็ม ความรักได้อย่างเต็มเปี่ยม อย่าง Armchair, Q Flure และ เบน ชลาทิศ ตันติวุฒิ ที่จะมาช่วยกันขับกล่อมบทเพลงแห่งความรักให้เต็มทุกอณูของความอบอุ่น โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะมอบให้กับวัดพระบาทน้ำพุ ห้ามพลาดเด็ดขาด
ต่อจาก Armchair ก็มาเปลี่ยนอารมณ์ เป็นนักร้องเสียงคุณภาพ อย่าง เบน ชลาทิศ ที่พกเพื่อนๆศิลปินมา surprise คนดูถึง 2 คน ด้วยกัน Q Flure และ มาเรียม จาก B5 นั่นเอง (ถึงแม้จะออกตัวไว้ก่อนว่า พี่เบน เดี๊ยงนะครับ แต่ก็ทำให้คนที่มาดูคอนเสิร์ตสนุกสนานและมีความสุขได้เหมือนเดิม)
เริ่มจาก เบน กับเพลง คืนใจ ต่อด้วย เพลง คะแนนแห่งชีวิต และ ได้คิว วง ฟลัว ขึ้นมาแจม ในเพลง หยุด แล้ว เบน เดี่ยว กับเพลง ฮอร์โมน ก่อนจะ เรียกเพื่อนๆ ทั้ง คิว และ มาเรียม มาร่วมร้องปิดท้ายคอนเสิร์ตครั้งนี้ด้วย เพลง ลมหายใจ
บทสัมภาษณ์ เบน ชลาทิศ ตันติวุฒิ, คิว Flure, มาเรียม B5
เบน: สวัสดีครับ ชาวจิกกะบาล พบกับเบน อีกครั้งนึง นะครับ ถ้ายังไม่เบื่อหน้ากันไป วันนี้มาพร้อมกับ สภาพเสียงที่แหบแห้ง แห้งผาก มีอะไรจะถามก็ถามมา
พี: วันนี้มาทำอะไร
เบน: วันนี้มาที่ม.กรุงเทพ มาคอนเสิร์ต Love Charity Concert นะครับ ก็รู้สึกเสียใจมากเลย ที่ทำให้น้องหลายๆคนอาจจะผิดหวัง เสียงแห้งมากตั้งแต่เมื่อคืน รู้สึกผิดครับ มากครับ เสียใจมากเลยนะครับ ยังไงก็
พี: แต่พี่เบนก็อุตส่าห์มา พร้อมกับเอาเพื่อนๆมาด้วย
เบน: ก็มีคิว นั่งฟังเพลงแปลงอยู่นะครับ แล้วก็มาเรียม อยู่ทางนี้ มากับคุณแม่ สัมภาษณ์ คิวนะครับ
เบน: คิวครับ วันนี้มาคอนเสิร์ตที่นี่เป็นยังไงบ้างครับ
คิว : อ๋อ สนุกดีนะ ไม่ได้มานานเลยนะฮะ รู้สึกสนุก ได้ร่วมร้องเพลงกับเพื่อนๆมีความสุขมากเลยฮะ
เบน: หน้าตา fake มากเลย ไม่สัมภาษณ์แล้ว ไปสัมภาษณ์มาเรียมดีกว่า
เบน: มาเรียม
มาเรียม: อะไร
เบน: รู้สึกยังไงบ้างจ๊ะ วันนี้มาเล่นคอนเสิร์ต
มาเรียม: ก็รู้สึก ดีใจ แล้วก็ งงนิดหน่อยนะ
เบน: จริงๆมาเรียมไม่รู้เรื่อง ว่าจะมีงานวันนี้นะ
มาเรียม: คือ โดนหลอกมา ก็คือมาดู ปกติเบนไปไหนก็คือมาดู วันเนี่ย เบน เสียงแหบ
เบน: ก็เลยต้องมาช่วยกันทำมาหากิน
มาเรียม: ช่วยกันทำมาหากิน ช่วยๆกัน เพื่อนๆกัน คราวหน้าเรามีปัญหา
เบน: เราก็ต้องไปช่วยบ้าง
มาเรียม: ใช่ก็ประมาณนั้น ปวดท้องอยู่เนี่ย
อ๊อฟ: ทำไมมาเรียมผอมลง
มาเรียม: ไม่บอก
เบน: มาเรียมกำลัง In love อยู่
มาเรียม: ไม่จริ้ง
เบน: เวลาคนเค้า In love เค้าอยากสวยขึ้น I want to be a better one for you.
มาเรียม: มาเรียม In love กับตัวเอง เวลาเห็นหน้าตัวเองแล้ว อุ๊ย สวยจัง
เบน: บ้า
พี: ร่ำลากันดีกว่าครับ
เบน: ชาวจิกกะบาลทุกคนเราจะเจอกันบ่อยๆนะ 2 คน เนี่ย เบื่อหน้ามากๆ แล้วเจอกัน
Love Charity Concert - ArmChair
Posted on Sunday, February 25th, 2007
กดที่ภาพเพื่อดูได้เลย
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
Love Charity Concert: เดือนแห่งความรักและการให้
เดือนแห่งความรักกับบทเพลงที่หอมหวานจากศิลปินที่พร้อมให้คุณ ได้เติมเต็มความรักได้อย่างเต็มเปี่ยม อย่าง Armchair, Q Flure และ เบน ชลาทิศ ตันติวุฒิ ที่จะมาช่วยกันขับกล่อมบทเพลงแห่งความรักให้เต็มทุกอณูของความอบอุ่น โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะมอบให้กับวัดพระบาทน้ำพุ ห้ามพลาดเด็ดขาด
ต่อจาก สาวๆหน้าใส เสียงใส ก็มาถึง Armchair ที่ขนเพลงมันๆ มาฝากกันชนิด พี่โย่ง ทนไม่ได้ลงมาเต้นกับน้องๆข้างล่างเวทีเลยทีเดียว เริ่มด้วยเพลง อยู่ที่เธอทุกอย่าง และต่อด้วย เพลง Photo graph และ เพลง วันที่ฉันป่วย เพลง พรุ่งนี้ เพลง รึเปล่า เพลง รักแท้ และ เพลง ไปด้วยกันรึเปล่า แถม ปิดท้ายด้วย เพลงเพื่อชีวิตอย่าง บัวลอย
บทสัมภาษณ์ Armchair
อ๊อฟ: วันนี้มาทำอะไรคะ
ผึ้ง Armchair: วันนี้ก็มาคอนเสิร์ต
โย่ง Armchair: ชื่อว่า Love Charity Concert เป็นคอนเสิร์ตการกุศล รายได้ส่วนหนึ่งก็จะมอบให้กับการกุศล
อ๊อฟ: วันนี้มาโชว์อะไรกันบ้างคะ
Armchair: วันนี้ก็เป็นคอนเสิร์ตท้ายๆ ของอัลบั้มที่ผ่านมา เพื่อที่จะเร็วๆก็จะได้พบกับงานใหม่ นะครับ
อ๊อฟ: อันนี้ก็เหมือนส่งท้าย แล้วอัลบั้มใหม่จะเมื่อไร่
โย่ง ผึ้ง Armchair: เร็วๆนี้ เร็วที่สุดก็น่าจะไม่เกินกลางปี อีกสักประมาณ 2-3 เดือน เหลือแต่ห่อพลาสติก
อ๊อฟ: วันนี้มาโชว์เพลงอะไรกันบ้าง
ผึ้ง Armchair: วันนี้ก็ต้องมีสนุกๆ ต้องดู เพลงที่โชว์ก็จะมีจากอัลบั้มเก่าๆอะไรอย่างเนี่ยอ่ะครับ
อ๊อฟ: เห็นเมื่อกี้ ซ้อมมี ตึ้ง ตึง ด้วย
โย่ง Armchair: ไม่มีครับ เมื่อกี้ผม ขำๆเล่นๆ
อ๊อฟ: แล้ววันนี้ใครมาแทน พี่อ้วน อาร์มแชร์
โย่ง Armchair: นี่ครับ เป็นเพื่อนของพวกเราเอง มาช่วยเล่น ให้ปึ๊กยิ่งขึ้น
อ๊อฟ: เดี๋ยวไปพบกับพี่ๆ อาร์มแชร์ บนเวที ขอบคุณมากคะ
Armchair: ขอบคุณครับ
บทสัมภาษณ์ ก้อย Saturday Seiko
อ๊อฟ: วันนี้มาทำอะไรคะ
ก้อย Saturday Seiko: วันนี้มาเที่ยว มาคอนเสิร์ตคะ
อ๊อฟ: ได้ข่าวว่าจะมีอัลบั้มเร็วๆนี้
ก้อย Saturday Seiko: ก็กำลังทำ จริงๆก็ทำกันเรื่อยๆนี่แหละ เหตุผลที่มันช้าก็เพราะว่า เราเรื่อยเกินไป พอเราอยากจะทำกันเอง มันก็ตามความรู้สึก ตามอารมณ์ของพวกเรา ช่วงนี้เริ่มรู้สึกว่าช้าก็เริ่มมาเร่งๆ
ก้อย Saturday Seiko: ไม่พิเศษ มาเชียร์เพื่อนๆ
อ๊อฟ: ขอบคุณมากคะ
ตอน 5 - Jetseter (เสียงสัมภาษณ์)
Posted on Sunday, February 25th, 2007
ตอน 5 - Jetseter
ชอบฟังแต่เสียง, เบื่อหน้าพิธีกร คลิ๊กเพื่อ Download แต่เสียงได้ที่นี่ (18MB)
รักการอ่าน คลิ๊กอ่านบทสัมภาษณ์ได้ที่นี่เลย
และูดูวิดีโอการสัมภาษณ์แบบเต็มๆได้ที่นี่
ตอน 5 - Jetseter (บทสัมภาษณ์)
Posted on Sunday, February 25th, 2007
ตอน 5 - Jetseter
ไปดู Video กดตรงนี้
บทสัมภาษณ์ วง Jetseter
พิธีกร: อ๊อฟ, พี
สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกแล้วครับกับรายการ จิกกะบาล Talk Show สบายๆ สไตล์ จิกกะบาล แขกรับเชิญของเราในวันนี้ แน่นอนครับ พวกเค้ามีดีไว้เพื่อโชว์ ไม่งั้นอัลบั้มเค้าคงไม่ออกมาเป็นอัลบั้ม นู๊ด เรามาพบกับพวกเค้าเลยดีกว่า Jetseter
ขอขอบคุณ ที่ให้เกียรติ์ กับรายการเรา
อ๊อฟ: ก่อนอื่นก็แนะนำตัวกันนิดนึง ว่าใคร ทำหน้าที่อะไร ชื่ออะไร
โอ: โอ ครับ เล่นกีตาร์ ครับ
เอ็ด: เอ็ด ตีกลอง ครับ
ที: ที ร้องนำ ครับ
หมู: หมู เล่น เบส ครับ
พี: ชื่อวงมีที่มายังไงครับ
โอ: ให้ เอ็ดดี้ เล่าละกัน
เอ็ด: ก็เริ่มมาจากคำว่า jet แล้วก็เติมตัว s เป็นคำที่เรารู้สึกว่า เทห์ ดี แล้วก็ฟังดูแล้ว
พี: ไม่ได้มาจากคำที่ผมคิดใช่ไหมครับ
โอ: เจ๊ดจะ
เอ็ด: มาจากเครื่องบิน jet มันดูทันสมัย เป็นความรวดเร็ว ดูกระฉับกระเฉง
พี: ผมว่า ช่วงนี้ทันสมัยกว่า เป็น รถถัง
อ๊อฟ: แต่มันช้าไง
พี: อัลบั้ม ชื่อ ถัง
หมู: หน้าบ้านผมยังมีรถถังอยู่เลยคร้าบ ขับผ่านมาทุกคืนเลยคร้าบ ถังขยะคร้าบ
เอ็ด: พอดีต่างประเทศเค้ามีวงที่ชื่อนี้อยู่แล้ว
อ๊อฟ: ลอกเค้ามาว่าอย่างนั้น แล้วค่อยมาคิดความหมายกันอีกที
เอ็ด: เอ้าๆ จริงๆแล้วคือเราคิดชื่อนี้มานานแล้ว แต่ว่าเรายังไม่ได้ออกอัลบั้มสักที จนกระทั่ง jet ของต่างประเทศเค้าเข้ามาโปรโมทในบ้านเรา ก็เลยกลายเป็นว่า ถ้าเราออกไป ก็ลอกเค้า เราก็เลยไปถามพี่ๆ ที่เค้าเก่งด้านภาษา ก็ได้คำนี้ jet set มันเป็นคำที่มีความหมายว่า สมบูรณ์แบบ หรือว่ามี รสนิยม มันเป็นจุดมุ่งหมายอย่างนึงของเราทางด้านดนตรี เราอยากจะสมบูรณ์ แบบทางด้านดนตรี ในสักวันนึง
โอ: ความสมบูรณ์แบบของคนนึงอาจจะไม่สมบูรณ์แบบสำหรับหลายๆคนก็ได้ อาจจะไม่ต้องเป็น the best ไม่ต้องเป็น icon ของอะไรสักอย่างเพราะความสมบูรณ์แบบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราต้องการสมบูรณ์แบบในความรู้สึกของเรา พอแล้ว
อ๊อฟ: แล้วคิดว่าตอนนี้สมบรณ์ รึยังคะ
โอ: ถ้าพูดถึงแต่ละชุดที่ผ่านมา มันมีความสมบูรณ์แบบของมันเอง ณ เวลานึง แต่ถ้ากลับไปมองชุดแรก ณ วันนี้ เราน่าจะทำได้ดีกว่านั้นนะ แต่ชุด 2 เราก็ทำเต็มที่
อ๊อฟ: มารวมตัวกันได้ยังไง
หมู: ก็จะมี โอ เอ็ด แล้วก็ ผมเรียนอยู่ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วยกัน ก็เรียนคนละคณะ ก็มาเจอกันที่ tu band ก็เลยได้เล่นดนตรีด้วยกันมาเรื่อยๆ พอเราจะออกชุดแรก เราก็ทำการ ออดิชั่น หานักร้อง ก็ได้ ที มา
อ๊อฟ: แล้วทำไมไม่คิดจะร้องกันเองละ
โอ: เอาคนที่เค้าทำหน้าที่ตรงนี้ได้เต็มที่ ดีกว่า
อ๊อฟ: แล้วใน tu band ไม่มีใครทำหน้าที่นี้ได้ดีเลยเหรอ
โอ: มีเหมือนกัน แต่ว่าเราต้องดู มันมีปัจจัยหลายๆอย่าง คนที่จะเข้ามาเติมเต็มวง มันต้องเข้ากับสไตล์ได้จริงๆ
อ๊อฟ: เค้ามีดีอะไร
โอ: หน้าตา
ที: เค้าคงชอบในด้านน้ำเสียงอะไรอย่างนี้มากกว่า
โอ: จริงๆแล้วคนที่มาออดิชั่น มีเยอะเหมือนกัน แต่ละคนก็ชัดเจนในแนวของตัวเอง เพียงแต่ส่วนใหญ่อาจจะไม่ตอบโจทย์แนวเพลงของวงเรา
ที: งั้นผมก็โชคดี
โอ: ก็มีหลายแบบ ที ตอนเห็นตอนแรกจะไม่เหมือนตอนนี้เลย จะต่างจากตอนนี้มาก พัฒนาขึ้นแล้ว
อ๊อฟ: ตอนนั้นทำอะไรอยู่
เอ็ด: เปิดมาขนาดนี้ ยิ่งเลย ตอนนั้นกำลัง กินข้าวอยู่ครับ
ที: ปั้นมาขนาดนี้นะ จริงๆแล้วตอนนั้น ผมจบจาก ABAC มาพอดีฮะ ยังไม่จบสินะ คือ ผมได้ร้องเพลงตามผับ ก็มีมือกีตาร์ที่รู้จักกัน เค้าเป็นรุ่นพี่ เค้ารู้จักกันเป็นการส่วนตัว กับพี่ๆ ผมก็เลยไปคุยๆกับพี่เค้า
พี: ได้ข่าวว่าเคยประกวดด้วย เคยประกวดอะไรกันเอ่ย
ที: โดม่อน
เอ็ด : ตะกวด
โอ: จริงๆแล้วเป็นงานประกวดที่เค้าจัดขึ้นมาในมหาลัยก่อน เรียนกว่า tumac ( Thammasat University Music Contest ) ก็คิดขึ้นมาว่าเรายังไม่เคยประกวดอะไรร่วมกันเลย ตอนนั้นทียังไม่อยู่ ตอนนั้นมีกัน 8 คน ประกวดกันแบบนักศึกษา เล่นๆ ขำๆ บังเอิญว่าเราชนะ เป็นตัวแทนของมหาลัย ไปประกวดต่อ เป็นงาน Tuma เป็นงานระดับประเทศละ เค้าคัดมาจากมหาลัยแต่ละที่ไปประกวดกันอีกทีนึง รู้สึกว่าปีนั้นจะเป็นปีที่ 3 ก็ชนะเลิศมา
อ๊อฟ: แล้วคนอื่นไปไหนหมดแล้วละ ทำไมเหลือ 3 อีก 5 คนละ
โอ: คือพวกเราโดนตัดหางปล่อยวัด
เอ็ด: ก็มีคนนึงกำลังนั่งกินข้าวอยูโต๊ะข้างๆ
หมู : ดาราหนังเกาหลี รึปล่า
พี: นอกจากงาน tuma มีประกวดอะไรอีกไหม
เอ็ด : ถ้าแยกๆอ่ะมีครับ พี่หมูประกวดอะไรบ้างนะ
โอ: ชาว สีม่วง อะไรอย่างเงี่ยป่ะ
ที: AU Singing Contest ของ ABAC
โอ: Acoustic Party
เอ็ด : ก็มีบ้างครับ แยกๆกัน บางทีผมก็ไปเล่นกีตาร์ประกวด แต่ตอนนี้ตีกลองอย่างเดียว รักเดียวใจเดียวแล้วครับ
อ๊อฟ: เอ๊ะ แล้วเราจะไม่บอกหน่อยเหรอ ว่าคนที่กินข้าวอยู่เป็นใคร
โอ: เดี๋ยวก็รู้ เสียงเค้าเป็นเอกลักษณ์ มากนะคนเนี่ย
คัตโตะ ลิปตา : ขอบคุณมากนะ ขอบคุณนะ ไล่เค้าออกนะ
เอ็ด : จริงๆแล้ว 2 วงนี้สนิทกัน
คัตโตะ ลิปตา : ไม่
พี: อย่างเวลาประกวด มีตกรอบ อะไรอย่างนี้บ้างไหม
เอ็ด: ก็ต้องถามพี่โอครับ เรื่องตกรอบผมไม่ค่อยได้เจอครับ
โอ : นี่เล่นมุก หรือรู้จริง ว่ะเนี่ย ที่ตกรอบแรกนะครับ เป็นของ Overdrive จะบอกให้ว่า น้องๆมือกีตาร์ที่เคย เข้ามาขอ ปิ๊ก ผม ขอลายเซ็นต์ พี่เคยตกรอบแรก Overdrive รอบที่เป็นคัด demo ที่ส่ง CD แล้วเค้าจะคัด ประกวดมือกีตาร์จากทั้งประเทศ รอบแรกครับ ตกไปเลยครับ
พี: ท้อแท้ไหม
โอ: ไม่ท้อครับ เรากลับมานั่งคิด มันก็สมควรน่าจะตก เราอาจจะเล่นด้วยคุณภาพระดับนึง แต่ว่า เรื่องของ idea เราไม่มีเลย เพราะว่าผมเล่นเพลง cover ของเค้าหมด ผมไม่ได้คิดเองเลย ถ้าผมเป็นกรรมการ ผมอาจจะคิดว่า คุณอาจจะเล่นใช้ได้ แต่คุณไม่มี ไอเดีย นี่หว่า
อ๊อฟ: ที่เข้ามาทำเทปกัน เข้ามาได้ยังไง
เอ็ด : ก่อนอื่นตั้งเข้าประตูบานนี้ก่อนครับ
อ๊อฟ: ไม่คิดจะไปที่อื่นเลยเหรอ ต้องบานนี้บานเดียวเลยเหรอ
เอ็ด: ต้องบานนี้ครับ
โอ : ไปมาหลายบานแล้วเหมือนกัน แต่เค้าล็อคไว้ เข้าไม่ได้ เอาจริงจังแล้วกัน ผมรู้จักเจ้าของค่าย ZYD record ตั้งแต่เรียน sound engineer ด้วยกัน ตอนเรียน เค้าก็จะมีให้แต่งเพลง แล้วให้ทำดนตรีด้วย เป็น music Production เรียนรู้วิธีการที่จะทำงานในห้องอัด เรียน class เดียวกันกับเจ้าของค่าย ZYD Record แต่ตอนนั้นยังไม่มีค่าย ZYD Record
อ๊อฟ : คล้ายๆเส้นป่ะ
โอ: อ่ะ เส้นก็ได้
อ๊อฟ : ดูหน้าตาแล้วเนี่ย น่าจะอายุไม่น้อยแล้ว อายุเท่าไหร่กันแล้ว
โอ: เรื่องค่ายยังไม่จบเลยนะ
อ๊อฟ : บ่ายเบี่ยง น่าจะมีเลข 8 ขึ้น
โอ: เลข 8 แล้วถ้าได้แค่นี้ผมก็ได้นะ เรื่องอายุผมไม่เกี่ยงอยู่แล้ว มันอยุ่ที่ความสามารถของ 26 ครับ
เอ็ด: 25 ครับ
ที: 24
หมู: 26 ครับ
โอ : รวบรัดตัดความแล้วกัน คือ พี่นุ่นเค้าก็ตั้งค่ายขึ้นมา เค้าก็ชวนผม ผมก็มี band นี้อยู่แล้ว
อ๊อฟ: นอกจากทำวง jetseter แล้วทำอะไรกันอยู่อีกบ้าง
โอ: ทำสวน
เอ็ด: นั่งกินน้ำ อย่านึกว่าพี่โอ ล้อเล่นนะครับ พี่โอทำสวนจริงๆ ทำที่ไหนครับ
โอ: ทำที่บ้าน มีสวนให้ดูแล
อ๊อฟ: แปลว่าอยู่บ้านไม่ได้ทำอะไร
โอ: ใช่
เอ็ด: ก็เงินฝากประมาณ 2000 ล้าน ของพี่โอ ในธนาคาร
โอ : Bill Gates แล้ว โว้ย ก็คือ ผมเพิ่งออกจากงานประจำมาเมื่อต้นปี ก่อนหน้านั้นอยู่ studio composer ก็เกี่ยวกับดนตรี
อ๊อฟ : แล้วคนอื่นละ
เอ็ด : ผมเป็นเด็กเส้น ทำงาน marketing อยู่กับค่ายครับ
ที : ผมก็ร้องเพลงตาม ผับ กับเพื่อนๆ ที่มหาลัย ก็หลายร้านอยู่ ถ้าใครเคยเห็นก็อาจจะคุ้นๆหน้ากัน แล้วก็เรียน course song writing อยู่
อ๊อฟ: เล่นอยู่ที่ไหนบ้าง เพื่อจะมีคนอยากตามไปดู
ที: ร้าน ลาบ ไม่ใช่ ร้าน ที่แรกก็คงจะเป็นที่ แจ่ม บาร์ ผมก็เล่นไม่แน่นอนนะ แล้วแต่งานด้วย แล้วก็ที่ route
หมู : เป็น Sales Engineer ครับ
เอ็ด : ก็คือ ขาย วิศวกร อีกทีนึง
พี: เมื่อก่อน ได้ข่าวว่าเคยอยู่ rip studio
เอ็ด: ค่ายเดียวกับ playground ถ้าใครนึกไม่ออก
พี: แล้วตอนนั้น เป็นวง jetsetter รึเปล่า
โอ: ยังครับ
เอ็ด: ยังครับ ตอนนั้นเป็น Oreo
โอ: ตอนนั้นเป็น Oreo ตอนนั้นมีแค่ 3 คน เป็นช่วงหลังจาก เรียนจบมาใหม่ๆ เป็นช่วงทดลอง ตอนนั้นเป็น single ปล่อยไปเพลงเดียว คือ เพลง นัวเนีย ถ้าเป็นเด็ก Fat ก็จะรู้จัก
พี: แล้วตอนนั้นใครร้อง
ที: พี่โอ
พี: แล้วทำไมไม่ร้องต่อ
โอ: เสียงดีกว่า
ที : จริงๆก็ยังร้องต่อนะ ก็ยังมีพี่โอแหลมๆ โผล่มา ให้พอเป็นกระสัย เดี๋ยวคนจะคิดถึงพี่โอ
อ๊อฟ: ทำไมชื่อ นู๊ด ไม่กลัวโดนแบนบ้างเหรอ
โอ: เราไม่ดังไง เค้าไม่รู้จัก
พี: ใครเป็นคนคิดครับ
โอ: ตอนแรกมีหลายชื่อมาก ชื่อมันดูแมนไป ดูมันหลอกตัวเองนะแก
เอ็ด: นึดนึงอ่ะ
โอ : ที่คิดไว้ก็มี Power Deep ไม่ใช่นะ ตอนนั้นเป็น point เฉยๆ เพราะว่าเรา ชุดเนี่ย เราทำงานลงลึกมาก ทั้งเนื้อหาที่พูด ดนตรีที่ Arrange ก็ ประชุมกันหลายๆคน มี marketing Director ของค่ายมาช่วยคิด เค้าก็พูดคำว่า นู๊ดขึ้นมา ก็คิดว่าเป็นชื่อที่น่าสนใจดีนะ เป็นคำสั้นๆ ง่ายๆ ได้ใจความ มันแสดงให้ถึงอะไรที่มันเป็นธรรมชาติ สด
แล้วชุดนี้เราคิดว่าเรามองเห็นตัวเองชัดขึ้นยิ่งกว่าชุดแรกด้วย รู้จุดอ่อนตัวเองมากขึ้น แล้วก็แก้ไขมันซะ แล้วก็เอาจุดที่แข็งออกมา เบ่งกล้ามให้คนดู
อ๊อฟ: ใช้เวลาเตรียมตัวกันนานไหมครับ
เอ็ด: ถ้าพูดถึง แต่งหน้าทำผม แต่งผมทำหน้า
หมู: ก็ตั้งแต่เกิด ก็ตั้งแต่เสร็จชุดที่แล้ว อย่างโอก็เริ่มแต่งเพลง
โอ: ผมแต่งเพลงไว้ตั้งแต่ก่อนชุดแรก พอชุดแรกก็เลือกไปใช้ ชุดนี้ไม่ใช่ของเหลือจากชุดที่แล้ว ถ้าใครฟังชุดนี้ เนื้อมันลึกซึ้งกว่าชุดที่แล้ว
เอ็ด: เนื้ออย่างดี ซืด 2 ที เมา
พี: แล้วชุดนี้ทำอะไรกันอีก นอกจากหน้าที่หลักในวง
ที: ก็ นอกจาร้อง ก็จะดู เนื้อ ว่าตรงนี้ปรับเปลี่ยนได้ไหม พี่โอจะเป็นคนวางโครงสร้างมาก่อน
โอ : หลายๆเพลงผมจะเอาเนื้อมาคุยกับวง ก่อนว่า ชอบไหม เนื้อแบบนี้ อย่างเอ็ดเนื่ย เค้าจะเป้นคนจุดประกาย ไอเดีย ให้กับผมได้เหมือนกัน เช่น มีเพลงๆนึงในอัลบั้ม ชื่อเพลง มายไดอารี่ ไม่พูดถึงก็ได้นะ มันมาจาก ชีวิตของ เอ็ด คือเอ็ดเค้าเขียน เป็นเรื่องที่ดีที่พูดถึง ความสัมพันธ์ของคน 2 คน แต่เมื่อมันจบลงแล้ว ไดอารี่เล่มนี้มันก็เขียนต่อไม่ได้แล้วเพราะว่า ความสัมพันธ์มันจบ แต่คนที่อยากจะเขียนต่อเค้าจะเขียนกับใคร เค้าจะเขียนได้ยังไง มันเลยเป้นที่มาของคำว่า Mine ที่แปลว่า จิตใจ Mine Diary
เอ็ด: มันไม่ใช่เรื่องของผมนะครับ
โอ: เรื่องของมัน มันก็เป็นที่มาได้เหมือนกัน อย่าง ฝ่าไฟแดง concept เราก็คุยกันก่อน
อ๊อฟ : ใครแฟนคลับเยอะสุด
ที: พี่หมู
เอ็ด: ถ้าสมมุติว่าตอนนี้เราอยู่บนเวทีกัน ตอนแนะนำตัวกัน พอพี่หมูแนะนำตัว ตบมือกันแขนหลุดเลย
หมู: ตอนนั้นพี่แบงค์ วง แครช เค้าเดินมาพอดี
ที: ก็ดูๆกันอยู่ครับ
เอ็ด : ไม่มีครับ มั่นใจ
โอ: ว่างครับ
พี: แต่ละคนชอบแนวดนตรีเหมือนกันไหม
โอ: รำเต้ย ผมโตมากับดนตรี ปลายยุค 70 disco พอปลายยุค 80 ก็จะเป็นพวก ร็อค
เอ็ด: ผมโตมากับ พี่เบริ์ด ครับ โตมากับเพลง ป๊อป คุณแม่จะให้ในโซน เพลง ลูกทุ่ง พ่อจะฟัง Eagle ถ้าอยู่ด้วยกันจะเป็น พี่เบริ์ด แต่พอเริ่มเล่นดนตรีก็จะฟังเพลง ลึกขึ้นๆ
พี: พูดถึง เพื่อนร่วมวงหน่อย ร่วมวงกันมากี่ปีแล้ว
เอ็ด : 3ปี ไม่มีใครเปิด ผมมีพยานปากเอกครับ น้องๆ โต๊ะโน้นมานี่หน่อย ถ้ากัดกันเอง เดี๋ยวมันไม่หนุก เอาคนนอกมา อธิบายดีกว่า
คัตโตะ : เป็นวงที่เจ๋งมากเลยครับ เรื่องของดนตรี แนวคิดการทำเพลง ค่อนข้างล้ำ ทำให้ฟังชุดที่ 2 แล้วอยากจะฟังชุดที่ 3 เลย
พี: ถ้าพี่ตัตโตะ นั่งไกลมือหน่อย พี่จะพูดอย่างนี้ไหม
คัตโตะ: ไม่ครับ พี่โอเนี่ย น่าสงสารมาก โดนตัดหางปล่อยวัดเลยครับ คนที่ตัดนี่ไม่รู้เป็นใคร ใจร้ายมาก พี่โอเนี่ย เป้นผู้นำ อย่าง jetsetter คงไม่เกิดขึ้นมาได้ ถ้าไม่มีพี่โอ เป็นคนคิดดนตรีแล้วก็มีเป้าหมาย เป็นคนพา 4 คนเนี่ย เรียกว่าเป้นหัวใจ เป็นกำลังสมอง ไม่เผาหรอกครับ แต่ พี่ถอดหมวกได้ไหมครับ โอ้โห ทำไมหล่อขนาดนี้
โอ: หลายๆคนสงสัย
คัตโตะ : 2 เดือนที่แล้วเนี่ย อย่างโล่ง
โอ: จริงๆแล้วไปบวชมา แต่จริงๆแล้วผมบาง
คัตโตะ : อย่างเอ็ดเนี่ย จะบอกว่า ลิปตา กับ jetsetter เป็นเพื่อนที่สนิทสนมกันมาก น่าจะคบกันมานานจนเค้าจะเลิกคบผมแล้ว เอ็ดเนี่ย เค้าก็เป็น เท้า ของ jetsetter เป็นตาปลา ของเล็บนิ้วก้อยข้างซ้าย จริงๆ เอ็ดมันเหมือน ขา ครับ เห็นใครล้มเมื่อไร่ พร้อมจะเหยียบย่ำ เอ็ดเป็นตลกของวงครับ ไม่ได้เป็นมือกลอง เอ็ด เนี่ย เค้าเติบโตมากับ ชิงร้อย ชิงล้าน ฮีโร่ ของเอ็ดคือ พี่เท่ง พี่โหน่ง พี่หม่ำ ทีเนี่ย เค้ามีสไตล์เป็นของตัวเอง เค้าจะนิ่ง
เอ็ด : สามารถ ร้องเพลง ร็อคให้เป็นพี่บอย ตรัย ได้
คัตโตะ : ผมไม่สามารถ comment อะไรได้จริงๆ เรียกว่า perfect ที่สุดแล้วใน jetseter อย่างหน้าตา ก็หล่อสุด คนสุดท้ายเนี่ย ผมไม่ค่อยชอบเค้าเท่าไหร่ครับ รู้จักกันครั้งแรก ที่ ซาวน่า จริงๆแล้ว พี่หมู เป็นคนไม่ค่อยมีปากมีเสียงอะไร ทุกคนรักตลอด เค้าไม่เคยว่าใคร ไม่มีปัญหากับใคร ใครมีปัญหากับเค้าๆก็ไม่รู้ตัว เพราะเค้าไม่มีปัญหา ตอนแรกเห็นหน้าพี่หมู ในปก เจ็ทเซทเตอร์ นึกว่าเป็นหนึ่งในสมาชิก ของ โดบังชิงกิ ส่วนคนนี้นะครับ น่าเหมือน บอย พีช เมคเกอร์ เลย เป็นส่วนเกินในชีวิตเธอ
โอ: อยากไปอยู่อย่างเหงาๆ บ้างไหมครับ
อ๊อฟ: คิดถึงอัลบั้มต่อไปรึยัง
เอ็ด: ตอนนี้เริ่มวาง concept เพลงไว้บ้างแล้ว ก็เขียนเก็บไว้ เวลาเราไปเจอเหตุการณ์อะไร อย่างช่วงรถถังออกมาวิ่งเยอะๆ
โอ: อัลบั้ม ปฏิรูป โปรดฟังอีกครั้ง อันนั้น infrareds รึเปล่าว่ะ แดงๆ
เอ็ด: ไม่ใช่ของเราก็มี ของเพื่อนก็มี อย่างเช่น เพื่อนคนเนี่ย เพิ่งเลิกกับแฟนด้วยเหตุผล อย่างนี้ อุ๊ย เท่ห์จังเลยนะ
อ๊อฟ : คิดกันไว้ว่าเมื่อไหร่จะได้ฟังกัน
โอ: ถ้าเป็นอย่างที่หวังไว้นะ อย่างเร็วก็ สิ้นปี อย่างช้าก็ยังไม่รู้เลย
พี: ผมสงสัยว่า เวลาประชุมกันเนี่ย มันได้งานไหม
เอ็ด : เร็วๆนี้ มีงานของค่ายใหญ่ ให้ไปแจมใน โปรเจคๆนึง ก็มานั่งเลือกกัน ใช้เวลาไป 2 อาทิตย์ กว่าจะสรุปออกมาได้ว่าเอาเพลงนี้ แล้วที่ได้มาเนี่ย เป้นไอ้คนเมื่อกี้แหละครับ มาช่วย ต้องมีคนมาฟันธงให้ เป็นวง ไร้สมอง
พี: มาดูเค้าทำเสื้อกันดีกว่า
อ๊อฟ : ถ้าใครอยากได้เสื้อตัวนี้ ทิ้ง comment ไว้ใน website เราถามเรื่องหมวกพี่โอไปแล้ว แว่นทีละ
เอ็ด: ไหนลองถอดสิ เคยอ่านละครไทยพื้นบ้านไหมครับ ที่พระเอก เกิดมาแล้วมี กริช ติดมือมาด้วย ที เค้าก็มีแว่นดำติดมาด้วย
พี: วันนี้ลาไปก่อน สวัสดี ครับ
รักการอ่าน คลิ๊กอ่านบทสัมภาษณ์ได้ที่นี่เลย
ชอบฟังแต่เสียง, เบื่อหน้าพิธีกร คลิ๊กเพื่อ Download แต่เสียงได้ที่นี่
และูดูวิดีโอการสัมภาษณ์แบบเต็มๆ ได้ที่นี่
ตอน 5 - Jetseter (วิดีโอ)
Posted on Sunday, February 25th, 2007
กดที่ภาพเพื่อดูได้เลย
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
ความยาว 40 กว่านาที
ผู้โชคดีได้รับเสื้อฝีมือ Jetseter
คือ comment ที่ 8 BeNSWeeTHeaRT ยินดีด้วยนะจ๊ะ (นับจากอันบนสุด เป็นอันที่ 1 )
สำหรับคนที่พลาดในครั้งนี้ รอลุ้นต่อกับศิลปินคนอื่นๆต่อไปนะจ๊ะ
รักการอ่าน คลิ๊กอ่านบทสัมภาษณ์ได้ที่นี่เลย
ชอบฟังแต่เสียง, เบื่อหน้าพิธีกร คลิ๊กเพื่อ Download แต่เสียงได้ที่นี่
Video ในรูปแบบอื่นๆ (เพื่อความคมชัด)
ขนาด 234MB (640×480)
Love Charity Concert - มีน และ นิน จาก Music Clay
Posted on Saturday, February 24th, 2007
กดที่ภาพเพื่อดูได้เลย
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
Love Charity Concert: เดือนแห่งความรักและการให้
เดือนแห่งความรักกับบทเพลงที่หอมหวานจากศิลปินที่พร้อมให้คุณ ได้เติมเต็มความรักได้อย่างเต็มเปี่ยม อย่าง Armchair, Q Flure และ เบน ชลาทิศ ตันติวุฒิ ที่จะมาช่วยกันขับกล่อมบทเพลงแห่งความรักให้เต็มทุกอณูของความอบอุ่น โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะมอบให้กับวัดพระบาทน้ำพุ ห้ามพลาดเด็ดขาด
เริ่มกันกับ ศิลปิน สาวใส วัยรุ่น จาก Music Clay น้อง มีน เจ้าของผลงาน เพลง ฝันกลางวัน และ Single พิเศษ ที่ทำขึ้นมาสำหรับวันวาเลนไทน์ กับเพลง My Valentine และเพลงน่ารักๆ อย่าง ฤดูรัก
แต่งานนี้ น้องมีน ไม่ได้มาคนเดียว ควงคู่มากับ น้อง นิน นักร้องใหม่ จาก Music Clay ที่มาทั้งร้อง และเล่นกีตาร์ ในเพลง Better together
บทสัมภาษณ์ มีน Music Clay
อ๊อฟ: วันนี้มาทำอะไรคะ
มีน Music Clay: วันนี้มาร้องเพลง ที่ คอนเสิร์ต Love Charity Concert ของ ม.กรุงเทพ ร้องเพลงของตัวเอง 2 เพลง ชื่อเพลง My Valentine เพลงฝันกลางวัน แล้วก็ เพลง ฤดูรัก คะ เพลง My Valentine เป็นเพลงใหม่ เป็น Single พิเศษ ที่ทำขึ้นมาสำหรับวันวาเลนไทน์ ส่วนฝันกลางวัน มาจากอัลบั้มเก่า เป็นอัลบั้มรวม ชื่ออัลบั้ม Music Clay
อ๊อฟ: แล้วอัลบั้มของตัวเอง จะออกเมื่อไหร่คะ
มีน Music Clay: ประมาณกลางปีคะ ก็จะปล่อย Single กันออกมาเรื่อยๆ
อ๊อฟ: ขอบคุณมากคะ
บทสัมภาษณ์ นิน Music Clay
อ๊อฟ: วันนี้แนะนำตัวนิดนึง
นิน Music Clay: ชื่อนินคะ
อ๊อฟ: วันนี้มาทำอะไรคะ
นิน Music Clay: มาร้องเพลง ทีแรกก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นงานอะไร เพิ่งมาทราบที่นี่ว่าเป็นงาน Charity ก็มีบ้าง บางครั้ง
อ๊อฟ: กำลังจะเป็นศิลปินหน้าใหม่ ของค่ายอะไรคะ
นิน Music Clay: ค่ะ Music Clay ก็จะทำเบื้องหลังด้วยคะ แต่งเพลงอะไรงี้
อ๊อฟ: วันนี้เตรียมอะไรมาโชว์กันบ้าง
นิน Music Clay: 2 เพลงคะ ก็มี Better Together ของ Jack Johnson แล้วอีกเพลง เป็นเพลงใหม่เลยยังไม่ได้ออกอากาศทางวิทยุเลยนะคะ ชื่อเพลง ความรักฉันคือเธอ คะ
อ๊อฟ: ทำไมถึงเลือกเพลงนี้
นิน Music Clay: Better Together ชอบส่วนตัวเลย ชอบ Jack Johnson แล้วคิดว่าหลายๆคงก็คงชอบเค้า เป็นเพลงที่มีความหมายดีมาก Better Together ความหมายก็คือแบบ ดีที่สุดก็คือการอยู่ด้วยกัน มันก็เป็นความรักที่ดีที่สุด ส่วนอีกเพลง เพลง ความรักฉันคือเธอ ที่อยากจะมาร้องเพราะอยากให้ที่นี่ได้ฟังก่อนเลย ให้คนที่ใจบุญทำการกุศล ไหนๆ ก็ใจบุญแล้วก็ได้ก่อนคนอื่นเลยคะ คิดว่าน่าจะเป็นเพลงที่ดัง เพราะมากคะ เพราะว่าร้องจริงๆ โดยพี่ แอน ธิติมา มีฝีมืออยู่แล้ว แล้วก็แต่งโดย พี่จ๊อด 7 dog ซึ่งก็มีผลงานมา ไม่หลับไม่นอน เรื่องบนเตียง ฤดูรัก แล้วก็แต่งเนื้อโดน เอิ้น พิยดา ด้วยคะ
อ๊อฟ: เป็นบุคคลคุณภาพทั้งนั้นเลย งั้นเดี๋ยวเราไปพบกับ น้อง นิน บนเวทีนะคะ ขอบคุณคะ
One-2-Call Max! Stage Mobile #2
Posted on Tuesday, February 20th, 2007
กดที่ภาพเพื่อดูได้เลย
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
กิจกรรม MAX STAGE MOBILE
One-2-Call Max! Stage Mobile #2
MAX 88.5 เตรียมเคลื่อนพลความมันส์ครั้งที่ 2 ต้อนรับเดือนแห่งความรักพร้อมเทศกาลตรุษจีน ไปพร้อม ๆ กันกับ กิจกรรม MAX Stage Mobile เวทีความมันส์เคลื่อนที่ ตอน “หมวยเซ็กซี่ ตี๋อินเตอร์” พบกับเหล่าศิลปินสุดเร้าใจ Spin Head, จิดา , Gear Knight , Slot Machine และ ETC ที่ลานหน้าเมเจอร์ปิ่นเกล้า 3 มีนาคมนี้
ติดตามฟังรายละเอียดความมันส์จุใจได้ที่คลื่น MAX 88.5
Fanta Colorful Party
Posted on Sunday, February 18th, 2007
กดที่ภาพเพื่อดูได้เลย
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
Fanta Colorful Party
เติมความรักสดใสเบิกบานเต็มลานน้ำพุเซ็นเตอร์พ้อยท์ ที่สร้างสรรค์โดย เครื่องดื่นแฟนต้า และ เซ็นเตอร์พ้อยท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ กับการประกวดร้องเพลงรัก และเติมสีสีนความรักสุดซ่ารับวาเลนไทน์กับ One Man Story 2 โดยศิลปิน ไอซ์ ศรัณยู, เป็ก ผลิตโชค, เป็ก เปรมณัช, มด ทรีจี และ ต๋อง สุรพันธ์
งานเปิดตัวอัลบั้ม Living in C Major - B5
Posted on Sunday, February 18th, 2007
กดที่ภาพเพื่อดูได้เลย
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
การกลับมาแบบเฉพาะกิจ ของ B5 หนุ่มสาวบีไฟว์ ได้แก่ เบน ชลาทิศ ตันติวุฒิ, โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร, คิว สุวีระ บุญรอด จาก วง Flure, เค้ก อุทัย นิรัติกุลชัย (เจ้าของ Album The missing piece และ กำลังจะมีอัลบั้มใหม่ เร็วๆนี้) และ มาเรียม อัลคาลาลี่ ในงาน เปิดตัวอัลบั้ม living in C major ของ โต๋ เอง งานนี้ B5 เอาเพลงมาให้แก้คิดถึงกัน 2 เพลง คือ ที่ว่าง ของ pause กับ บางสิ่ง จาก modern dog รวมถึงการเปิดเผยข่าวดี ของแฟนๆ B5 ที่อาจจะมีอะไรดีดีเกิดขึ้น ภายในเร็วๆนี้
ไปดูกันเลยครับ
BBA Charity Concert: First Love - Unseen เบื้องหลัง
Posted on Sunday, February 18th, 2007
กดที่ภาพเพื่อดูได้เลย
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
เบื้องหลังงาน BBA Charity Concert: First Love
และทุกๆหัวใจจะได้รับการดูแล จาก Buddhist Holiday , Slot Machine , โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ , เบน ชลาทิศ ตันติวุฒิ , บี Crescendo , โป้ โยคี เพลย์บอย
ภาพตอนซ้อม ของ โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร เบน ชลาทิศ และ บี Crescendo และพร้อมภาพคลิปวิดีโอหลุดๆ แอบถ่าย ตามสไตล์ จิกกะบาล 
BBA Charity Concert: First Love - Buddhist Holiday
Posted on Sunday, February 18th, 2007
กดที่ภาพเพื่อดูได้เลย
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
ความยาว 20 กว่านาที
BBA Charity Concert: First Love
และทุกๆหัวใจจะได้รับการดูแล จาก Buddhist Holiday , Slot Machine , โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ , เบน ชลาทิศ ตันติวุฒิ , บี Crescendo , โป้ โยคี เพลย์บอย
เริ่มกันกับ Buddhist Holiday ที่มากับ เพลง พรุ่งนี้ เพลง เหตุผล เพลง ความรู้สึก และเพลงใหม่ของ Buddhist Holiday ที่ใหม่ซะจนยังไม่มีชื่อเพลง สำหรับเพลงสุดท้าย เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Final Score เพลง นาฬิกา
บทสัมภาษณ์ Buddhist Holiday
อ๊อฟ: วันนี้มาทำอะไรกัน
Buddhist Holiday: วันนี้มาเล่น ที่งาน ธรรมศาสตร์ เป็นคอนเสิร์ตการกุศล
อ๊อฟ: แล้วปกติชอบทำบุญกันไหม
Buddhist Holiday: ถ้ามีโอกาสก็ทำบ้าง
อ๊อฟ: ทำบุญกันด้วยวิธีไหน
Buddhist Holiday: ไม่ฆ่ามด ไม่ตบยุ่ง
อ๊อฟ: Theme ของ Concert วันนี้ เป็น first Love และทุกหัวใจจะได้รับการดูแล หัวใจได้รับการดูแลรึยังคะ
Buddhist Holiday: ก็มีบ้าง บางครั้ง
อ๊อฟ: วันนี้เตรียมอะไรมาโชว์กันบ้าง
Buddhist Holiday: ก็มีเพลงจากอัลบั้มที่แล้ว แล้วก็มีจากอัลบั้มใหม่ด้วย ก็ยังไม่เคยเล่นที่ไหนเลย
อ๊อฟ: เล่นที่นี่ที่แรกเลย งั้นไปเจอกันในคอนเสิร์ตเลยนะคะ
ตอน 4 - ต้า Paradox (เสียงสัมภาษณ์)
Posted on Sunday, February 18th, 2007
ตอน 4 - ต้า Paradox
ชอบฟังแต่เสียง, เบื่อหน้าพิธีกร คลิ๊กเพื่อ Download แต่เสียงได้ที่นี่ (18MB)
รักการอ่าน คลิ๊กอ่านบทสัมภาษณ์ได้ที่นี่เลย
และูดูวิดีโอการสัมภาษณ์แบบเต็มๆได้ที่นี่
ตอน 4 - ต้า Paradox (บทสัมภาษณ์) 2
Posted on Sunday, February 18th, 2007
ตอน 4 - ต้า Paradox (บทสัมภาษณ์) 2
ต่อคร้าบ ….. เป็นวงที่สร้างปรากฎการณ์อีกแล้ว บทสัมภาษณ์ให้เราจริงๆ มันยาวเกินกว่า 1 หน้าจะเอาอยู่
อ๊อฟ: มีกีตาร์กี่ตัว
ต้า: ตอนนี้มีอยู่ 5 ตัว ในอนาคตจะแต่งกีตาร์ขาย เหมือน แต่งรถเก่า อ่ะ คือ เอามา Modify แล้วก็ขาย เหมือนเป็นงานศิลปะ
พี: กีตาร์คิดตี้
ต้า: อันนั้นสั่งทำครับ คือ ตอนนั้นเบื่อๆ อยากจะทำให้มันหลุดโลกไปสักอย่างนึง เพราะว่าเราไม่มีอะไรน่าสนใจเลย เล่นอยู่บนเวที ก็เลยมีอะไรแปลกๆให้มันเพิ่มสีสันเข้าไปหน่อย ก็ดูมันขัดแย้งกันดี คือไม่ได้ชอบ แต่เห็นว่าผู้หญิงเค้าชอบกันเยอะ ขัดแย้งกับแนวเพลงบ้าๆบอๆ ก็เลยลองทำดู
อ๊อฟ: มีใครมาช่วยทำอะไรในอัลบั้มบ้างไหม
ต้า: มีชุดแรก พี่แก๊ป เป็น producer นอกนั้นทำเองหมดเลย
พี: แล้วมีไปช่วยคนอื่นๆบ้างไหม
ต้า: มีทำเป็นค่ายเล็กๆของตัวเอง ชื่อ tata studio ก็คือไป co กับค่ายสนามหลวง แล้วก็ไปProduce ให้กับวง supersub ก็ไม่เชิงเป็นค่าย เหมือนเป็นผลงานของห้องซ้อม เกิดมีงานหน้าสนใจ แล้วไม่มีค่ายสนใจ เราก็ออกให้ แล้วก็ มีเป็น compilation รวมงานของคนที่มาซ้อม ก็มีขายบ้าง แจกบ้าง ทำกันสนุกๆ
อ๊อฟ: สาเหตุที่ทำห้องซ้อม
ต้า: ก็สอนอยู่ สาธิตจุฬา แล้วก็อยากมีกิจกูารของตัวเองสักอย่างนึง จริงๆอยากจะขายเครื่องดนตรี อยากจะขายกีตาร์ ขายมือ 2 เอามา modify แต่ลงทุนสูง แล้วตอนนี้ยังเล่นดนตรีอยู่ เลยทำห้องซ้อมดีกว่า เพราเวลาไปซ้อมตามห้องซ้อม เจอห้องซ้อมไม่ดี ก็เลยอยากทำเอง ทำเป็นห้องซ้อมใกล้โรงเรียน เป็นที่นัดเจอเพื่อนด้วย แล้วก็เกี่ยวกับงานที่เราทำ แล้วก็เกี่ยวกับดนตรี น่าจะช่วยได้
อ๊อฟ: TaTa Studio เปิดมานานยัง
ต้า: ปีนี้เข้า ปีที่ 3 อยู่ใต้ตึก U-center ตลาด สามย่าน จุฬา มาที่สามย่าน ถามคนแถวนี้เอาก็ได้ 022165709 ก็โทรมาได้ หรือเข้าไปใน website Tatamag.com ไปดูรายละเอียดเกี่ยวกับห้องซ้อมก็ได้ เรารับให้คำปรึกษาด้วย ถ้าน้องๆมี demo อยากเสนอค่าย มีผลงาน หรืออยากจะทำ demo
พี: พูดถึงเพื่อนๆร่วมวงหน่อย
ต้า: ถ้าจะให้แซว โดยรวมเพื่อนจะเป็นคนเงียบ ผมจะเป็นคนพูดมากที่สุดเพราะว่าต้องคอยอธิบาย เหมือนเป็นตัวแทนวง แต่จริงๆแล้วผมเป็นคนที่พูดน้อยที่สุด เพื่อนๆจะพูดมาก แต่พื้นฐานแต่ละคนจะเป้นคนชอบเงียบๆไม่ค่อยพูด คุยกันแต่คนภายนอกจะมองว่าเงียบ ยังไงก็ได้ คือให้ทำอะไรเค้าก็จะตามๆกันไป ซึ่งมันก็เป็นข้อดี อย่าคุณสอง จะมีฉายา ว่าคุณ สอง 10 นาที เพราะทำอะไรแต่ละอย่างก็ต้องช้าไป 10 นาทีตลอด ตื่นสาย นอนไม่ยอมตื่น จะออกจากร้านก็ 10 นาที จะข้ามถนนก็ 10 นาที คือ ทำอะไรทุกอย่างมันหน่วงไปหมด บางทีเพื่อนเค้าขึ้นรถเสร็จ ก็ลงมาทำอะไรก็ไม่รู้ คือต้องเป็นคนสุดท้าย อย่างคุณ บิ๊กก็เป็นคนที่เงียบที่สุดแต่ว่าจริงแล้วพูดมากที่สุด แล้วชอบขายของโก่งราคาเพื่อน อย่าง บิ๊กแอส กับ ซิลลี่ฟู ก็เพิ่งโดนไป เค้าจะชาร์ต 50% เค้าจะมีฉายาว่า Good boy คือ สร้างภาพ คือ เวลามีคนมาถ่ายรูปเค้าจะยิ้มหวานๆ แต่จริงๆแล้วเป็นตัวแสบมากในวง แสบหลายเรื่อง ซึ่งบอกไม่ได้ แต่ตรงกันข้ามกับ ฉายา กู๊ดบอย มีคอรัส 2 คน คุณ เก่ง กับ คุณ เอ๊าะ ที่จะใส่หน้ากาก อยู่ 2 คน อันนั้นก็เป็นสมาชิกวง เป็นอาจารย์สาธิต คนนึง เป็น บ.ก. หนังสือ Model อีกคนนึง เป็นเพื่อนแนวมันๆด้วยกันที่คณะ
พี: พูดถึงเรื่องแต่งตัวประหลาด รู้สึกยังไงบ้าง
ต้า: ก็รู้สึกแปลกดี แต่บางครั้งกังวล กลัวเค้าจะเล่นบนเวทีไม่ได้ ส่วนใหญ่จะบอกว่าเบาๆหน่อย เพราะว่า เค้าจะทำอะไรก็ได้ แต่บางครั้งมันจะทำให้เล่นยาก มีอยู่ครั้งนึงเค้าเอากล่องตู้เย็นมาทำเป็นชุด งาน Pattaya Music Festival เอามืออกจากล่องไม่ได้ คนอื่นต้องมานั่งฉีกกัน เบสก้หายไปเลยทั้งเพลง ส่วนใหญ่เค้าจะทำเองแล้วก็โดนเอง ล่าสุดเอา ยกทรงมาพันตัวแล้วเดินไม่ได้ หกล้ม
พี: หมวกที่เป็น ชอคกะจุ๊บ
ต้า: จริงๆแล้วเค้าต้องการจะดึงแล้วเขวี้ยงให้คนดูอยู่แล้ว คนดูเนี่ยโดนไปหลายอย่างแล้ว ล่าสุดขวดน้ำ ผมเอง เห็นคนดูเค้าเหนื่อย เค้ากระโดด ก็หยิบไปก็โยนไปให้เค้า พอเล่นเสร็จ ก็เดินมา พี่ สนุกมากเลย ยิ้มแล้วก็เลือดไหลไปด้วย ขวดพลาสติคเนี่ยแหละ
พี: เห็นในมิวสิค วีดีโอ เค้าก็แต่งตัวปกติไม่ใช่เหรอ
ต้า: ปกติเค้าก็แต่งปกตินะ แต่ก็คอนเซปเดียวกันก็คือ เวลาเล่นบนเวที เราอยากให้มีความรู้สึกว่ามันต่างจากที่ฟังในเทป คนมาดูคงไม่ได้อยากจะมาดูคนยืนนิ่งๆ เราก็อยากจะเรียกร้องดึงดูให้คนมาดูหน่อย แล้วประกอบกับเพลงมันๆ เลยบ้าๆได้
พี: นึกว่าแต่งตัวเรียบร้อย เพราะดาราที่เชิญ มาอย่าง น้อง พอลล่า
ต้า: อันนั้นเป็น คอนเซป ซึ่งคนจะเข้าใจผิดว่าเค้าเป็นกระเทย นึกว่าเค้าต้องแต่งเป็นผู้หญิงอยู่ตลอดเวลา จริงๆแล้ว สองแต่งอย่างอื่นก็ได้ บ้าๆ เป็นชุด ละครสัตว์ เป็น งิ้ว ก็ได้ ส่วนตอนน้อง พอลล่า มาจากผู้กำกับครับ จริงๆเราขอน้อง ปี 1 สาวๆ 20 คนแต่งว่าผู้กำกับเค้ากลัว เดี๋ยวมันโดน sensor เพราะว่าจะให้ใส่ชุดว่ายน้ำ เดินชายหาด คือเราจะเอาแบบ no name เลย
อ๊อฟ: เรื่องส่วนตัวนิดนึง มีแฟนยังคะ
ต้า: แฟนมีครับ เชื่อว่า ใครส่วนใหญ่ก็มี
อ๊อฟ: ตอนนี้อายุเท่าไหร่แล้ว
ต้า: 29
อ๊อฟ: จะแต่งงานยัง
ต้า: ยัง ยังไม่มีโอกาส พูดออกไปเนี่ย น่ากลัว
พี: มี สเปค
ต้า: สเปค ก็คงเหมือนทั่วไป ขาว หมวย สวย เอ็กซ์ เซ็กซี่ ถ้า นิสัย ก็ สบาย ใจเย็น แล้วก็ ยืดหยุ่นได้ ถ้าอารมณ์ ร้อนๆ อยู่ไม่ไหว เครียด เคยมีเพื่อนผู้ชาย ที่แรงๆ เราต้องคอยยอม
พี: แฟนคนปัจจุบัน
ต้า: ตรงกันข้ามกับที่บอกเลย ก็นิสัยดี ครับ
พี: นอกจากทำวง พาราด๊อก ทำห้อง ซ้อม แล้วทำอะไรอีกครับ
ต้า: เคยเป็นครูครับ แต่ออกมาแล้ว สอน คอมพิวเตอร์ ป.3 ที่ สาธิตจุฬา คือต้องมา ทัวร์คอนเสิร์ต เกรงใจทางโรงเรียนเค้า ต้องลาบ่อย เลยพักไว้ก่อนดีกว่า แต่ไม่ได้จะออกมาเลย ทุกวันนี้ก็ยังเข้าไปหา นักเรียน ไปเยื่ยมเพื่อนเพราะว่าเพื่อนอีกคนก็อยู่ในโรงเรียน เด็กๆก็จำได้ เดินเข้ามาก็โดยแซว แต่ว่าเด็กเค้าจะไม่รู้ว่าเราเล่นดนตรีอะไรมากมาย เค้าจะวิ่งมาเกาะขา พอโตแล้ว เค้าก็จำไม่ได้แล้ว ตอนนี้ก้กำลังจะทำหนังสือขาย เป็นหนังสือเกี่ยวกับ pocket book เกี่ยวกับอัลบั้ม เนี่ยแหละครับ เป็นครั้งแรกในชีวิต อยากจะลองเป็นนักเขียนสักครั้งนึง น่าจะออกประมาณเดือนหน้า เป็นเพลงเก่า แล้วก็มีเพลงใหม่ 1 เพลง จริงๆแล้วเรารวบรวม ข้อมูลเขียนเกี่ยวกับรายละเอียดเกี่ยวกับงานเพลง น่าจะเป็น เล่มแรก ในประเทศไทย เราทำเหมือนเป็นงานวิจัย ทำมาตั้งแต่อัลบั้มที่แล้ว แต่มันมีงานต่อเนื่อง เขียนอธิบายหมดในเชิงให้ความรู้ด้วย เพลงนี้มีที่มายังไง ใช้เครื่องดนตรียังไง อัดยังไง บรรยากาศในการทำงาน รูปภาพ คอนเสิร์ต เนื้อเพลง เราขยายจากปกอัลบั้ม เราขยายให้เห็นว่าเค้ากำลังทำอะไร ผัดกับข้าว!
พี: นอกจากหนังสือ มีความใฝ่ฝันอยากทำอะไร
ต้า: อยากสร้างหนัง อยากเป็นผู้กำกับหนังสั้น เพราะคิดว่าน่าจะคล้ายๆกับการทำเพลง แล้วมันจะเป็นเรื่องแปลกๆ แล้วเป็นคนชอบดูหนังมาก ดูวันละ 5 เรื่อง เช่ามาดู ส่วนใหญ่จะชอบทั่วไป ดูได้หมด ยกเว้นหนังชีวิตมากๆก็ไม่ไหว หนัง art มากๆ ก็ไม่ไหว จะหลับซะก่อน
พี: ได้ข่าวว่ามี อยากเป็นเกจิ นู้ด
ต้า: อ่านในหนังสือ มติชนรายสัปดาห์ เราจะอ่านคอลัมม์ของ คุณ นิวัติ กรองเทียน เค้าจะวิจารณ์ พวก นางแบบนู้ด พอเราอ่านไปเราก็เลย รู้สึกว่า ภาพนู้ดก็มีศิลปะอีกแบบที่มันดูแล้วมัน จรรโลงใจ คือพูดเล่นๆ ไม่ได้กะจะเป็นจริง แต่ถ้าได้เป็นก็ดี
อ๊อฟ: อัลบั้มใหม่
ต้า: ปลายเดือนกุมภา และคิดว่าหนังสือน่าจะตามมาอีกไม่นาน เพราะว่าต้องเพิ่มเนื้อเรื่องเข้าไปอีก เพราะเกี่ยวกับอัลบั้มใหม่ด้วย มันเป็นนวัตกรรมใหม่ในการฟังเพลง เวลาซื้อซีดี อยากจะรุ้อะไรเกี่ยวกับการทำงานนี้ ที่มาของเพลงต่างๆ ก็สามารถซื้อไปดูได้ คนที่เป็นหนอนหนังสือ ซื้อหนังสือ อ่านเสร็จอยากจะฟังเพลงก็ไม่ซื้อมาฟังได้ น่าจะมีอย่างนี้ในประเทศไทย ก็อยากจะทำไว้เป็นแนวทาง ให้กับรุ่นหลังๆ ตอนนี้ก็มี แต่เป็นแค่ที่มาของเพลงเล็กๆน้อยๆ ของเราเนี่ยจะบอกว่ากว่าจะเป็นอัลบั้มมันยาก มีทั้งการมิ๊กเสียง การทำกับข้าว รถติด
อ๊อฟ: คนอ่านเสร็จจะทำเองได้เลยไหม
ต้า: ถ้าเค้าสนใจเรื่องดนตรี ก็สามารถเก็บไว้เป็นความรู้ได้ ว่ามันมีมากกว่านั้น เค้าจะได้เห็นภาพว่ามันเป็นยังไง เค้าจะได้เตรียมตัวถูก บางคนอ่านไปอาจจะนึกอยากจะทำอัลบั้มขึ้นมาก็ได้ เป็นเกร็ดความรู้ แล้วก็เป็นแนวทางให้ศิลปินใหม่ๆ ต่อไป เวลาทำอัลบั้มอาจจะมีหนังสือคู่ด้วยก็ได้
อ๊อฟ: แนวเพลงละ
ต้า: ตัวเพลงจะขัดแย้งกับที่ทำมาทั้งหมด ก่อนหน้านี้เคยมี Acoustic มาแล้ว ชื่อว่า on the beach แล้วก็มีเพลงดาว ของชุดนี้ก็จะเบากว่านั้นอีก เป็นแนวๆ บอสซ่าโนว่า ลมทะเลนุ่มๆ นุ่มไปเลย เปลี่ยนการร้องเป็นโทนเย็นๆเลย นุ่มเลย ป๊อปเลย อันนี้คอนเซปของค่าย เรามีหน้าที่ร้องอย่างเดียว คือมีคนเอาดนตรีเราไป cover ใหม่ เรามีหน้าที่ร้องอย่างเดียว คอนเซปก็คือ เหมือนคลี่คลายเนื้อเพลง บางครั้งเพลงเร็วมากๆคนฟังไม่ได้ฟังเนื้อเพลง คราวนี้เพลงเศร้าก็จะเศร้าขึ้น ซึ้งขึ้น คนคงตกใจ ที่วางไว้คงเป็น boy band เลย
อ๊อฟ: ออกมายืนหล่อเลย
ต้า: คงไม่หล่อ แบบ บี้ the star ประมาณนั้นเลย วางแผนไว้ว่า จบอัลบั้มพิเศษก็จะเตรียมตัวทำอัลบั้มเพลง อยากให้ปีนี้ขออีกสักอัลบั้ม คราวนี้ก็จะหลุดโลกไปเลย ช่วงนี้ก็อดหลับ อดนอนเร่งมาก เพื่อให้ทัน วาเลนไทน์
พี: พี่ต้าทำของที่ระลึกไว้ให้แฟนๆเพลงด้วย
อ๊อฟ: เสื้อพี่ต้า เป็นยังไงบ้าง
ต้า: ง่ายดาย
อ๊อฟ: ใครอยากได้ทิ้ง comment ไว้ใน website หรือ comment@jiggaban.com
ต้า: tatamag.com website ของวง paradox
อ๊อฟ: ขอบคุณสถานที่ ศูนย์ ศิลปะ art of art 0813333143
ตอน 4 - ต้า Paradox (บทสัมภาษณ์)
Posted on Sunday, February 18th, 2007
ตอน 4 - ต้า Paradox
ไปดู Video กดตรงนี้
บทสัมภาษณ์ ต้า Paradox (อิทธิพงศ์ กฤดากร ณ อยุธยา)
พิธีกร: อ๊อฟ, พี
พี:สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกแล้วกับรายการ จิกกะบาล Talk Show สบายๆ สไตล์จิกกะบาล รายการบันเทิงรูปแบบใหม่ ยุค Hi- Speed วันนี้เราได้แขกรับเชิญพิเศษอีกแล้ว พิเศษทุกวัน เป็นนักร้องนำ จากวงดนตรีที่เวลา เล่นสด เนี่ยมันมาก แถมมี ตัวประหลาด เต็มเวทีไปหมด เรามาพบกับเค้าเลยดีกว่าครับ พี่ต้า Paradox
สวัสดี (กันหมดเลย)
พี: ยินดีมากเลยวันนี้ รู้สึกเป็นเกียรติ์สุดๆ ได้ พี่ต้า มาเป็นแขกรับเชิญขอเรา ยินดีต้อนรับเข้าสู่รายการของเรา
อ๊อฟ: หน้าพี่เค้าง้วงง่วง
ต้า: ง่วง
พี: เราเห็นหน้าพี่เค้าอย่างงี้ เราก็จะพยามเร่งรัดความจริงออกมาให้หมดอย่างรวดเร็ว
ต้า: อ๋อ
พี: คำถามแรก สำหรับแฟนเพลง Paradox ที่ไม่ได้ฟังมาตั้งแต่อัลบั้มแรก แค่ฟังอัลบั้มสุดท้ายก็เป็นแฟนเพลงได้แล้ว
ต้า: ได้ครับ
พี: แนะนำตัวกันนิดนึง ก่อนมาเป็น Paradox มีชื่ออื่นไหมครับ
ต้า: ก็มีชื่อว่า หอยจ้อ อ่ะครับ ก็คือ เราพยามแต่งให้มันดูตลกครับ แล้วก็เวลาไปเล่นเนี่ย จุดเริ่มต้นคือเล่นที่งาน Freshly Night งานปี 1 คือต้องการสร้างความเฮฮา ให้กับเพื่อนๆ รวมตัวเพื่อนๆมา แล้วตั้งชื่อวงว่า หอยจ้อ พอ เล่นไปได้ครั้งเดียวเองครับ คอนสริต หลังจากนั้นก็แต่งเพลงเอง แล้วก็เสนอค่ายเลย ก็ได้ ก็ยังเซ็นสัญญา อยู่ในชื่อหอยจ้อ ตอนหลังเนี่ยค่ายเค้ากลัวว่า หอยจ้อเนี่ยจะเน่าครับ
อ๊อฟ: ตกลง หอยจ้อ ได้ออกอัลบั้มไหม
ต้า: เซ็นสัญญาเป็นชื่อ หอยจ้อ แต่ตอนจะออกอัลบั้ม คือ เค้าขอเปลี่ยนชื่อ เพราะว่ามันจะดูตลกเกินไป ขอเปลี่ยนเป็นชื่ออะไรก็ได้ เปิดในหนังสือ นิตยสาร แล้วคุณ สอง ก็จิ้ม คุณสอง มือเบส อ่ะครับ ใช้นิ้วจิ้มลงไปในหนังสือเลย ชื่อไหนเอาชื่อนั้นเลย เปิดแล้วจิ้มเลยได้มาเป็น ชื่อ Paradox คือเปิดมาก็ต้องดูความหมายด้วย
อ๊อฟ: จิ้มครั้งแรกเลยรึเปล่า
ต้า:ครั้งแรกเลย คือมีชื่อที่ตั้งไว้อยู่แล้ว แล้วมาประชุมกันในที่ประชุม ผู้บริหารด้วย เค้าก็ส่งชื่อนั้นชื่อนี้มาให้มาตอนหลังมันไม่ไหว ไม่มีชื่อไหนลงตัวเลย พอดีอันนี้มันตรงกับความหมาย ความหมาย paradox แปลว่า สิ่งที่ตรงกันข้ามกับตัวมันเอง เหมือนถ้าเป็นประโยค ก็จะเป็นว่า ความตายเป็นจุดเริ่มต้น ซึ่งฟังแล้วมันขัดแย้งกับตัวมันเอง
อ๊อฟ: แล้วพวกพี่ขัดแย้งกันยังไง
ต้า: ก็อาจจะขัดแย้งตรง เวลาที่เล่นบนเวที สนุกสนาน แต่เวลาอยู่ข้างล่างอาจจะเฉยๆ เรียบร้อย เรามองว่าการขึ้นเวทีเนี่ย เป็นการสร้างความบันเทิงครับ แล้วก็อยากให้คนดูสนุก เราเคยไปดูคอนเสิร์ต Modern dog แล้วก็คิดว่าถ้าสักวันนึงเราขึ้นไปอยู่บนเวที เราจะมีอะไรมันๆ เหมือนกับที่เค้าทำ เราก็จะมีความรู้สึกของคนดูอยู่ด้วย เวลาเล่นสดเราก็อยากให้คนดูได้รับเหมือนที่เราเป็นคนดูเหมือนกัน
พี: อย่างนี้ก็มี Modern dog เป็นศิลปินต้นแบบ
ต้า: ใช่ครับ
อ๊อฟ: พาราด๊อกซ์ มีมากี่ปีแล้ว
ต้า: ก็มีมาเนี่ย เพิ่งครบ 10 ปี ตั้งแต่ออกอัลบั้มแรกมานะครับ ถ้าฟอร์มวงจริงๆน่าจะประมาณ 14 ปี
อ๊อฟ: 10 ปี กี่ชุดอ่ะ
ต้า: ประมาณ 5 ชุด ครับ น่าจะประมาณนั้น แต่ก็มีชุดใต้ดินเล็กๆน้อยๆอีก ก็มีงานใต้ดิน 3 ชุด ก็มีทำเล่นๆกันเอง เป็นงานเล็กๆน้อยๆ ไม่รวม Single ไม่รวมชุดพิเศษ
อ๊อฟ: ย้อนอดีตนิดนึง ตอนนั้นรวมตัวกันได้ยังไง
ต้า: ก็ลังจากจบ Freshly Night เราก็สนุกกันมากเห็นว่ามันเป้นความรู้สึกมันๆ ทีนี้ก็เริ่มแต่งเพลงกับ คุณสอง 2 คน ตอนแรกคุณสอง แต่งเนื้อ ผมแต่งทำนอง พอแต่งเพลงเสร็จอยากจะลองของ อัดจริง ก็เลยเข้าห้องอัด พออัดเสร็จพี่เค้าเสนอว่าลองไปเสนอค่ายเลย เราก็ลองเอาไปเสนอค่ายเลย ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้นเค้าโทรมาติดต่อไปให้เซ็นสัญญา ภายในคืนเดียว ตอนนั้นพี่ แก๊ป T-bone ติดใจ
พี: ค่ายอะไรอ่ะครับ
ต้า: Little Sky ตอนนั้น วง พราว กำลังดัง
พี: สมาชิก Freshly Night จนถึงวันนี้ เป็นสมาชิกเดิมรึเปล่า
ต้า: สมาชิกตอนแรก มี 2 คน ครับ เหมือนวง PeaceMaker ผมเป็นคนเล่นกีตาร์ แล้ว คุณ สอง ร้อง พี่สอง จะเป็นคนร้องเน้นหล่อ Freshly Night จะมากันเต็มคณะเลย สลับสับเปลี่ยนกันไป พอเล่นจริงๆ คนทำงานจริงๆ มีอยู่แค่ 3 คน ก็เลย form วง ขึ้นมาด้วยคน 3 คน ก็มีมือกลองอีกคน คือ รุ่นพี่ นิเทศ ก็รุ่นพี่ นิเทศศาสตร์ มีห้องซ้อม อยู่ที่ นิเทศด้วย ก็ติดกับหลังคณะเราเลย ก็ชีดีไป ก็ซ้อมกันอยู่ 3 คนต้อนนั้น
พี: คือ ที่ไปดึง เค้ามาในวง เพราะเราจะใช้ห้องซ้อมเค้า
ต้า: เป็นไปได้
อ๊อฟ: มือกลองคนนั้น คือคนปัจจุบันตอนนี้
ต้า:หลังจากจบอัลบั้มแรกครับ เค้าก็มันเป็นช่วงที่ว่าง แล้วค่ายก็ยุบตัวไป เค้าก็ไปเรียนต่อเมืองนอก แต่งงานแล้ว เรียนเป็น Sound Engineer เรียนที่ อเมริกา แล้วเค้าก็ตั้งรกรากอยู่ที่โน้น ตอนเริ่มอัลบั้มแรกก็ดึงเพื่อนเข้ามาอีกคนนึง อยู่นิติ ชื่อคุณ บิ๊ก มือกีต้าร์ มาเพิ่มอีกคนนึง แต่พอจบทัวร์ พี่โน๊ต มือกลองก็แต่งงานไปเรียนเมือง ก็นอก ก็เลยเหลือแค่ 3 คนเหมือนเดิม ก็หามือกลองมาเลือก ก็ยังไม่เจอใครลงตัว ตอนหลังหมด ประกอบกับช่วงนั้น Grammy ดึงไปออกเทป ก็เลยต้องหามือกลอง ก็ไม่รู้จะทำไง ใกล้เวลาก็เลยนึกถึงญาติรุ่นน้อง คนใกล้ตัวเพราะเคยมาซ้อมกับเราอยู่แล้ว ก็เลยดึงมาเป็นมือกลองให้ ตั้งแต่นั้นมาเลยมี 4 คน
พี: ตั้งแต่เล่นดนตรี เคยมีปัญหาที่บ้านไม่สนับสนุนไหม
ต้า: มีช่วงแรก ช่วงที่ยังไม่ได้ฟอร์มเป็นวง ช่วงประมาณ ม.3 ตั้งวงเล่นๆเป้นของตัวเอง เราก็ไปหาเครื่องดนตรีมา ไปเช่าเหมาชุดมา แต่อันนี้เพื่อนข้างบ้าน เป็นตัวตั้งตัวตี ก็เหมือนกับแอบไปเพราะมีความรู้สึกว่า ใช้เงินเยอะ แล้วก็ต้องมีห้องซ้อมของตัวเองก็ปิดๆไว้ แต่ตอนหลังก็รู้ ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะที่บ้านพ่อก็เล่นดนตรีอยู่แล้ว เค้าเล่นตอนสมัยหนุ่มๆ เล่นใน ค่ายทหาร GI เล่นที่ค่ายสัตหีบ เค้าเลยสนับสนุนมา แต่ตอนนั้นเค้ากลัวว่ามันไปไม่ไกล เราไปแอบสร้างกระต๊อบ กลางป่า กลางไร่
พี: กระท่อมปลายนา
อ๊อฟ: พี่ต้า แต่งเพลงเองด้วย นอกจากแต่งเพลงแล้วมีทำอย่างอื่นไหม เช่น Melody ทำนอง กีตาร์
ต้า: ทำเองหมดอ่ะครับ คนอื่นก็ทำบ้าง ส่วนใหญ่ตัวเองจะเป็นคนแต่งเพลง แต่งเนื้อร้อง ตอนแรกจะเป็นคุณสอง แต่งเนื้อร้อง ตอนหลังเค้าเกิดขี้เกียจ แต่ก็ยังมีแต่งบ้าง แต่ตอนหลังผมจะมีหน้าที่วางโครงเพลง แต่งเนื้อเพลง แต่งทำนอง แล้วเพื่อนก็จะมาช่วยเรื่องดนตรี สมมุติ กีตาร์ โซโล่คิดลายอะไรของเค้าเอง แต่ของเราจะเป็นภาพรวม
อ๊อฟ: เอาเรื่องราวจากไหนมาแต่งเพลง
ต้า: เรื่องใกล้ตัว ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่นึกขึ้นมาได้แล้วจดไว้ ดูทีวีอยู่เห็นนักแสดงมายากล เราก็นึกเป็นเรื่องเป็นราว แต่งเป็นเพลงนักมายากล
พี: เห็นรถขายไก่วิ่งผ่าน เลยมาเป็นเพลงไก่
ต้า: ไม่ใช่
อ๊อฟ: แล้วเพลงโรงพยาบาลละ
ต้า: วันนั้นก็ไปเยี่ยมเพื่อนที่โรงพยาบาล ก็รู้สึกว่า เออพอเข้าไปในโรงพยาบาล ชอบเจอบรรยากาศอะไรแบบเนี่ย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องแบบว่า โผล่มาก็ปิ้งเลย ไปดูหนังอยู่ก็ ยกตัวอย่างนะ ดูเรื่องคาวบอย ก็ไปปิ้งถึงเรื่องอาหารอะไรแบบเนี่ย ซึ่งมันมาเฉยเลยไม่ได้เกี่ยวกันเลย แล้วเราก็จดไว้ เป็นแรงบันดาลใจ
พี: เพลงแรกเลยที่แต่ง
ต้า: เพลงแรกแต่งกัน 2 คนครับ แต่งตอนที่เรียนอยู่ข้างในจุฬา ด้วยความเบื่อหน่าย คุณ สองก็แต่งเขียนอะไรไปเรื่อย นั่งอยู่หน้าอาจารย์เลย อาจารย์ก็นั่งสอนอยู่ วิชา soc ซึ่งนั่งอยู่หน้าเวที อาจารย์ก็ยืนโด่เด่อยู่ตรงเนี่ย คุณสองก็นั่งเขียนไป ผมก็ดู ก็เลยนั่งต่อเพลงกัน กลายเป็นเขียนคนละครึ่งเพลง ออกมาเป็น เพลงโรงหนังเก่า เป็นเพลงลูกทุ่ง เป็นเพลงเลียนแบบล้อเลียนเพลง สมศรี จะอยู่ในอัลบั้มล่าสุด อัลบั้มใหม่ Paradox X เอามาเป็น bonus track เพราะเป็นอัลบั้มเฉลิมฉลอง ครบ 10 ปี ก็เอาเพลงแรกมาฟังกัน
อ๊อฟ: ยังจำกันได้เหรอ
ต้า: คือเราอัดไว้ครับ เป็นเพลงแรก คือไม่ได้อัดทันทีเลย คือเก็บไว้แล้วเอามาอัดทีหลัง
อ๊อฟ: เคยแต่งเพลงจีบสาวไหม
ต้า: จีบสาวไม่เคยแต่ง ส่วนใหญ่ที่แต่งเป็นเพลงจินตนาการมากกว่า ไม่ค่อยพูดถึงชีวิตตัวเอง สร้างเรื่องเอง คิดเรื่องนั้นเรื่องนี้
พี: อย่างน้องเปิ้ลเค้ามีตัวตนจริงๆไม่ใช่เหรอครับ
ต้า: อ๋อ เออ อันนั้นก็ไม่เชิงจีบสาว มันเป็นเพลงแซวของเพื่อนๆกันเอง มาแซวน้องคนนี้ เวลาร้องก็ร้องกันมันๆ เล่นๆ
อ๊อฟ: แล้วเค้ารู้ไหม
ต้า: รู้ครับ เค้าบอกคุณพ่อชอบมาก ก็ดี ตอนนั้นจริงๆแล้วมันมีหลายน้องมากเลยนะ น้องโน้น น้องนี่ แต่เราก็ยกน้องเปิ้ลมา
อ๊อฟ: ชอบเล่นกีตาร์หรือเป็นนักร้องมากกว่ากัน
ต้า: จริงๆ ชอบเล่นกีตาร์เพราะร้องเนี่ย บางครั้งมันค่อนข้างทรมาน เช่นเราต้องดูแลทุกอย่างบนเวทีหมดเลย ต้องพูดต้องร้อง บางครั้งเนี่ยมันเหนื่อยเหมือนกันกับการที่ต้องให้คนดูสนุก แต่ถ้านักกีตาร์เรายัง วิ่งกระโดดโลดเต้นอยู่ข้างหลังได้ อันนี้ทั้งกีตาร์ด้วย ร้องด้วย เลยต้องอยู่เฉยๆ
พี: มีกีตาร์ตัวโปรดไหม
ต้า: จะมี 2 ตัว กีตาร์โปร่ง 1 ตัว กีตาร์ไฟฟ้า 1 ตัว ไฟฟ้าใช้ Gibson เพราะว่าแคะกระปุกเก็บตังเลย แพงครับ รุ่น voodoo เป็นรุ่นที่หายากในประเทศไทย ตอนไปซื้อก็เก็บเงิน แล้วลองไปดู ไม่ได้กะจะซื้อรุ่นนี้ ตอนดูมองข้ามไปเลย เพราะสีมันจะดูดำๆ แล้วข้างในเป็นเนื้อไม่สีแดงๆ เหมือนกับพ่อมด วูดู แต่ก็แปลกดี แล้วเสียงมันก็เข้ากับ character
อ๊อฟ: ตอนแรกพี่สอง เป็นคนร้อง แล้วทำไมต้อนนี้เปลี่ยนเป็นพี่แล้วละ
ต้า: ก็หลังจากโดนเขวี้ยงกระป๋องมา คือตอนหลังคุณสองเค้าบอกว่า แต่งเองก็ร้องไปเลย จะได้มันกว่าอะไรอย่างเงี่ยคุณสองเค้าพยามผลักดัน จริงๆแล้วมีนักร้องอีกคน แต่ร้องหล่อเกินไปฮะ เสียงหล่อหน้าตาหล่อเกินไป แล้วมันไม่เข้ากับแนว จริงๆเค้าบอกไหนๆแต่งแล้ว เหมือนเป็นคนดูแลอยู่แล้วก็ร้องไปเลย ง่ายกว่า หลังจากนั้นก็ร้อง แต่คุณสองเค้าก็เสียงดีนะครับ ร้องแต่เพลงฝรั่งอย่างเดียว
พี: เครื่องดนตรีที่ใช้ในห้องอัดละ ตัววูดู นี้เลยรึเปล่า
ต้า: ใช่ครับ แต่เครื่องดนตรีส่วนใหญ่ คุณบิ๊กดูแล เค้าจะมีอุปกรณ์ เยอะมาก เค้ายกมาให้ใช้ กีตาร์ พวก Paul reed Smith , Gibson Fender , เค้าจะเป็นคนที่เก็บกีตาร์ไว้เยอะ ขายบ้าง แล้วก็มีตู้แอม Marshall พอเล่นออกมาเสียงก็จะออกมาดี จริงๆเสียงดีไม่เกี่ยวกับอุปกรณ์โดยตรง อยู่ที่ Sound Engineer ด้วย
อ่านบทสัมภาษณ์ต่อ
ต่อคร้าบ ….. เป็นวงที่สร้างปรากฎการณ์อีกแล้ว บทสัมภาษณ์ให้เราจริงๆ มันยาวเกินกว่า 1 หน้าจะเอาอยู่
รักการอ่าน คลิ๊กอ่านบทสัมภาษณ์ได้ที่นี่เลย
ชอบฟังแต่เสียง, เบื่อหน้าพิธีกร คลิ๊กเพื่อ Download แต่เสียงได้ที่นี่
ตอน 4 - ต้า Paradox (วิดีโอ)
Posted on Sunday, February 18th, 2007
กดที่ภาพเพื่อดูได้เลย
Tip: ถ้า net ไม่แรง กด play แล้วกด pause อีกที รอโหลดสักพัก แล้วค่อยกลับมาดูใหม่
ความยาว 40 กว่านาที
พี่ ต้า แห่ง วง Paradox อดหลับอดนอน มาพูดถึง อัลบั้มใหม่ที่กำลังจะมี ของ Paradox ที่จะออกมาเป็น pop!! แล้วยังมี ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวันของพี่ต้า ทั้งเปิดห้องซ้อม เปิดค่ายเพลง เป็นครูสอนคอมพิวเตอร์อีกตะหาก แล้วก็กำลังจะทำ pocket book อีก อะไรจะมากมายขนาดนั้น แถมความอยากในสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ ฝากเว็บไซท์
www.tatamag.com ที่เข้าไปดูตารางงานของ พี่ต้า ได้ รวมไปถึงเรื่องหัวใจ และ สเป๊คของผู้หญิงในฝัน ไปชมกันได้เลย
ผู้โชคดีได้รับเสื้อฝีมือ พี่ต้า
คือ comment ที่ 15 Y (นามสมมุติ) ยินดีด้วยนะจ๊ะ (นับจากบนสุด เป็น 1)
สำหรับคนที่พลาดในครั้งนี้ รอลุ้นต่อกับศิลปินคนอื่นๆต่อไปนะจ๊ะ
รักการอ่าน คลิ๊กอ่านบทสัมภาษณ์ได้ที่นี่เลย
ชอบฟังแต่เสียง, เบื่อหน้าพิธีกร คลิ๊กเพื่อ Download แต่เสียงได้ที่นี่
Video ในรูปแบบอื่นๆ (เพื่อความคมชัด)
ขนาด 199MB (640×480)